Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1515/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ ป.วิ.พ. มาตรา 184 บัญญัติให้ศาลออกหมายกำหนดวันนัดสืบพยานส่งให้แก่คู่ความ แต่เมื่อศาลมีคำสั่งให้โจทก์มีหน้าที่นำส่งหมายนัด และโจทก์ทราบคำสั่งแล้ว ก็มิได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนหรือแก้ไขคำสั่งนั้น ทั้ง ป.วิ.พ. มาตรา 70ก็ให้อำนาจศาลมีคำสั่งให้โจทก์มีหน้าที่จัดการนำส่งหมายนัดได้คำสั่งศาลดังกล่าวจึงชอบแล้ว ศาลนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 18 เมษายน 2527 โดยให้โจทก์เป็นผู้นำส่งหมายแจ้งวันนัดให้จำเลย หมายนัดออกวันที่ 15 มีนาคม2527 และส่งไปถึงงานเดินหมายและประกาศ กรมบังคับคดีเมื่อวันที่19 มีนาคม 2527 โจทก์ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปจนกระทั่งวันที่ 12เมษายน 2527 จึงได้ไปติดต่อที่งานเดินหมาย แต่โจทก์ไม่นำส่งทั้งที่ศาลออกหมายนัดถึงทนายจำเลยซึ่งเป็นพนักงานอัยการ พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลกำหนดที่ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีชอบแล้ว.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่งประเมินเรียกเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีการค้าของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ให้การทำนองเดียวกันว่าการประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบแล้ว ขอให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 3 โจทก์ถอนฟ้อง ศาลอนุญาตต่อมาวันที่ 1 มีนาคม 2527 โจทก์ยื่นคำแถลงว่า ศษลยังไม่ได้มีคำสั่งนัดชี้สองสถานหรือนัดสืบพยาน ขอให้ศาลมีคำสั่งให้มีการพิจารณาคดีต่อไป ศาลได้มีคำสั่งให้นัดสืบพยานโจทก์ หมายแจ้งนัดให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ไม่มีผู้รับหมายให้เปิด ให้โจทก์นำส่งและเจ้าหน้าที่ศาลได้กำหนดนัดวันสืบพยานโจทก์วันที่ 18 เมษายน2527 เวลา 13.30 นาฬิกา

โจทก์ทราบคำสั่งศาลและกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์ดังกล่าวแล้ว ต่อมาวันที่ 16 เมษายน 2527 กรมบังคับคดีรายงานมายังศาลว่า ได้รับหมายนัดจากศาลเมื่อวันที่ 19 มีนาคม2527 ใกล้กำหนดวันนัดแล้ว โจทก์หรือผู้แทนโจทก์ไม่นำส่ง ในวันที่18 เมษายน 2527 ซึ่งเป็นวันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลจึงมีคำสั่งว่าโจทก์ไม่นำส่งหมายนัดตามคำสั่งศาล ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องจำหน่ายคดีออกจากสารบบความโจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์มิได้จงใจหรือมีเจตนาเพิกเฉยไม่ดำเนินการตามคำสั่งศาล ขอให้ศาลทำการไต่สวน แล้วยกเลิกคำสั่งเดิมและทำการสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไปศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของโจทก์ โดยเห็นว่าไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์นำส่งหมายนัดให้แก่คู่ความเป็นการไม่ชอบ เพราะเมื่อจำเลยได้ยื่นคำให้การแล้ว ศาลต้องออกหมายกำหนดวันสืบพยานส่งให้แก่คู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 184 นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าแม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 184 บัญญัติให้ศาลออกหมายกำหนดวันนัดสืบพยานส่งให้แก่คู่ความ แต่เมื่อศาลมีคำสั่งให้โจทก์มีหน้าที่นำส่งหมายนัด และโจทก์ทราบคำสั่งศาลแล้วก็มิได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนหรือแก้ไขคำสั่งนั้นทั้งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 70 ก็บัญญัติให้อำนาจศาลมีคำสั่งให้โจทก์มีหน้าที่จัดการนำส่งหมายนัดได้ ดังนั้นคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงชอบแล้ว

ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์มิได้เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีตามคำสั่งศาลนั้น โจทก์อ้างว่าได้ไปนำส่งหมายนัด 4 ครั้ง เมื่อวันที่ 8, 12, 14และ 16 มีนาคม 2527 แต่หมายนัดจากศาลยังไม่ไปถึงงานเดิมหมายและประกาศ กรมบังคับคดี โจทก์จึงนำส่งหมายนัดไม่ได้ ครั้นวันที่12 เมษายน 2527 โจทก์ได้ไปติดต่อที่งานเดินหมายและประกาศอีกปรากฏว่าหมายนัดมาถึงแล้ว แต่โจทก์เห็นว่าระยะเวลากระชั้นกับวันนัดสืบพยานโจทก์ หากนำส่งในวันนั้นก็คงจะส่งให้จำเลยไม่ทันจึงไม่นำส่งนั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่าหมายนัดออกเมื่อวันที่15 มีนาคม 2527 และส่งไปถึงงานเดินหมายและประกาศ วันที่ 19มีนาคม 2527 หากโจทก์ขวนขวายสอบถามเจ้าหน้าที่ศาลก็ย่อมจะทราบและสามารถติดตามนำส่งหมายนัดได้ทันกำหนดนัด แต่โจทก์ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปจนกระทั่งวันที่ 12 เมษายน 2527 จึงได้ไปติดต่อที่งานเดินหมายและประกาศทั้งคดีนี้ศาลออกหมายนัดถึงทนายจำเลยซึ่งเป็นพนักงานอัยการ

กรมอัยการ ถ้าโจทก์นำส่งหมายนัดเสียในวันที่12 เมษายน 2527 ก็อยู่ในวิสัยที่จะส่งได้ทัน แต่โจทก์หาได้นำส่งหมายนัดนั้นไม่ แม้ศาลจะมิได้กำหนดเวลาให้โจทก์นำส่ง ก็เป็นที่เข้าใจได้ว่าให้โจทก์นำส่งภายในเวลาอันสมควรให้คู่ความทราบล่วงหน้าไม่ต่ำกว่าสามวัน การที่โจทก์ไม่นำพาติดตามนำส่งหมายนัดล่วงเลยมาจนกระทั่งถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ เช่นนี้

ศาลฎีกาเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศษลเห็นสมควรกำหนดไว้เพื่อการนั้นแล้ว ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์ทิ้งฟ้องและจำหน่ายคดี ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนมานั้นชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพจิตร วิเศษโกสิน · ไพรัช วงศ์วัฒนะ · สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13881/2556

ตามรายงานกระบวนพิจารณา ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งในชั้นไต่สวนมูลฟ้องว่า คดีของโจทก์มีมูล ให้ประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณา หมายเรียกจำเลยทั้งสามมาให้การในวันเดียวกับวันนัดพร้อม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1668/2548

ในอุทธรณ์ของผู้ร้อง เจ้าพนักงานศาลได้ประทับตราซึ่งมีข้อความว่า ถ้าศาลไม่อาจสั่งในวันนี้ได้ ผู้ยื่นจะมารับทราบคำสั่งศาลภายใน 7 วัน นับแต่วันยื่น และทุกๆ 7 วัน หากไม่มาให้ถือว่าทราบคำสั่งแล้ว โดยมีลายมื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7548/2544

ในชั้นตรวจอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ และให้โจทก์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยภายใน 15 วัน แต่จำเลยมิได้มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลชั้นต้น แม้ตามทางปฏิบัติจะมีหนังสือแจ้งให้ศาลที่จำเลยมีภูมิล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1419/2543

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับฎีกาจำเลย สำเนาให้โจทก์แก้ ให้นัดให้จำเลยนำส่งใน 3 วัน แจ้งให้มานำส่งโดยด่วน เป็นการสั่งให้จำเลยซึ่งเป็นผู้ฎีกาปฏิบัติหน้าที่ตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 70 วรรค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4640/2539

ผู้ร้องยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2537ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในอุทธรณ์ของผู้ร้องในวันรุ่งขึ้นว่า ให้รับอุทธรณ์คำสั่งของผู้ร้องให้ผู้ร้องนำส่งสำเนาให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใน 5 ว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้