Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1507/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สามีโจทก์ยกที่นาทำกินให้บุตรชาย 4 คน โจทก์ยกที่พิพาทให้จำเลย เมื่อยกให้แล้วโจทก์กับสามียังมีที่ดินปลูกบ้านพร้อมเรือนอยู่อาศัย 2 หลัง มีที่ดินปลูกบ้านอีก 2 ไร่ และที่ดินทำกิน 5 ไร่ เช่านาจากคนอื่นทำ 20 ไร่ มีกระบือทำนา 2 ตัว บุตรชาย 4 คนที่ได้รับที่ดินได้ให้เงินและสิ่งของแก่โจทก์และสามีเป็นครั้งคราวตามฐานะ ส่วนจำเลยเคยให้ข้าวเปลือก 50 ถังให้เงินครั้งละ 100-200 บาท ดังนี้แม้โจทก์จะยากจนก็เป็นฐานะตามปกติตั้งแต่โจทก์และสามียกที่ดินให้ลูกอยู่แล้ว หาใช่เพิ่งยากจนลงในตอนหลังไม่ ความยากจนดังกล่าวไม่ถึงขนาดเป็นคนยากไร้ตามความหมายของมาตรา 531(3) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉะนั้นแม้จะฟังว่าโจทก์ให้ที่พิพาทแก่จำเลยโดยเสน่หาและจำเลยไม่ยอมให้ข้าวเปลือกแก่โจทก์ 50 ถังตามที่โจทก์ขอ โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะฟ้องขอคืนที่พิพาทจากจำเลยได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นบุตรโจทก์ โจทก์ยกที่ดินให้ 1 แปลง ขณะนี้จำเลยยากจนลงขอข้าวเปลือกจำเลยกินปีละ 50 ถัง จำเลยไม่ยอมให้ทั้ง ๆ ที่สามารถให้ได้ เป็นการเนรคุณ ขอให้บังคับจำเลยส่งคืนที่ดินให้โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ได้รับความยินยอมจากสามีให้ฟ้อง โจทก์ยกที่ดินให้จำเลยและจำเลยช่วยชำระหนี้ให้โจทก์ 6,000 บาท โจทก์ไม่เป็นคนยากไร้จึงไม่มีสิทธิถอนคืนการให้ศาลชั้นต้นฟังว่าสามียินยอมให้โจทก์ฟ้องคดีนี้แล้ว โจทก์ให้ที่ดินแก่จำเลยโดยเสน่หาและยากไร้ จำเลยไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตโจทก์ทั้ง ๆ ที่ สามารถจะให้ได้ พิพากษาให้จำเลยส่งมอบที่พิพาทคืนให้โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ฟังว่า สามีโจทก์ยินยอมให้โจทก์ฟ้องคดีนี้แล้ว

โจทก์ให้ที่พิพาทแก่จำเลยโดยมีค่าภาระติดพัน ขอถอนคืนการให้ไม่ได้ พิพากษายกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นอกจากโจทก์จะมีหนังสือยินยอมของสามีลงลายมือชื่อนายเทียบสามีมาแสดงต่อศาลแล้ว โจทก์ยังนำนายเทียบมาเบิกความว่าก่อนฟ้องนายเหรียญบุตรชายได้เอาหมายศาลมาให้เซ็นชื่อ บอกว่าลงชื่อในฐานะหัวหน้าครอบครัว แม้จะฟ้องลูกสาว ดังนี้ พอฟังได้แล้วว่านายเทียบได้อนุญาตให้โจทก์ฟ้องแล้ว แม้นายเทียบจะเบิกความว่าไม่ทราบข้อความในหนังสือนั้นก็หาใช่ข้อสำคัญไม่เดิมนายเทียบสามีโจทก์มีที่นาทำกิน 3 แปลง โจทก์มีที่นาคือที่พิพาท1 แปลง ต่อมานายเทียบได้ยกที่ดินทั้ง 3 แปลงให้แก่บุตรชาย 4 คนและโจทก์ก็ได้ยกที่พิพาทให้จำเลย เมื่อยกที่ดินให้ลูก

ๆ หมดแล้ว โจทก์กับนายเทียบยังมีที่ดินปลูกบ้านพร้อมเรือนอยู่อาศัย 2 หลัง กระบือทำนา 2 ตัว และได้เช่านาคนอื่นทำกินจนทุกวันนี้ นอกจากทรัพย์สินดังกล่าวพยานจำเลยฟังได้อีกว่าโจทก์กับนายเทียบยังมีที่ปลูกบ้าน 2 ไร่ และที่ดินนาทำกินอยู่ด้วย 5 ไร่ นาที่เช่าจากคนอื่นทำมีเนื้อที่ถึง 20 ไร่ นายเทียบซึ่งยังอยู่ร่วมกับโจทก์ก็ว่าพอทำพอกิน ยิ่งกว่านั้นบุตรชาย 4 คนที่ได้รับที่ดินจากนายเทียบได้ให้เงินและสิ่งของแก่โจทก์และนายเทียบเป็นครั้งคราวตามฐานะของตนตลอดมา ส่วนจำเลยนายเทียบก็ว่าเคยให้ข้าวเปลือก 50 ถัง ทั้งให้เงินครั้งละ 100 - 200 บาทก่อนฟ้องคดีนี้จำเลยก็ให้เงินโจทก์ 300 บาท แต่โจทก์ ไม่ยอมรับ เมื่อได้คามดั่งนี้เห็นว่าแม้โจทก์จะยากจน

ก็เป็นฐานะตามปกติตั้งแต่นายเทียบและโจทก์ยกที่ดินให้ลูกอยู่แล้ว หาใช่เพิ่งยากจนลงในตอนนี้ไม่แต่ความยากจนดังกล่าว ไม่ถึงขนาดเป็นคนยากไร้ตามความหมายของมาตรา 531(3) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉะนั้นแม้จะฟังว่าโจทก์ให้ที่พิพาทแก่จำเลยโดยเสน่หาและจำเลยไม่ยอมให้ข้าวเปลือกแก่โจทก์ปีละ 50 ถังตามที่โจทก์ขอ โจทก์ก็ไม่มีสิทธิที่จะฟ้องขอคืนที่พิพาทจากจำเลยได้พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในผล

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิทยา มงคล · คมกริช นุรักษ์ · สมชัย ทรัพยวณิช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1665/2567

แม้โจทก์มีโจทก์อ้างตนเองเป็นพยานเพียงปากเดียวที่เบิกความว่า จำเลยด่าทอโจทก์และไล่โจทก์ออกจากบ้าน ไม่มีพยานโจทก์ปากอื่นเบิกความสนับสนุนก็ตาม ซึ่งจำเลยก็นำสืบปฏิเสธว่าไม่ได้ด่าทอโจทก์ตามที่โจทก์กล่าวอ้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1975/2562

กรณีตาม ป.พ.พ. มาตรา 531 (2) เป็นการเรียกถอนคืนการให้เพราะเหตุผู้รับประพฤติเนรคุณด้วยการหมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรงนั้น มีความจำเป็นที่โจทก์จะต้องระบุมาในคำฟ้องให้ชัดเจนว่าจำเลยที่ 1 ผู้รับกล่าวถ้อย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8752/2558

การที่จำเลยใช้คำ "อีเฒ่าหัวหงอก" และ "มึง" เป็นสรรพนามในการเรียกโจทก์ผู้เป็นมารดา ซึ่งไม่ปรากฏว่าโดยปกติบุคคลทั่วไปรวมถึงจำเลยใช้สรรพนามดังกล่าวแทนมารดา คำดังกล่าวไม่ได้มีความหมายว่ามารดา แต่มีความหมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10552/2557

การที่จำเลยกล่าวต่อโจทก์ซึ่งเป็นบิดาโดยใช้คำว่ามึงกู เป็นคำหยาบไม่ให้ความเคารพโจทก์ ส่วนข้อความที่ว่า "ถ้ากูไม่ช่วยมึง มึงติดคุกไปนานแล้ว" เป็นการกล่าวเพื่อลำเลิกบุญคุณ ที่จำเลยเคยช่วยเหลือโจทก์ในอดีต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1078/2553

ถ้อยคำที่จำเลยด่าโจทก์ว่า "อีแก่ไม่ยุติธรรม มึงทำให้ครอบครัวกูแตกแยก กูจะไม่อยู่กับมึงแล้ว" เป็นการแสดงเจตนาดูหมิ่นโจทก์ซึ่งเป็นอา จำเลยเรียกโจทก์ว่า อีแก่ ขึ้นมึงขึ้นกูกับโจทก์ ย่อมทำให้โจทก์อับอายเส…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้