Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1530/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่ผู้ค้ำประกันได้ชำระให้แก่เจ้าหนี้ตามสัญญาค้ำประกัน เพราะเหตุลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ทำไว้กับเจ้าหนี้อันเป็นการผิดสัญญานั้น เป็นดอกเบี้ยที่ลูกหนี้จะต้องรับผิดชดใช้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 วรรคแรก และเป็นดอกเบี้ยที่กำหนดแทนค่าเสียหายดอกเบี้ยในกรณีเช่นนี้ไม่ใช่ดอกเบี้ยค้างส่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 166 จึงมีอายุความ 10ปี

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ได้ขอให้ธนาคารโจทก์ค้ำประกันเงินมัดจำและการปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายที่ดิน โฉนดเลขที่ 3905 ของจำเลยที่ 1ผู้ขาย ต่อมานายบุญถมผู้ซื้อธนาคารโจทก์สาขาปทุมวันได้ทำสัญญาค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายที่ดินตามที่จำเลยที่ 1 ขอ โดยสัญญาว่า หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามสัญญาไม่ว่าด้วยประการใด ๆเป็นเหตุให้นายบุญถมได้รับความเสียหายแล้ว แต่จำเลยที่ 1 เพิกเฉยหรือไม่สามารถจัดการชำระโจทก์ยอมชำระค่าเสียหายแทนจำเลยที่ 1 ให้นายบุญถมเป็นเงินไม่เกิน 750,000 บาท ในวันเดียวกันนั้นเอง จำเลยที่ 2 และที่ 3ต่างได้ทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 ไว้ต่อโจทก์ยินยอมรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 3 ได้จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 28816 และ 28836เป็นประกันสัญญาค้ำประกันไว้ต่อโจทก์เป็นเงิน 140,000 บาท

ต่อมาจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามสัญญาขายที่ดินที่ทำไว้กับนายบุญถม นายบุญถมทวงถามให้โจทก์ชำระเงิน 750,000 บาท โจทก์ได้ชำระให้นายบุญถมไปเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2511 เมื่อหักเงินจำนวน 500,000 บาท ที่จำเลยที่ 1วางไว้ต่อโจทก์แล้ว จำเลยที่ 1 ยังคงเป็นหนี้โจทก์เป็นเงิน 250,000 บาทโจทก์ได้ทวงถามและบอกกล่าวบังคับจำนองไปยังจำเลยแล้ว แต่จำเลยทั้งสามไม่ชำระทำให้โจทก์เสียหาย ต้องรับผิดค่าเสียหายอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 250,000 บาท นับแต่วันที่โจทก์ได้ชำระ ขอให้พิพากษาให้จำเลยทั้งสามชำระค่าเสียหายให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่โจทก์ได้ชำระจนถึงวันที่ได้ชำระเสร็จระหว่างพิจารณาโจทก์ได้ถอนฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2จำเลยที่ 3 ให้การต่อสู้คดีหลายประการ และต่อสู้ด้วยว่า

ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยก็ไม่เกิน 5 ปีศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ 3 ชำระเงินจำนวน250,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่โจทก์จ่ายเงินไปจนกว่าจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จจำเลยที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 3 เสียดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีคิดถึงวันฟ้องแต่ไม่ให้เกิน 5 ปีโจทก์และจำเลยที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายผิดสัญญาจะซื้อขายที่ดินกับนายบุญถม เป็นเหตุให้โจทก์ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้นายบุญถมตามสัญญาค้ำประกัน ฉะนั้นจำเลยที่ 3 ผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดต่อโจทก์แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า จำเลยที่ 3 จะต้องรับผิดต่อโจทก์ชำระดอกเบี้ยสำหรับต้นเงิน 250,000 บาท ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 30สิงหาคม 2511 จนถึงวันฟ้องและต่อไปจนถึงวันที่จำเลยที่ 3 ชำระเงินเสร็จ

เพราะเงินจำนวน 250,000 บาทดังกล่าวเป็นเงินที่จำเลยที่ 3 ผิดนัดไม่นำไปชำระให้โจทก์ตามหนังสือทวงถามของโจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์เสียหายต้องใช้เงินให้นายบุญถมไป จำเลยที่ 3 จึงต้องรับผิดชดใช้ดอกเบี้ยสำหรับเงินจำนวนดังกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 วรรคแรก และดอกเบี้ยในกรณีเช่นนี้ไม่ใช่ดอกเบี้ยค้างส่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 166 แต่เป็นดอกเบี้ยที่กำหนดแทนค่าเสียหายและไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความฟ้องเรียกค่าเสียหายในกรณีเช่นนี้ไว้โดยเฉพาะ ค่าเสียหายดังกล่าวจึงมีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 3 รับผิดใช้ดอกเบี้ยในต้นเงิน 250,000บาท ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2511 จนกว่าจำเลยที่ 3 จะชำระให้โจทก์เสร็จ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บรรเทอง ภู่กฤษณา · ชลูตม์ สวัสดิทัต · สุรัช รัตนอุดม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้