คำฟ้องและคำให้การ
คดีได้ความว่า ที่ดินแลดูรายพิพาทนี้อยู่ในเขตต์โฉนดของโจทก์ โจทก์จำเลยต่างใช้ดูรายพิพาทนี้ร่วมกันมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว โดยจำเลยได้ปลูกร้านต้นไม้ ทำสพานน้ำแลใช้ดูเป็นทางเรือเข้าออก จำเลยอ้างว่าจำเลยได้ปกครองดูรายนี้มากว่า ๑๐ ปีแล้ว โจทก์จึงฟ้องขับไล่จำเลยแลเรียกค่าเสียหาย ๕๐๐ บาท ก่อนพิจารณา โจทก์จำเลยตกลงเรื่องค่าเสียหายกันเป็นเงิน ๓๐ บาท
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลย แลให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๓๐ บาทตามที่ตกลงกันไว้
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง แต่ในข้อที่ศาลชั้นต้นเรียกค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์ ๒๕ บาทโดยถือว่าคดีมีทุนทรัพย์ ๑๐๐๐ บาทนั้น เห็นว่าโจทก์จำเลยตกลงเรื่องค่าเสียหายกัน ๓๐ บาท รวมราคาที่ดินกับค่าเสียหายเป็นทุนทรัพย์ ๕๓๐ บาท ต้องเรียกค่าขึ้นศาลตามตาราง ๑ ข้อ ๒ ตอนท้ายเป็นเงิน ๑๕ บาท จึงให้คืนค่าขึ้นศาลที่ศาลชั้นต้นเรียกเกินไป ๑๐ บาท
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำของจำเลยไม่เข้าลักษณะของการครอบครองโดยปรปักษ์ซึ่งจะก่อให้เกิดกรรมสิทธิ์ จำเลยไม่ได้ครอบครองในฐานะเป็นเจ้าของโดยอิสสร เพราะโจทก์ยังใช้ดูนี้ร่วมกับจำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิยกเอาการครอบครองโดยปรปักษ์มาต่อสู้กรรมสิทธิ์ของโจทก์
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ส่วนในข้อการคิดจำนวนทุนทรัพย์คนบังคับคดียืนตามศาลอุทธรณ์