Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1525/2513

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทำสัญญาภารจำยอมไว้กับโจทก์มีความว่า (ข้อ 1) ผู้ให้สัญญา(หมายถึงจำเลย) เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โฉนดเลขที่ 1244 เนื่องจากที่ดินโฉนดที่ 6023 ของผู้รับสัญญา (หมายถึงโจทก์) ไม่มีทางออกไปสู่ถนนราชวิถีโดยรถยนต์ได้ เพราะมีที่ดินแปลงโฉนดที่ 1244 และโรงรำของผู้ให้สัญญาขวางอยู่ก่อน ผู้ให้สัญญาจึงตกลงยินยอมให้ทางถนนเดิมของที่ดินโฉนดที่ 1244 มีขนาดกว้างประมาณ 3.00 เมตร ยาวจากคลองสามเสนถึงถนนราชวิถียาวประมาณ 68 เมตร ตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินโฉนดที่ 6023 เพื่อใช้เป็นทางสัญจรไปมาและให้รถยนต์ที่ผ่านเข้าออกจากที่แปลงโฉนด 6023 สู่ถนนราชวิถีได้ ผู้ให้สัญญาจะไม่ปลูกสร้างสิ่งใด ๆ คร่อมทางภารจำยอมนี้ในโอกาสต่อไปและยินยอมให้ผู้รับสัญญาสร้างสะพานบนที่ดินของผู้ให้สัญญาตรงริมคลองสามเสนทอดข้ามไปสู่ที่ดินแปลงโฉนดที่ 6023 ได้(ข้อ 2) เนื่องจากที่ดินของผู้ให้สัญญาแปลงโฉนดที่ 1244 ขณะนี้มีโรงรำและถ่านปลูกสร้างปิดช่องถนนของที่ดินส่วนที่ให้สัญญายินยอมเป็นภารจำยอม โดยที่ผู้ให้สัญญาได้ให้ จ. เช่ามีกำหนด 10 ปีเป็นเหตุให้ผู้รับสัญญายังใช้สิทธิภารจำยอมที่ตกลงกันตามสัญญานี้ทันทีไม่ได้ (ข้อ 3) เพื่อเป็นการตอบแทนแก่ผู้ให้สัญญาที่ยินยอมให้ที่ดินแปลงโฉนดที่ 6023 ของผู้รับสัญญาได้สิทธิภารจำยอมบนที่ดินแปลงโฉนดที่ 1244 ของผู้ให้สัญญาตามข้อ 1 ผู้รับสัญญาขอให้ค่าตอบแทนเป็นเงิน 120,000 บาท ผู้ให้สัญญาได้รับเงินค่าตอบแทนเป็นเงิน 20,000 บาทแล้ว ที่ค้างผู้รับสัญญาจะชำระให้เสร็จเมื่อผู้ให้สัญญาได้รื้อถอนโรงรำออกจากที่ดินโฉนดที่ 1244 ไปแล้วและเมื่อผู้ให้สัญญาได้รับเงินจากผู้รับสัญญาครบถ้วนแล้ว ผู้ให้สัญญาจะต้องนำที่ดินโฉนดที่ 1244 ไปจดทะเบียนภารจำยอมทันที ดังนี้ย่อมเห็นวัตถุประสงค์ของสัญญารายนี้ว่าที่โจทก์ยอมเสียเงินถึง120,000 บาท ก็เพื่อให้มีถนนผ่านที่ดินจำเลยไปออกถนนราชวิถีได้โดยกว้างประมาณ 3 เมตร และยาวประมาณ 68 เมตร ทั้งนี้ ก็เพื่อให้รถยนต์วิ่งเข้าออกไปยังที่ดินของโจทก์ได้โดยการสร้างสะพานบนที่ดินของจำเลยข้ามคลองสามเสนไปสู่ที่ดินของโจทก์โฉนดที่ 6023 ได้ การที่จะแปลสัญญานี้ไปเป็นอย่างอื่น กล่าวคือ แปลว่าให้ทำสะพานข้ามคลองสามเสนไปสู่ที่ดินของ ป. ซึ่งอยู่ติดกับที่ดินของโจทก์นั้น ย่อมเป็นการแปลความที่ขัดต่อเจตนาของคู่สัญญา ทั้งขัดกับข้อความในสัญญาด้วยการที่โจทก์ยอมเสียเงินถึง120,000 บาท ก็ย่อมประสงค์จะให้ทำสะพานข้ามทอดเข้าที่ดินของโจทก์ไม่ต้องการให้ทำสะพานลงไปในที่ดินของ ป. ซึ่งแม้จะอยู่ติดกันก็มีคูน้ำคั่น ซึ่งมีความกว้างถึง 1 วา คำว่า'ทางถนนเดิม' ในสัญญาข้อ 1 หมายถึงถนนปูน 3 เมตร ตั้งแต่ปากทางติดถนนราชวิถีเข้ามาหน้าโรงรำและตรงเข้ามายังคลองสามเสนซึ่งเมื่อแปลเช่นนี้ ถนนเดิมจากปากทางจะตรงเข้ามาจดคลองสามเสนและย่อมจะสร้างสะพานข้ามคลองสามเสนไปสู่ที่ดินโจทก์ได้ ถนนที่เป็นภารจำยอมตามสัญญามีความกว้างประมาณ 3 เมตร ยาวประมาณ68 เมตร โดยถือถนนปูนซึ่งเป็นถนนเดิมแล้วตรงเข้ามาถึงหน้าโรงรำและถ่าน แล้วตรงเข้ามา (โดยไม่เบนไปทางซ้าย) ทั้งนี้โดยถือแนวถนนปูนเดิม ส่วนใดของโรงรำและถ่านที่ขวางช่องทางดังกล่าวนี้ถือว่าเป็นการผิดสัญญาจำเลยต้องรื้อออกไปให้พ้นความกว้าง (ประมาณ 3 เมตร) วัตถุประสงค์ของสัญญาภารจำยอมเป็นเพียงเพื่อให้โจทก์มีทาง กว้างประมาณ 3 เมตร ยาวประมาณ 68 เมตร และเพื่อทำสะพานข้ามคลองเข้าที่โจทก์เท่านั้น ฉะนั้น ส่วนใดของโรงรำและถ่านที่กีดขวางทางภารจำยอม ก็จะต้องรื้อถอนไป แต่หาใช่รื้อไปทั้งหมดทั้ง ๆ ที่ ส่วนอื่นก็ไม่ได้กีดขวางทางภารจำยอมไม่ มิฉะนั้นก็จะเป็นการตีความสัญญาไปในทางที่ไม่สุจริต เป็นการขัดต่อ มาตรา 368แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินโฉนดที่ ๑๒๔๔ ได้ทำสัญญาภารจำยอมไว้กับโจทก์ ให้ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๔๔ของจำเลยตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๐๒๓ ของโจทก์ ขณะทำสัญญา มีโรงรำและถ่านปลูกสร้างอยู่บนฝั่งคลองสามเสนปิดช่องถนนทางภารจำยอมตามสัญญาอยู่ เพราะจำเลยให้บุคคลอื่นเช่า ๑๐ ปี สัญญาจะครบวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๐๙ โจทก์ต้องเสียค่าตอบแทน ๑๒๐,๐๐๐ บาทในวันทำสัญญาโจทก์ชำระให้จำเลยแล้ว ๒๐,๐๐๐ บาท ครั้นพ้นกำหนดหมดข้อผูกพันตามสัญญาเช่าซึ่งจำเลยมีอยู่ต่อบุคคลภายนอกแล้วจำเลยไม่รื้อถอนโรงรำและถ่านซึ่งปิดช่องถนนออกไปให้พ้นที่ดินโฉนดที่ ๑๒๔๔ตามสัญญา จำเลยรื้อโรงรำและถ่านไปเพียง ๑.๗๐ เมตร และกันเนื้อที่นอกแนวถนนเดิมตามสัญญา ซึ่งบุคคลอื่นใช้เดินและทำสะพานข้ามคลองเข้าที่บุคคลอื่นอยู่ก่อนแล้ว

ไปทางด้านทิศตะวันตกรวมกันเพื่อให้ได้เนื้อที่๓ เมตร มาให้โจทก์ จึงเป็นทางโค้ง ไม่มุ่งตรงเข้าที่โจทก์ ไม่ตรงตามที่ตกลงไว้ในสัญญา โจทก์ทำสะพานข้ามคลองเป็นทางตรงเข้าที่โจทก์ดังที่ตกลงในสัญญาไม่ได้ ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยร่วมกันรื้อถอนโรงรำและถ่านออกไปจากที่ดินโฉนด ๑๒๔๔ ตามสัญญา เพื่อให้โจทก์สร้างสะพานและใช้ทางภารจำยอมตามฟ้อง และให้จำเลยร่วมกันไปจดทะเบียนภารจำยอมในโฉนดที่ ๑๒๔๔ เป็นทางกว้าง ๓ เมตร ยาวประมาณ ๖๘ เมตร ณ หอทะเบียนที่ดิน หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นเครื่องแสดงเจตนาแทน

จำเลยให้การว่า การรื้อโรงรำและถ่านตกลงเพียงรื้อเฉพาะส่วนของทางภารจำยอมที่ระบายสีแดงตามเอกสารท้ายฟ้องหมาย ๑ เท่านั้นไม่ใช่รื้อไปทั้งหมด จำเลยได้จัดการรื้อโรงรำและถ่านจากที่ภารจำยอมตามสัญญาภารจำยอมแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนโรงรำและถ่านออกไปจากที่ดินโฉนดที่ ๑๒๔๔ ตามสัญญา เพื่อให้โจทก์สร้างสะพานและใช้ทางภารจำยอมได้ (ทางภารจำยอมกว้าง ๓ เมตร ยาวประมาณ ๖๘ เมตร) ให้จำเลยไปจดทะเบียนภารจำยอมในโฉนดที่ ๑๒๔๔ เป็นทางกว้าง ๓ เมตร ยาวประมาณ๖๘ เมตร ณ หอทะเบียนที่ดิน ตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องหมายเลข ๑แต่ทางกว้างไม่เกิน ๓ เมตร ยาวประมาณ ๖๘ เมตร หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนแสดงเจตนาของจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๑๓

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นว่า ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง เช่น เสา ซึ่งยังเหลือปิดทางภารจำยอมอยู่นั้นออกไปให้หมดสิ้นเรียบร้อย และให้จำเลยไปจดทะเบียนภารจำยอมเป็นทางกว้างประมาณ ๓ เมตร โดยให้รถยนต์เข้าออกได้ ยาวประมาณ ๖๘ เมตรตามแนวทางถนนเดิมลงในโฉนดที่ดิน ๑๒๔๔ ของจำเลย ณ สำนักงานที่ดิน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา เกี่ยวกับทางพิพาทรายนี้ คงมีการโต้เถียงเฉพาะจากหน้าโรงรำและถ่านไปจดคลองสามเสนว่า ถนนที่พุ่งเข้ามานั้นจะต้องเบี่ยงซ้ายไปหน่อยแล้วไปรวมกับซอกทางเดินอันเป็นสะพานไม้ทอดข้ามดินแฉะ ๆ น้ำครำหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ถนนภารจำยอมกว้าง ๓ เมตรนี้ จะนับรวมซอกทางเดินที่เป็นไม้ทอดดังกล่าวหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับการตีความในสัญญาซึ่งมี ๓ ข้อดังนี้ ข้อ ๑ ผู้ให้สัญญาทั้งสี่รายเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โฉนดเลขที่ ๑๒๔๔อยู่ที่ตำบลพญาไท อำเภอดุสิต จังหวัดพระนคร เนื่องจากที่ดินแปลงโฉนดที่ ๖๐๒๓ ของผู้รับสัญญาไม่มีทางถนนออกไปสู่ถนนราชวิถีโดยรถยนต์ได้เพราะมีที่ดินแปลงโฉนดที่ ๑๒๔๔ และโรงรำของผู้ให้สัญญาขวางอยู่ก่อนที่จะออกสู่ถนนราชวิถีได้ ผู้ให้สัญญาจึงตกลงยินยอมให้ทางถนนเดิมของที่ดินโฉนดที่ ๑๒๔๔ มีขนาดกว้างประมาณ ๓.๐๐ เมตร ยาวจากคลองสามเสนถึงถนนราชวิถียาวประมาณ ๖๘ เมตร ตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินโฉนดที่ ๖๐๒๓เพื่อใช้เป็นทางสัญจรไปมาและให้รถยนต์ผ่านเข้าออกจากที่แปลงโฉนด ๖๐๒๓สู่ถนนราชวิถีได้ทุกเวลา

ผู้ให้สัญญาจะไม่ปลูกสร้างสิ่งใด ๆ คร่อมทางภารจำยอมนี้ในโอกาสต่อไป และยินยอมให้ผู้รับสัญญาสร้างสะพานบนที่ดินของผู้ให้สัญญาตรงริมคลองสามเสนทอดข้ามไปสู่ที่ดินแปลงโฉนด๖๐๒๓ ได้ ข้อ ๒ เนื่องจากที่ดินของผู้ให้สัญญาแปลงโฉนดที่ ๑๒๔๔ ขณะนี้มีโรงรำและถ่านปลูกสร้างปิดช่องถนนของที่ดินส่วนที่ผู้ให้สัญญายินยอมให้เป็นภารจำยอมโดยที่ผู้ให้สัญญาได้ให้นายจาโป้ แซ่อึ๊ง เช่ามีกำหนด๑๐ ปี สัญญาเช่าทำเมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๔๙๙ จึงเป็นเหตุให้ผู้รับสัญญายังใช้สิทธิภารจำยอมที่ตกลงกันตามสัญญานี้ทันทีไม่ได้ เว้นแต่โรงรำและถ่านจะได้รื้อถอนไปก่อนครบกำหนดสัญญาเช่า ข้อ ๓ เพื่อเป็นการตอบแทนแก่ผู้ให้สัญญาที่ได้ยินยอมให้ที่ดินแปลงโฉนดที่ ๖๐๒๓ ของนางเสริมศรี

ทานสัมฤทธิ์ ได้สิทธิภารจำยอมบนที่ดินแปลงโฉนดที่ ๑๒๔๔ ของผู้ให้สัญญาตามข้อ ๑ ผู้รับสัญญาขอให้ค่าตอบแทนเป็นเงินทั้งสิ้น ๑๒๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนสองหมื่นบาทถ้วน)ในวันทำสัญญานี้ ผู้ให้สัญญาได้รับเงินค่าตอบแทนจากผู้รับสัญญาแล้วเป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท (สองหมื่นบาทถ้วน) ส่วนที่ค้างอยู่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท(หนึ่งแสนบาทถ้วน) ผู้รับสัญญาจะชำระให้เสร็จสิ้นเมื่อผู้ให้สัญญาได้รื้อถอนโรงรำออกจากที่ดินโฉนดที่ ๑๒๔๔ ไปแล้ว และเมื่อผู้ให้สัญญาได้รับเงินจากผู้รับสัญญาจำนวน ๑๒๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนสองหมื่นบาทถ้วน)ครบถ้วนแล้ว ผู้ให้สัญญาจะต้องนำที่ดินโฉนดที่ ๑๒๔๔ ไปจดทะเบียนภารจำยอม ณ หอทะเบียนที่ดินจังหวัดพระนครทันที

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้อสัญญาทั้ง ๓ ข้อนั้น ย่อมเห็นวัตถุประสงค์ของสัญญารายนี้ว่าที่โจทก์ยอมเสียเงินให้จำเลยถึง ๑๒๐,๐๐๐ บาท ก็เพื่อให้มีถนนผ่านที่ดินจำเลยไปออกถนนราชวิถีได้โดยรถยนต์ โดยกว้างประมาณ๓ เมตร และยาวประมาณ ๖๘ เมตร ทั้งนี้ เพื่อให้รถยนต์วิ่งเข้าออกไปยังที่ดินของโจทก์ (โฉนดเลขที่ ๖๐๒๓) ได้ โดยการสร้างสะพานบนที่ดินของจำเลยข้ามคลองสามเสนไปสู่ที่ดินของโจทก์โฉนด ๖๐๒๓ ได้ ดังปรากฏข้อความชัดเจนในสัญญาข้อ ๑ เมื่อวัตถุประสงค์แห่งสัญญา คือ การสร้างถนนเข้ามาถึงคลองสามเสนแล้วทำสะพานข้ามทอดไปเข้าที่ดินของโจทก์โฉนดที่ ๖๐๒๓ เช่นนี้แล้ว การที่จะแปลสัญญานี้ไปเป็นอย่างอื่น กล่าวคือแปลว่าให้ทำสะพานข้ามคลองสามเสนไปสู่ที่ดินนางปานซึ่งอยู่ติดกับที่ดินของโจทก์นั้น

ย่อมเป็นการแปลความที่ขัดต่อเจตนาของคู่สัญญา และทั้งขัดกับข้อความในสัญญาด้วย การที่โจทก์ยอมเสียเงินถึง ๑๒๐,๐๐๐ บาทก็ย่อมอยากจะให้ทำสะพานข้ามทอดเข้าที่ดินของโจทก์เป็นแน่ และคงจะไม่ต้องการให้ทำสะพานลงไปในที่ดินนางปาน ซึ่งแม้จะอยู่ติดกันก็มีคูน้ำคั่นซึ่งมีความกว้างถึง ๑ วา ศาลฎีกาเชื่อว่าคู่กรณีมีเจตนาให้ทำสะพานข้ามคลองสามเสนเข้าไปสู่ที่ดินของโจทก์ หาใช่ไปสู่ที่ดินนางปานไม่ เมื่อฟังข้อเท็จจริงเช่นนี้แล้ว คำว่า "ทางถนนเดิม" ในสัญญาข้อ ๑น่าจะหมายถึงถนนปูน ๓ เมตร ตั้งแต่ปากทางติดถนนราชวิถีเข้ามาหน้าโรงรำและตรงเข้ามายังคลองสามเสนซึ่งเมื่อแปลเช่นนี้แล้ว ถนนเดิมจากปากทางจะตรงเข้ามาติดคลองสามเสน และย่อมจะสร้างสะพานข้ามคลองสามเสนไปสู่ที่ดินโจทก์ได้

ถ้าหากจะแปลว่าทางถนนเดิมตรงเข้ามาจากปากทางพอถึงหน้าโรงรำและถ่านก็เบี่ยงไปทางซ้ายเล็กน้อย ไปรวมกับซอกทางเดินเก่าให้อยู่ในความกว้าง ๓ เมตรด้วยแล้ว ทางนั้นก็จะไปจดคลองสามเสนในด้านตรงข้ามกับที่ดินของนางปาน และจะต้องทำสะพานข้ามทอดไปสู่ที่ดินของนางปาน ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่าไม่อาจแปลไปเช่นนั้นได้เลย

ศาลฎีกาเห็นว่า ถนนที่เป็นภารจำยอมตามสัญญามีความกว้างประมาณ ๑ เมตร ยาวประมาณ ๖๘ เมตร โดยถือถนนปูนซึ่งเป็นถนนเดิม(สีแดง) ตามแผนที่ในเอกสาร จ.๙ แล้วตรงเข้ามาถึงหน้าโรงรำและถ่านแล้วตรงเข้ามา (โดยไม่เบนไปทางซ้าย) ทั้งนี้ โดยถือแนวถนนปูนเดิมส่วนใดของโรงรำและถ่านที่ขวางช่องทางดังกล่าวนี้ ถือว่าเป็นการผิดสัญญาจำเลยต้องรื้อออกไปให้พ้นความกว้าง (ประมาณ ๓ เมตร) ที่โจทก์ฎีกาให้บังคับให้รื้อโรงรำและถ่านออกจากที่ดินโฉนดที่ ๑๒๔๔ของจำเลยไปให้หมดสิ้น โดยอ้างว่า ตามสัญญาเขียนไว้เช่นนั้นแล้ว

ศาลฎีกาเห็นว่า วัตถุประสงค์ของสัญญาเป็นเพียงเพื่อให้โจทก์มีทางกว้างประมาณ ๓ เมตร ยาวประมาณ ๖๘ เมตร และเพื่อทำสะพานข้ามคลองเข้าที่โจทก์เท่านั้น ฉะนั้น ส่วนใดของโรงรำและถ่านที่กีดขวางทางภารจำยอมดังกล่าวก็จะต้องรื้อถอนไป แต่หาใช่รื้อถอนไปทั้งหมด ทั้ง ๆ ที่ส่วนอื่น ๆก็ไม่ได้กีดขวางทางภารจำยอมรายนี้ไม่ มิฉะนั้นแล้วก็จะเป็นการตีความสัญญาไปในทางที่ไม่สุจริต เป็นการขัดมาตรา ๓๖๘ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อนี้มาชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นว่า ให้จำเลยรื้อถอนโรงรำและถ่านเฉพาะส่วนที่กีดขวางทางภารจำยอมกว้างประมาณ ๓ เมตรยาวประมาณ ๖๘ เมตร โดยถือแนวตามแผนที่หมายเลข ๑ ท้ายฟ้อง(แต่ไม่รวมซอกทางเดินเก่าข้างโรงรำและถ่านเข้าอยู่ในความกว้าง ๓ เมตรด้วย)เพื่อให้โจทก์สร้างสะพานและใช้ทางภารจำยอมได้ ให้จำเลยไปจดทะเบียนภารจำยอมในโฉนดที่ ๑๒๔๔ เป็นทางกว้างประมาณ ๓ เมตร ยาวประมาณ๖๘ เมตร ณ หอทะเบียนที่ดินจังหวัดพระนคร ตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องหมายเลข ๑ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพนธ์ ศาตะมาน · ทองคำ จารุเหติ · ชวน พูนคำ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายประมวล สุวรรณจินดา
ศาลอุทธรณ์ - นายเสนาะ เอกพจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้