Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1516/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์เห็นได้ว่า ประสงค์จะรอการลงโทษให้จำเลยแต่ไม่ปรากฏในคำบังคับของศาลอุทธรณ์ว่าให้รอการลงโทษจำเลย ข้อแตกต่างดังกล่าวเป็นเพราะความผิดหลง หรือเขียนคำบังคับผิดพลาดไป ซึ่งศาลอุทธรณ์ชอบที่จะแก้ไขให้ถูกต้องได้ เพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 190 มิได้มีข้อห้ามไว้ว่าถ้อยคำที่เขียนหรือพิมพ์ผิดพลาดข้อไหนแก้ได้หรือไม่ประการใด จึงน่าจะทำได้ทำนองเดียวกับที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 เมื่อข้อความที่แก้ไขหรือขยายความมิได้กลับหรือแก้คำวินิจฉัยในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หากแต่แก้คำบังคับที่ผิดพลาดให้ถูกต้องจึงย่อมทำได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 190

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติมาตราชั่ง ตวง วัดพ.ศ. 2466 มาตรา 31, 38 พระราชบัญญัติมาตราชั่ง ตวง วัด พ.ศ. 2466แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช 2477 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32, 33, 91, 270 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 ขอให้ริบของกลางจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 270 ซึ่งเป็นบทหนัก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 2 เดือน

จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน ริบของกลางจำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าข้อที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษนั้นเห็นว่าจำเลยเป็นหญิง กระทำความผิดคดีนี้เป็นครั้งแรก ทั้งพฤติการณ์แห่งคดีก็ไม่ร้ายแรงนัก เห็นสมควรให้โอกาสแก่จำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดีสืบไป ที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจกำหนดโทษจำคุกโดยไม่รอการลงโทษนั้น ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วย แต่เพื่อให้จำเลยเข็ดหลาบเห็นควรลงโทษปรับด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้นพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลย 6,000 บาท อีกสถานหนึ่ง ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงปรับ 3,000 บาทไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นต่อมาจำเลยยื่นคำร้องว่า ตามเหตุผลในคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์จำเลยน่าจะได้รับการรอการลงโทษ แต่ไม่มีข้อความในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า ให้รอการลงโทษให้จำเลย จึงขอให้ศาลอุทธรณ์ขยายความดังกล่าวข้างต้นให้แก่จำเลยด้วยเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว

มีคำสั่งว่า ตามเหตุผลที่ได้แสดงไว้ในคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ก็ด้วยประสงค์ที่จะรอการลงโทษเพื่อให้จำเลยมีโอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดีสืบไปนั้นเอง แต่เมื่อในคำพิพากษาไม่ปรากฏข้อความดังกล่าว จึงขยายความเป็นว่าสำหรับโทษจำคุก1 เดือน ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56โจทก์ฎีกาคัดค้านว่า การขยายข้อความในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นการแก้ไขคำพิพากษา มิใช่การแก้ถ้อยคำที่เขียนหรือพิมพ์ผิดพลาดต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 190, 215คำสั่งของศาลอุทธรณ์จึงไม่ชอบ ขอให้ยกคำสั่งของศาลอุทธรณ์ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์เห็นได้ชัดว่าประสงค์ที่จะรอการลงโทษให้จำเลยเพื่อให้โอกาสจำเลยกลับตัวประพฤติตนเป็นพลเมืองดีสืบไป แต่ไม่ปรากฏในคำบังคับของศาลอุทธรณ์ว่าให้รอการลงโทษให้จำเลย

เหตุที่กล่าวอ้างในคำวินิจฉัยจึงแตกต่างกับผลในคำบังคับ ซึ่งเห็นได้ว่า เป็นเพราะความผิดหลง หรืออีกนัยหนึ่งเขียนคำบังคับผิดพลาดไป ซึ่งศาลอุทธรณ์ชอบที่จะแก้ไขให้ถูกต้องได้ เพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 190มิได้ระบุ หรือมีข้อความห้ามไว้ว่า ถ้อยคำที่เขียนหรือพิมพ์ผิดพลาดข้อไหนแก้ไขได้หรือไม่ประการใด จึงน่าจะทำได้ทำนองเดียวกับที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพิเคราะห์เปรียบเทียบกันระหว่างคำพิพากษาศาลอุทธรณ์กับคำสั่งของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวแล้วจะเห็นได้เด่นชัดอีกว่าข้อความที่แก้ไขหรือขยายความมิได้กลับหรือแก้คำวินิจฉัยในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ หากแต่แก้คำบังคับที่ผิดพลาดให้ถูกต้องซึ่งย่อมทำได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 190คำสั่งของศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · ชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์ · ชวลิต พรายภู่
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้