Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1508/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ภรรยาโจทก์แยกยื่นแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้ต่างหากจากโจทก์เมื่อรายการที่ภรรยาโจทก์ยื่นไม่ถูกต้อง ตามความจริงหรือไม่บริบูรณ์ การออกหมายเรียกมาไต่สวนตามนัยมาตรา 19 แห่งประมวลรัษฎากร เจ้าพนักงานย่อมออกหมายเรียกไปยังภรรยาโจทก์ผู้ยื่นรายการมาทำการไต่สวน ไม่ใช่โจทก์ แต่เมื่อไต่สวนทราบจำนวนเงินภาษี อันถูกต้องแล้ว เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจแบ่งภาษีดังกล่าวออกตามส่วนของเงินได้พึงประเมินที่โจทก์และภรรยาโจทก์แต่ละฝ่ายได้รับ โดยแจ้งให้โจทก์และภรรยาโจทก์เสียเป็นคนละส่วนได้ แต่ถ้าภาษีส่วนของฝ่ายใดค้างชำระ อีกฝ่ายหนึ่งก็ต้องรับผิดในการเสียภาษีที่ค้างชำระดังกล่าว ทั้งนี้ตามมาตรา 57 ตรี วรรคสาม ดังนั้น การที่เจ้าพนักงานไต่สวนภรรยาโจทก์แล้วปรากฏว่าภรรยาโจทก์มีภาระต้องรับผิดชำระเงินภาษีเพิ่มเติมซึ่งโจทก์ต้องร่วมรับผิดด้วย เจ้าพนักงานประเมินจึงมีหนังสือแจ้งภาษีเงินได้ให้โจทก์ชำระโดยมิได้หมายเรียกโจทก์มาไต่สวน ย่อมเป็นการชอบแล้ว เพราะมิใช่การตรวจสอบภาษี

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 19 ป.รัษฎากร มาตรา 20 ป.รัษฎากร มาตรา 57 ป.รัษฎากร มาตรา 14 ป.รัษฎากร มาตรา 12 ป.รัษฎากร มาตรา 13

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ ๑ ประเมินให้โจทก์เสียภาษีและเงินเพิ่มส่วนของภรรยาโจทก์ ซึ่งโจทก์ในฐานะสามีมีหน้าที่และความรับผิดในการยื่นรายการเพื่อเสียภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๕๗ ตรี โจทก์เห็นว่าคำสั่งประเมินดังกล่าวและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะภรรยาโจทก์มิใช่ผู้ประกอบการค้าและเจ้าพนักงานประเมินไม่เปิดโอกาสให้โจทก์ชี้แจงโต้แย้ง เป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๙,๒๐ ขอให้พิพากษาว่าคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเพิกถอนการประเมิน ของเจ้าพนักงานประเมินดังกล่าว

จำเลยทั้งสี่ให้การว่า คำสั่งประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายกรณีของโจทก์ไม่ต้องด้วยมาตรา ๑๙,๒๐ แห่งประมวลรัษฎากร เพราะโจทก์และภรรยาโจทก์มิได้ยื่นแสดงรายการเพื่อชำระภาษีเงินได้สำหรับปี ๒๕๐๕ ไว้เลย ส่วนปี ๒๕๐๖ และ ๒๕๐๗ ก็ยื่นไม่ถูกต้อง โจทก์จึงต้องรับผิดชำระหนี้ภาษีเพิ่มตลอดจนเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า เฉพาะภาษีปี ๒๕๐๕ ซึ่งโจทก์มีหน้าที่ต้องนำเงินได้ของภรรยาโจทก์มาแสดงในแบบยื่นรายการเพื่อเสียภาษีและรับผิดในการเสียภาษีนั้น เจ้าพนักงานประเมินมิได้ออกหมายเรียกโจทก์ไปไต่สวนภายในเวลา ๕ ปีนับแต่วันยื่นรายการ ไม่ชอบด้วยประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๙,๒๐ ส่วนภาษีปี ๒๕๐๖,๒๕๐๗ ซึ่งภรรยาโจทก์แยกยื่นรายการเพื่อเสียภาษีต่างหากจากโจทก์ แต่ภรรยาโจทก์ยื่นไว้ไม่ครบถ้วน เจ้าพนักงานได้ไต่สวนภรรยาโจทก์ภายในกำหนดเวลาโดยชอบและแจ้งให้โจทก์ทราบแล้ว โจทก์ขอให้เพิกถอนประเมินในส่วนนี้ไม่ได้ พิพากษาให้เพิกถอนการประเมินภาษีและคำวินิจฉัยอุทธรณ์เกี่ยวกับภาษีปี พ.ศ. ๒๕๐๕ นอกจากนี้ให้ยกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีที่เจ้าพนักงานประเมินตรวจพบว่า นางสมบูรณ์สุข ดีวาจิน ภรรยาโจทก์แสดงรายการเพื่อภาษีเงินได้ในปี พ.ศ. ๒๕๐๖,๒๕๐๗ ไม่ถูกต้องตามความจริงหรือไม่บริบูรณ์ ซึ่งนางสมบูรณ์สุข ดีวาจินแยกยื่นต่างหากจากโจทก์นั้น การออกหมายเรียกมาไต่สวนตามนัยมาตรา ๑๙ แห่งประมวลรัษฎากร เจ้าพนักงานได้ออกหมายเรียกไปยังนางสมบูรณ์สุข ดีวาจิน ผู้ยื่นรายการมาทำการไต่สวนไม่ใช่โจทก์การออกหมายเรียกของเจ้าพนักงานประเมินจึงเป็นการชอบและถูกต้องแล้ว เมื่อไต่สวนและทราบจำนวนเงินภาษีอันถูกต้องแล้ว เจ้าพนักงานประเมินก็มีอำนาจแบ่งภาษีดังกล่าวออกตามส่วนของเงินได้พึงประเมินที่โจทก์และนางสมบูรณ์ ดีวาจิน แต่ละฝ่ายได้รับโดยแจ้งให้โจทก์และนางสมบูรณ์

ดีวาจิน เสียเป็นคนละส่วนได้ แต่ถ้าภาษีส่วนของฝ่ายใดค้างชำระ อีกฝ่ายหนึ่งก็ต้องรับผิดในการเสียภาษีที่ค้างชำระดังกล่าว ทั้งนี้ตามมาตรา ๕๗ ตรี วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร สำหรบกรณีโจทก์นี้เนื่องด้วยนางสมบูรณ์ ดีวาจีน ภรรยาโจทก์มีภาระต้องรับผิดชำระเงินภาษีเพิ่มเติมซึ่งโจทก์ต้องร่วมรับผิดด้วย เจ้าพนักงานประเมินจึงมีหนังสือแจ้งภาษีเงินได้ให้โจทก์ชำระโดยมิได้หมายเรียกโจทก์มาไต่สวน ย่อมเป็นการชอบแล้ว เพราะมิใช่การตรวจสอบภาษี จึงไม่ต้องหมายเรียกตัวโจทก์ตามประมวลรัษฎากร ฉะนั้นการที่เจ้าพนักงานประเมินมีหนังสือแจ้งภาษีเงินได้ให้โจทก์เสียภาษีสำหรับปี พ.ศ. ๒๕๐๖ และ ๒๕๐๗ ตามเอกสารหมายเลข ๒,๓ ท้ายฟ้อง และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับภาษีปี พ.ศ. ๒๕๐๖ และ ๒๕๐๗ มานั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ขจร หะวานนท์ · สนับ คัมภีรยส · สุธี ชอบธรรม
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายวัฒน์ ผดุงจิตร
ศาลอุทธรณ์ - นายแต่ง ทองภักดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 171/2521

เมื่อกองมรดกโจทก์ยังมิได้แบ่งปันกันระหว่างทายาทเงินค่าเช่าที่ได้รับจากผู้เช่าทรัพย์สินของกองมรดกย่อมเป็นของกองมรดก เพราะเป็นดอกผลนิตินัย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 111 ซึ่งจักต้องนำไปแบ่งปันก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1106/2520

โจทก์เป็นผู้ดำเนินการวิ่งเต้นให้เจ้าของที่ดินยอมให้บริษัท ว. เข้าทำการปรับปรุงที่ดินอันเป็นแหล่งเสื่อมโทรม จนเป็นผลให้เจ้าของที่ดินทำสัญญาดังกล่าวกับบริษัท ว. และทำให้โจทก์ได้รับเงินค่าตอบแทนจากบริษัท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1196/2539

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์มิใช่ขอให้เพิกถอนการประเมินที่จะต้องอุทธรณ์การประเมินตามมาตรา30แห่งประมวลรัษฎากรและกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่จำเลยเห็นว่าโจทก์จะต้องรับผิดในหนี้ภาษีอากรที่ค้างชำระแต่โจ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2534 (เลขอ้างอิง 18288)

บทบัญญัติของมาตรา 21 และ 25 แห่งประมวลรัษฎากรอันเป็นบทบัญญัติห้ามมิให้อุทธรณ์การประเมิน กฎหมายมิได้กำหนดเป็นเด็ดขาดว่า ถ้าไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกจะต้องห้ามอุทธรณ์ในทุกกรณี แต่จะต้องห้ามอุทธรณ์ก็ต่อเมื่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2534 (เลขอ้างอิง 99821)

++ คดีแดงที่ 3802-3803/2534 ++ ++ ++ ทดสอบการทำงานในระบบ CW เพื่อค้นหาข้อมูลทาง online ++ ++ ย่อข้อกฎหมายอย่างไม่เป็นทางการ ++ ++ บทบัญญัติของมาตรา 21 และ 25 แห่งประมวลรัษฎากรอันเป็นบทบัญญัติห้ามมิให้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้