Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15079/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัมปทานเก็บรังนกในเขตพื้นที่จังหวัดชุมพรตามประกาศคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นจังหวัดชุมพรได้แบ่งพื้นที่การประมูลเงินอากรรังนกอีแอ่นออกเป็น 5 พื้นที่ การยื่นซองประมูลเงินอากรเก็บรังนกอีแอ่นได้กำหนดให้ผู้เสนอประมูลจะต้องเสนอประมูลเงินอากรเก็บรังนกอีแอ่นในแต่ละพื้นที่ในเขต 5 พื้นที่ดังกล่าวไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ยังมีการทำสัญญาสัมปทานเก็บรังนกอีแอ่นแยกต่างหากจากกันในแต่ละพื้นที่ดังกล่าวด้วย ดังนี้ ย่อมแสดงให้เห็นว่า ประกาศคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นจังหวัดชุมพร มีการลงทุนในกิจการของรัฐแยกออกเป็น 5 โครงการ ทั้งห้าโครงการมีการประมูลได้รวมเกินหนึ่งพันล้านบาทตามที่จำเลยทั้งสามอ้าง แต่เมื่อสัญญาแต่ละฉบับประมูลได้ไม่เกินฉบับละหนึ่งพันล้านบาท โจทก์ในฐานะหน่วยงานเจ้าของโครงการที่ประสงค์จะให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในโครงการสัมปทานเก็บรังนกในเขตพื้นที่โจทก์ จึงไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ชำระอากรค้างตามสัญญาสัมปทานเก็บรังนกอีแอ่นในเขตเทศบาลตำบลปากตะโก ประจำปี 2547 และ 2548 จำนวน 85,781,833.34 บาท ดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราร้อยละ 8 ต่อปีของต้นเงินอากรค้างชำระ นับแต่วันผิดนัดในแต่ละงวดจนถึงวันฟ้องจำนวน 22,373,967.14 บาท และนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินอากรรังนกอีแอ่นตามสัญญาแก่โจทก์เสร็จสิ้นเงินเพิ่มจากการผิดนัดชำระเงินอากรรังนกอีแอ่นในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน นับแต่วันผิดนัดในแต่ละงวดจนถึงวันฟ้อง 51,620,767.50 บาท และนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 จะชำระเงินอากรรังนกอีแอ่นตามสัญญาแก่โจทก์เสร็จสิ้น ค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างจำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระเงินอากรจำนวน 329,500 บาท

ค่าเสียหายจากส่วนต่างการทำสัญญาสัมปทานใหม่ภายหลังจากที่จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาจำนวน 180,646,666.67 บาท ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมชำระเงินอากรค้างชำระ เงินค่าดอกเบี้ยจากการผิดนัด เงินเพิ่มจากการผิดนัดชำระเงินอากร เงินค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างจำเลยที่ 1 ผิดนัด และเงินค่าเสียหายจากส่วนต่างการทำสัญญาสัมปทานใหม่ตามวงเงินค้ำประกันการทำสัญญาสัมปทานเก็บรังนกอีแอ่นในเขตเทศบาลตำบลปากตะโก เลขที่ ซี 02152/21003500/841 จำนวน 97,850,000 บาท ค่าเสียหายในระหว่างจำเลยที่ 2 ผิดนัดชำระเงินตามหนังสือค้ำประกันคิดเป็นดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินตามหนังสือค้ำประกันดังกล่าว

นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 2 จะชำระเงินตามหนังสือค้ำประกันแก่โจทก์เสร็จสิ้น ให้จำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมชำระเงินอากรค้างชำระ เงินค่าดอกเบี้ยจากการผิดนัด เงินเพิ่มจากการผิดนัดชำระเงินอากร เงินค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างจำเลยที่ 1 ผิดนัด และเงินค่าเสียหายจากส่วนต่างการทำสัญญาสัมปทานใหม่ตามวงเงินค้ำประกันการทำสัญญาสัมปทานเก็บรังนกอีแอ่นในเขตเทศบาลตำบลปากตะโก เลขที่ 940805002633 จำนวน 20,548,500 บาท ค่าเสียหายในระหว่างจำเลยที่ 3 ผิดนัดชำระเงินตามหนังสือค้ำประกันคิดเป็นดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินตามหนังสือค้ำประกันดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 3 จะชำระเงินตามหนังสือค้ำประกันแก่โจทก์เสร็จสิ้น และให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินอากรค้างตามสัญญาสัมปทานเก็บรังนกอีแอ่นในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลปากน้ำชุมพร

ประจำปี 2547 และ 2548 จำนวน 37,977,200 บาท ดอกเบี้ยจากการผิดนัดชำระเงินอากรตามสัญญาสัมปทานในอัตราร้อยละ 8 ต่อปี ของต้นเงินอากรค้างชำระ นับแต่วันผิดนัดในแต่ละงวดจนถึงวันฟ้องจำนวน 9,903,542.02 บาท และนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 จะชำระเงินอากรรังนกอีแอ่นตามสัญญาแก่โจทก์เสร็จสิ้น เงินเพิ่มจากการผิดนัดชำระเงินอากรรังนกอีแอ่นตามสัญญาสัมปทานในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน นับแต่วันผิดนัดในแต่ละงวดจนถึงวันฟ้องจำนวน 22,853,466 บาท และนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 จะชำระเงินอากรรังนกอีแอ่นตามสัญญาแก่โจทก์เสร็จสิ้น ค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างจำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระเงินอากรตามสัญญาสัมปทานจำนวน 148,000 บาท

ค่าเสียหายจากส่วนต่างการทำสัญญาสัมปทานใหม่ภายหลังจากที่จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาสัญญาสัมปทานจำนวน 96,800,000 บาท ให้จำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมชำระเงินอากรค้างชำระ ดอกเบี้ยจากการผิดนัดเงินเพิ่มจากการผิดนัดชำระเงินอากร ค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างจำเลยที่ 1 ผิดนัด และเงินค่าเสียหายจากส่วนต่างการทำสัญญาสัมปทานใหม่ ตามวงเงินค้ำประกันการทำสัญญาสัมปทานเลขที่ แอล 46-0554 และเลขที่ 940805002645 จำนวน 52,417,200 บาท ค่าเสียหายในระหว่างจำเลยที่ 3 ผิดนัดชำระเงินตามหนังสือค้ำประกันทั้งสองฉบับ โดยคิดเป็นดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินตามหนังสือค้ำประกันทั้งสองฉบับดังกล่าว

นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 3 จะชำระเงินตามหนังสือค้ำประกันแก่โจทก์เสร็จสิ้น จำเลยที่ 1 ให้การ แก้ไขคำให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้อง และการกระทำของโจทก์ดังกล่าวทำให้จำเลยที่ 1 ได้รับความเสียหายขอให้โจทก์คืนหนังสือค้ำประกันสัญญา คืนเงินค่าอากรทั้งหมดที่โจทก์ได้รับจากจำเลยที่ 1 จำนวน 148,674,300 บาท ชดใช้ค่าใช้จ่ายที่จำเลยที่ 1 จะต้องสูญเสียจากการดำเนินงานตามสัญญาสัมปทานจำนวน 46,784,873.82 บาท และชดใช้ค่าขาดประโยชน์และค่าสูญเสียกำไรทางธุรกิจที่จำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับหากมีการดำเนินงานตามสัญญาสัมปทานต่อไปจำนวน 100,000,000 บาท รวมทั้งสิ้น 295,459,173.82 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินจำนวนดังกล่าวแก่จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การขอให้ยกฟ้อง

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้อากรค้างชำระสำหรับสัญญาสัมปทานที่ 1 จำนวน 85,781,833.34 บาท และต้องรับผิดชำระค่าอากรค้างสัญญาสัมปทานที่ 2 จำนวน 37,977,200 บาท ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินเพิ่มตามสัญญาสัมปทานที่ 1 จำนวน 51,620,767.50 บาท ตามสัญญาสัมปทานที่ 2 จำนวน 22,853,466 บาท และชำระเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน ของเงินอากรที่ต้องชำระในแต่ละงวดนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินค่าอากรรังนกดังกล่าวเสร็จสิ้นแก่โจทก์ด้วย ให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าใช้จ่ายอันเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงแก่เจ้าพนักงานตำรวจและสมาชิกอาสาสมัครซึ่งทำหน้าที่เฝ้าระวังดูแลรักษาเกาะรังนกระหว่างผิดสัญญา ตามสัญญาสัมปทานที่ 1 จำนวน 329,500 บาท และตามสัญญาสัมปทานที่ 2 จำนวน 148,000 บาท ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินค่าใช้จ่ายจากส่วนต่างจากการทำสัญญาสัมปทานใหม่แทนสัญญาสัมปทานที่ 1 จำนวน 180,646,666.67 บาท และแทนสัญญาสัมปทานที่ 2 จำนวน 96,800,000 บาท แก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระหนี้สัญญาสัมปทานที่ 1 ตามหนังสือค้ำประกันสัญญาเลขที่

ซี 02152/21003500841 ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2546 จำนวน 97,850,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระหนี้สัญญาสัมปทานที่ 1 ตามหนังสือค้ำประกันเลขที่ 940805002633 ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2548 จำนวน 20,548,000 (ที่ถูก 20,548,500) บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ นอกจากนี้จำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระหนี้ตามสัญญาสัมปทานที่ 2 ตามหนังสือค้ำประกันเลขที่ แอล 46-0554 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2546 จำนวน 43,320,000 บาท และหนังสือค้ำประกันเลขที่ 940805002645 ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2548 จำนวน 9,097,200 บาท

พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินตามหนังสือค้ำประกันแต่ละฉบับดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท คำขออื่นให้ยกและให้ยกฟ้องแย้งจำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมฟ้องแย้งให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า สัมปทานเก็บรังนกในเขตพื้นที่จังหวัดชุมพรตามประกาศคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นจังหวัดชุมพรดังกล่าวได้แบ่งพื้นที่การประมูลเงินอากรรังนกอีแอ่นออกเป็น 5 พื้นที่ การยื่นซองประมูลเงินอากรเก็บรังนกอีแอ่นได้กำหนดให้ผู้เสนอประมูลจะต้องเสนอประมูลเงินอากรเก็บรังนกอีแอ่นในแต่ละพื้นที่ในเขต 5 พื้นที่ดังกล่าวไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ยังมีการทำสัญญาสัมปทานเก็บรังนกอีแอ่นแยกต่างหากจากกันในแต่ละพื้นที่ดังกล่าวด้วย ดังนี้ ย่อมแสดงให้เห็นว่า ประกาศคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นจังหวัดชุมพร เรื่อง ประมูลเงินอากรรังนกอีแอ่น มีการลงทุนในกิจการของรัฐแยกออกเป็น 5 โครงการ

ทั้งแบบสัญญาสัมปทานเก็บรังนกอีแอ่นระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ฉบับลงวันที่ 24 มิถุนายน 2546 ข้อ 2 ระบุว่า จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้รับสัมปทานตกลงเก็บรังนกอีแอ่นตามที่กล่าวในข้อ 1 และยินยอมเสียเงินอากรรังนกอีแอ่นให้แก่โจทก์ผู้ให้สัมปทานเป็นเงินอากรทั้งสิ้น 515,000,000 บาท ส่วนแบบสัญญาสัมปทานเก็บรังนกอีแอ่นระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ฉบับลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2546 ข้อ 2 ระบุว่า จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้รับสัมปทานตกลงเก็บรังนกอีแอ่นตามที่กล่าวในข้อ 1. และยินยอมเสียเงินอากรรังนกอีแอ่นให้แก่โจทก์ผู้ให้สัมปทานเป็นเงินอากรทั้งสิ้น 228,000,000 บาท เพราะฉะนั้นแบบสัญญาสัมปทานเก็บรังนกอีแอ่นระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ทั้งสองฉบับจึงมีวงเงินหรือทรัพย์สินไม่ถึงหนึ่งพันล้านบาทโจทก์ในฐานะหน่วยงานเจ้าของโครงการที่ประสงค์จะให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในโครงการสัมปทานเก็บรังนกในเขตพื้นที่โจทก์ จึงไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนของพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ

พ.ศ.2535 ดังที่จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ เมื่อวินิจฉัยเช่นนี้แล้วที่จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ต่อมาว่า จำเลยที่ 1 เข้าทำสัญญาสัมปทานทั้งสองฉบับกับโจทก์โดยไม่รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญว่า โจทก์ไม่ได้ดำเนินโครงการประมูลเงินอากรรังนกอีแอ่นจังหวัดชุมพรตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนของพระราชบัญญัติดังกล่าวหรือการที่โจทก์ไม่ได้ดำเนินโครงการประมูลเงินอากรรังนกอีแอ่นจังหวัดชุมพรตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนที่ได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าวย่อมทำให้การดำเนินโครงการและการทำสัญญาสัมปทานตามโครงการดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ว่าโจทก์จะมีเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงกฎหมายหรือไม่ จึงไม่จำต้องวินิจฉัย เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่า

โครงการประมูลอากรรังนกของโจทก์ ขณะที่จัดทำขึ้นโดยประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัดมีวงเงินรวมกันไม่ถึงหนึ่งพันล้านบาท หลังจากที่ประมูลได้ผู้ชนะการประมูลทุกรายต่างเข้าทำสัญญาสัมปทานเฉพาะในส่วนพื้นที่ที่ตนเองประมูลได้โดยสมัครใจ และโจทก์ได้ส่งมอบพื้นที่ตามสัมปทานให้จำเลยที่ 1 ครอบครอง ส่วนจำเลยที่ 1 ก็เข้าครอบครองและเก็บผลประโยชน์ในพื้นที่สัมปทานมาโดยตลอดโดยไม่เคยทักท้วง กรณีเป็นการทำสัญญาสัมปทานโดยแยกพื้นที่ของแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยสัญญาสัมปทานแต่ละฉบับไม่เกี่ยวข้องกันและสัญญาแต่ละฉบับคู่สัญญาก็มีเจตนาผูกนิติสัมพันธ์ก่อให้เกิดภาระหน้าที่ระหว่างกันถูกต้องตรงตามเจตนาของทั้งสองฝ่าย เมื่อไม่ปรากฏว่าการทำสัญญาสัมปทานดังกล่าวโจทก์ได้กระทำโดยมีเจตนาที่จะแบ่งแยกสัญญาเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงบทบัญญัติของกฎหมาย แต่ข้อเท็จจริงกลับปรากฏได้ความว่าการแบ่งแยกสัมปทานออกเป็นตามพื้นที่ เป็นการเปิดโอกาสให้มีผู้เข้าร่วมประมูลจำนวนมากขึ้นและสามารถป้องกันการสมยอมราคาได้

เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่สามารถนำพยานหลักฐานมานำสืบให้เห็นได้ว่า การกระทำของโจทก์หรือคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นจังหวัดชุมพรคนใดได้กระทำการโดยมีเจตนาจูงใจใดเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย หรือมีเจตนาที่จะกระทำการหรือไม่กระทำการอันไม่ถูกต้องไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือกระทำการเพื่อช่วยเหลือผู้หนึ่งผู้ใดเป็นพิเศษ ดังนั้นสัญญาสัมปทานที่จำเลยที่ 1 ทำไว้กับโจทก์รวม 2 ฉบับ จึงชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นพพร โพธิรังสิยากร · สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ · ปกรณ์ วงศาโรจน์
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นายอวิรุทธ์ ชาญชัยกิตติกร
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ภษ.13/2555
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ159/2551
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ156/2554
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกภาษีอากร
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้