Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2539 (เลขอ้างอิง 1540)

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีนี้จำเลยที่3ได้เป็นโจทก์สำนวนหลังฟ้องขอให้บังคับโจทก์ทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยที่3เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยที่3แพ้คดีในสำนวนแรกและพิพากษายกฟ้องของจำเลยที่3ในสำนวนหลังจำเลยที่3ได้ยื่นอุทธรณ์โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาของศาลชั้นต้นทั้งสองสำนวนโดยขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นในสำนวนหลังให้โจทก์ที่2ซึ่งเป็นจำเลยที่2ในสำนวนหลังร่วมกับโจทก์ที่1รับผิดต่อจำเลยที่3ด้วยดังนั้นการที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่3และจัดส่งสำเนาอุทธรณ์ให้เฉพาะโจทก์ที่1โดยไม่ได้มีการส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ที่2ซึ่งเป็นจำเลยอุทธรณ์ด้วยเพื่อแก้จึงเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา235และการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งอุทธรณ์ของจำเลยที่3พร้อมสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาและที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาไปโดยมิได้มีคำสั่งให้แก้ไขเกี่ยวกับกระบวนพิจารณาพิจารณาดังกล่าวเสียก่อนกับที่ศาลชั้นต้นไม่นัดให้โจทก์ที่2มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาคดีไปโดยมิชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา243(2)ประกอบด้วยมาตรา247และต้องถือว่าข้อเท็จจริงที่จำเลยที่3ฎีกาต่อมายังมิได้ผ่านการพิจารณาและพิพากษาของศาลอุทธรณ์จำเลยที่3จึงยังไม่มีสิทธิที่จะฎีกา

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันโดยให้เรียกโจทก์สำนวนแรกซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 สำนวนหลังว่าโจทก์ที่ 1 เรียกจำเลยที่ 2 สำนวนหลังว่า โจทก์ที่ 2 เรียกจำเลยที่ 1 และที่ 2 สำนวนแรกว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 และเรียกจำเลยที่ 3 สำนวนแรกซึ่งเป็นโจทก์สำนวนหลังว่า จำเลยที่ 3สำนวนแรก

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัดและเป็นเจ้าของรถยนต์โดยสารปรับอากาศประจำทางหมายเลขทะเบียน 10-0333 ชุมพร โดยร่วมกิจการเดินรถโดยสารประจำทางกับโจทก์ที่ 2 ในเส้นทางระหว่างกรุงเทพมหานครกับจังหวัดชุมพรระนอง และสุราษฎร์ธานี จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นนายจ้างของนายชิงชัย สมบูรณ์ ซึ่งเป็นผู้ขับรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน80-4139 ฉะเชิงเทรา ของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 เป็นผู้รับประกันภัยซึ่งทำสัญญาประกันภัยค้ำจุนกับจำเลยที่ 1 เพื่อใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่บุคคลภายนอกในเหตุวินาศภัยที่เกิดจากรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวลูกจ้างของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ขับรถยนต์ประมาทชนรถยนต์โดยสารของโจทก์ที่ 12 เสียหายขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,178,930 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 734,520 บาท ตั้งแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้องสำนวนหลัง จำเลยที่ 3 เป็นโจทก์ฟ้องขอให้บังคับโจทก์ทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายและค่าสินไหมทดแทนจำนวน 376,250 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 350,000 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยที่ 3โจทก์ทั้งสองให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน600,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงิน550,000 บาท นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 3 เมษายน 2533) ตามที่โจทก์ขอเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 โดยให้จำเลยที่ 3ร่วมรับผิดในวงเงิน 250,000 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง สำหรับฟ้องโจทก์ในสำนวนหลังให้ยกจำเลยที่ 3 ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยที่ 3 ทั้งสองสำนวนฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยที่ 3 ได้เป็นโจทก์สำนวนหลังฟ้องขอให้บังคับโจทก์ทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยที่ 3เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 3 แพ้คดีในสำนวนแรกและพิพากษายกฟ้องของจำเลยที่ 3 ในสำนวนหลัง จำเลยที่ 3 ได้ยื่นอุทธรณ์โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาของศาลชั้นต้นทั้งสองสำนวน โดยขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นในสำนวนหลังให้โจทก์ที่ 2 ซึ่งเป็นจำเลยที่ 2 ในสำนวนหลังร่วมกับโจทก์ที่ 1 รับผิดต่อจำเลยที่ 3 ด้วย ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 และจัดส่งสำเนาอุทธรณ์ให้เฉพาะโจทก์ที่ 1 โดยไม่ได้มีการส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ที่ 2 ซึ่งเป็นจำเลยอุทธรณ์ด้วยเพื่อแก้ จึงเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 235 และการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 พร้อมสำเนาไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 3 เพื่อพิจารณา และที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษาไปโดยมิได้มีคำสั่งให้แก้ไขเกี่ยวกับกระบวนพิจารณาดังกล่าวเสียก่อนกับที่ศาลชั้นต้นไม่นัดให้โจทก์ที่ 2 มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาคดีไปโดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243(2) ประกอบด้วยมาตรา 247 และต้องถือว่าข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 3 ฎีกาต่อมายังมิได้ผ่านการพิจารณาและพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 จำเลยที่ 3จึงยังไม่มีสิทธิที่จะฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้ส่งสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินการจัดส่งสำเนาอุทธรณ์ให้โจทก์ที่ 2 แล้วส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดีและยกฎีกาของจำเลยที่ 3

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ระพินทร บรรจงศิลป · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · สวรรค์ ศักดารักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2259/2544

โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันรับผิดฐานละเมิดเนื่องจากจำเลยที่ 1 ผู้เยาว์ขับรถบรรทุกโดยประมาทเลินเล่อชนรถโจทก์เสียหาย โดยจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นบิดามารดาผู้ใช้อำนาจปกครอง ส่วนจำเลยที่ 4 และที่ 5 เป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6502/2558

จำเลยที่ 1 ทำสัญญาประกันภัยรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน ผท 6565 ชลบุรีไว้กับจำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัย ในวันเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 ขับรถคันดังกล่าวไปตามถนนสายอ่างศิลามุ่งหน้าไปตลาดอ่างศิลาซึ่งเป็นถนนมีช่องเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9751/2558

ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาวันที่ 20 มิถุนายน 2556 โจทก์ที่ 1 ขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ถึงวันที่ 18 กันยายน 2556 ต่อมาโจทก์ที่ 1 ยื่นอุทธรณ์ฉบับเดียวกับโจทก์ที่ 2 จึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14670/2556

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ กรณีจึงเป็นการดำเนินการตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 เมื่อศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาแล้ว การอุทธรณ์คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลชั้นต้นดัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8018/2553

จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้และบรรยายในคำร้องขอให้ศาลหมายเรียกจำเลยร่วมเข้ามาเป็นคู่ความว่า ก่อนมีการผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ จำเลยที่ 1 โอนสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าซื้อพร้อมทั้งส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อให้จ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้