Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15301/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การบังคับคดีโดยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้น เบื้องต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 284 กำหนดหลักการสำคัญไว้เพียงว่า เว้นแต่จะได้มีกฎหมายบัญญัติไว้หรือศาลจะได้มีคำสั่งไว้เป็นอย่างอื่น ห้ามมิให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเกินกว่าที่พอจะชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาพร้อมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมในคดีและค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีโดยบทบัญญัติดังกล่าวไม่บังคับว่าการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาต้องกระทำทีละสิ่งเสมอไป ทั้งไม่ได้กล่าวถึงการชำระหนี้ด้วยทรัพย์สินนั้นว่าจะแบ่งภาระแห่งหนี้กันอย่างไร ดังนี้ การจะชำระหนี้ด้วยทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดนั้นเป็นประการใดจึงเป็นข้อที่จะต้องว่ากล่าวกันต่อไป เมื่อคดีได้ความว่าที่ดินอันเป็นสินส่วนตัวของจำเลยที่ 9 เจ้าพนักงานบังคับคดีจังหวัดน่านประเมินราคาไว้ 337,200 บาท ไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้ตามคำพิพากษาแก่โจทก์ ซึ่งโจทก์อ้างว่าจำเลยที่ 9 ไม่มีทรัพย์สินอื่นอีก เจ้าพนักงานบังคับคดีย่อมมีอำนาจอายัดสิทธิเรียกร้องเงินฝากในบัญชีธนาคารทั้งสองบัญชีของ ย. ภริยาจำเลยที่ 9 อันเป็นสินสมรสที่เป็นของจำเลยที่ 9 เพื่อการชำระหนี้ได้ ไม่ต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว แม้โจทก์จะเคยขอให้ออกหมายบังคับคดีนำเจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดสิทธิเรียกร้องเงินฝากดังกล่าวมาก่อน แต่เมื่อมีการถอนอายัดครั้งก่อนแล้ว การอายัดครั้งหลังย่อมไม่เป็นอายัดซ้ำ ปัญหาว่าจะบังคับคดีแก่ทรัพย์สินใดได้หรือไม่นั้น ศาลจะต้องวินิจฉัยว่าทรัพย์สินนั้นอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีหรือไม่ ไม่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น อย่างไรก็ดี เมื่อหนี้ตามคำพิพากษาเป็นหนี้ส่วนตัวของจำเลยที่ 9 การชำระหนี้ด้วยทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดมานั้นจึงต้องเป็นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 1488 กล่าวคือ ต้องบังคับชำระหนี้ด้วยสินส่วนตัวของจำเลยที่ 9 ก่อน เมื่อไม่พอจึงให้ชำระหนี้ด้วยเงินฝากอันเป็นสินสมรสส่วนที่เป็นของจำเลยที่ 9 ต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 9 กับพวกร่วมกันชำระเงิน 1,200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องแก่โจทก์ จำเลยที่ 9 กับพวกไม่ชำระ โจทก์ขอให้ออกหมายบังคับคดีนำเจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดสิทธิเรียกร้องเงินฝากในธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาโรงพยาบาลรามาธิบดี บัญชีประเภทออมทรัพย์และประเภทฝากประจำของนางยุวเรศหรือยุวเรศมคฐ์ ภริยาจำเลยที่ 9 ในฐานะสินสมรส

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนอายัดสิทธิเรียกร้องเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2552 (ตามรายงานเจ้าพนักงานบังคับคดี ลงวันที่ 26 มกราคม 2552) ต่อมาโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดิน น.ส.3ก. เลขที่ 222 ตำบลปงสนุก อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นสินส่วนตัวของจำเลยที่ 9 มีราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดี 337,200 บาท ราคาประเมินที่ใช้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม 236,750 บาท หลังจากนั้นโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดสิทธิเรียกร้องเงินฝากของภริยาจำเลยที่ 9 เพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษาอีก เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการอายัดสิทธิเรียกร้องเงินฝากในบัญชีประเภทออมทรัพย์และบัญชีประเภทฝากประจำของภริยาจำเลยที่ 9 กึ่งหนึ่งในฐานะสินสมรส จำเลยที่ 9 ยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องขอให้เพิกถอนการอายัดสิทธิเรียกร้อง โจทก์คัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 9 ที่ขอให้เพิกถอนการอายัดสิทธิเรียกร้อง แต่เมื่อศาลมีคำสั่งให้ดำเนินการบังคับคดีต่อไปแล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรอการจ่ายเงินที่ธนาคารส่งมาตามคำสั่งอายัดไว้ก่อนจนกว่าการขายทอดตลาดที่ดินสินส่วนตัวของจำเลยที่ 9 เสร็จสิ้นและได้เงินไม่พอชำระหนี้ จึงอนุญาตให้จ่ายเงินที่ธนาคารส่งมาตามคำสั่งอายัดแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ จำเลยที่ 9 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า ให้เพิกถอนการอายัดสิทธิเรียกร้องเงินฝากในบัญชีประเภทฝากประจำเลขที่ 02613xxxx และประเภทออมทรัพย์เลขที่ 026405xxxx ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาโรงพยาบาลรามาธิบดี ของนางยุวเรศหรือยุวเรศมคฐ์ ภริยาจำเลยที่ 9 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีมีสิทธิขออายัดสิทธิเรียกร้องเงินฝากในบัญชีประเภทฝากประจำเลขที่ 026131xxxx และประเภทออมทรัพย์เลขที่ 026405xxxx ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาโรงพยาบาลรามาธิบดี ของนางยุวเรศหรือยุวเรศมคฐ์ ภริยาจำเลยที่ 9 ได้หรือไม่ เห็นว่า การบังคับคดีโดยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้น เบื้องต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 284 กล่าวเป็นหลักการสำคัญไว้เพียงว่า เว้นแต่จะได้มีกฎหมายบัญญัติไว้ หรือศาลจะได้มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ห้ามไม่ให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินเกินกว่าที่พอจะชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา

พร้อมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมในคดีและค่าธรรมเนียมในการบังคับคดี โดยไม่ได้กล่าวถึงการชำระหนี้ด้วยทรัพย์ที่ยึดหรืออายัดไว้นั้นว่าจะกระทำโดยประการใดหรือจะแบ่งภาระแห่งหนี้กันอย่างไร ดังนี้ เมื่อมีการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาแล้วการจะชำระหนี้ด้วยทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดนั้นประการใดจึงเป็นข้อที่จะต้องว่ากล่าวกันต่อไป คดีนี้ไม่ปรากฏว่ามีบทบัญญัติเรื่องการยึดหรืออายัดหรือศาลมีคำสั่งเกี่ยวกับการยึดหรืออายัดไว้เป็นอย่างอื่น และตามบทบัญญัติดังกล่าวก็ไม่บังคับว่าการยึดหรืออายัดทรัพย์สินนั้นต้องกระทำไปทีละสิ่งเสมอไปแต่อย่างใด เมื่อได้ความตามบันทึกของเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าที่ดินอันเป็นสินส่วนตัวของจำเลยที่ 9 นั้น

เจ้าพนักงานบังคับคดีจังหวัดน่านประเมินราคาไว้ 337,200 บาท ไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งโจทก์ยืนยันต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่า มีหนี้ที่จะต้องชำระ 2,200,000 บาท ยังเหลือหนี้จำนวนมาก โดยที่โจทก์ก็อ้างอยู่ว่าจำเลยที่ 9 ไม่มีทรัพย์สินอื่น ทั้งแถลงจะรับผิดชอบในความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ส่วนจำเลยที่ 9 ไม่ได้นำสืบโต้แย้งให้รับฟังได้เป็นอย่างอื่น ดังนั้น การอายัดสิทธิเรียกร้องเงินฝากในบัญชีประเภทฝากประจำเลขที่ 026131xxxx และประเภทออมทรัพย์เลขที่ 026405xxxx ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาโรงพยาบาลรามาธิบดีของนางยุวเรศหรือยุวเรศมคฐ์ ภริยาจำเลยที่ 9 เพื่อให้ได้ชำระหนี้ด้วยสินสมรสที่เป็นส่วนของฝ่ายจำเลยที่ 9 จึงไม่เกินกว่าที่พอจะชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาพร้อมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมในคดี จึงไม่ต้องห้ามตามบทบัญญัติมาตราดังกล่าว

อย่างไรก็ดี เมื่อหนี้ที่ต้องชำระเป็นหนี้ส่วนตัวของจำเลยที่ 9 จึงต้องบังคับชำระหนี้นั้นด้วยสินส่วนตัวของจำเลยที่ 9 ก่อน เมื่อไม่พอจึงให้ชำระหนี้ด้วยเงินฝากอันเป็นสินสมรสที่เป็นส่วนของฝ่ายจำเลยที่ 9 ต่อไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1488 ส่วนที่จำเลยที่ 9 แก้ฎีกาในข้อสาระสำคัญว่า การอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดีครั้งหลังเป็นการอายัดซ้ำต้องห้ามและเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่มีอำนาจบังคับคดีนั้น เห็นว่า เมื่อมีการถอนอายัดครั้งก่อนแล้ว การอายัดครั้งหลังย่อมไม่เป็นอายัดซ้ำ ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีย่อมมีอำนาจหน้าที่กระทำได้ตามหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีของศาล ส่วนข้อที่อ้างว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า เงินฝากที่เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดไว้ไม่อาจแยกได้ว่าเงินส่วนไหนเป็นเงินเดือนหรือค่าจ้าง เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นนั้น

เห็นว่า การจะบังคับคดีแก่ทรัพย์สินใดคงจะต้องวินิจฉัยด้วยว่าทรัพย์สินนั้นอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีหรือไม่ การวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวของศาลชั้นต้นไม่เป็นการนอกประเด็น สรุปแล้วเจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจอายัดเงินฝากในบัญชีทั้งสองของนางยุวเรศหรือยุวเรศมคฐ์ อันเป็นสินสมรสที่เป็นส่วนของฝ่ายจำเลยที่ 9 ได้ คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับเป็นว่า ให้อายัดเงินฝากในบัญชีประเภทฝากประจำเลขที่ 026131xxxx และบัญชีประเภทออมทรัพย์เลขที่ 026405xxxx ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาโรงพยาบาลรามาธิบดี ของนางยุวเรศหรือยุวเรศมคฐ์ สินสมรสที่เป็นส่วนของฝ่ายจำเลยที่ 9 โดยให้ชำระหนี้ด้วยเงินที่ได้จากการขายทอดตลาด ที่ดินสินส่วนตัวของฝ่ายจำเลยที่ 9 ก่อน เมื่อไม่พอจึงให้ชำระด้วยเงินฝากสินสมรสที่เป็นส่วนของฝ่ายจำเลยที่ 9 ดังกล่าวต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์และฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เถกิงศักดิ์ คำสุระ · นิพันธ์ ช่วยสกุล · วิวัธน ทองลงยา
ศาลล่าง
ศาลแพ่งธนบุรี - นายคมกฤช เทียนทัด
ศาลอุทธรณ์ - นายพงษ์ศักดิ์ อนันธวัช
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.864/2556
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ7617/2542
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ7911/2543
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2159/2567

ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาอ้างว่า คำร้องขอเพิกถอนการบังคับคดีกับคำร้องของดการบังคับคดีที่จำเลยทั้งสี่ยื่นต่อศาลชั้นต้นถือเป็นคำร้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 295 วรรคหนึ่งและวรรคสาม ซึ่งชอบที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะงดก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 476/2562

ในการขอเฉลี่ยทรัพย์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 290 (เดิม) มีประเด็นคือผู้ขอเฉลี่ยทรัพย์ไม่สามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่นของลูกหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งผู้ขอเฉลี่ยทรัพย์ต้องพิสูจน์ให้ได้ในขณะยื่นคำขอ เมื่อผู้ร้องเค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1620/2561

เมื่อ บ. จดทะเบียนสมรสกับ ช. ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2496 บ. กับ ช. จึงเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย ในระหว่างนั้นแม้ บ. จะจดทะเบียนสมรสกับจำเลยร่วมที่ 1 ซ้อนอีก ซึ่งตามบทบัญญัติของ ป.พ.พ. บรรพ 5…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 401/2561

แม้ผู้ร้องจะมิได้ร้องขอให้บังคับคดีในคดีที่ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาภายในสิบปี อันทำให้สิ้นสิทธิในการบังคับคดีดังกล่าวตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 (เดิม) แต่อย่างไรก็ดี ทรัพย์สิทธิจำนองของผู้ร้องยังคงอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6278/2560

แม้ขณะผู้ร้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ คดีของศาลแพ่งซึ่งมีคำสั่งให้ทรัพย์พิพาทตกเป็นของแผ่นดินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2522 มาตรา 51 วรรคหนึ่ง ยังไม่ถึงที่สุดก็ตาม แต่ตราบใด ที่ยังไม่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้