Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15467/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

อ. ลูกจ้างโจทก์เคยใช้สิทธิเรียกร้องค่าล่วงเวลาที่พิพาทจากโจทก์พร้อมเงินอื่น เนื่องจากถูกโจทก์เลิกจ้างในคดีหมายเลขแดงที่ รย.310/2551 ของศาลแรงงานภาค 2 ซึ่งระหว่างการพิจารณาในคดีดังกล่าว อ. กับโจทก์ตกลงกันได้และ อ. ได้สละสิทธิเรียกร้องในเงินค่าล่วงเวลาดังกล่าวแล้ว สิทธิเรียกร้องในค่าล่วงเวลาดังกล่าวนั้นจึงระงับสิ้นไป อ. จึงไม่อาจนำเอาสิทธิเรียกร้องค่าล่วงเวลาที่ระงับไปแล้วไปยื่นคำร้องต่อจำเลยเพื่อให้พิจารณาและมีคำสั่งได้อีก ดังนั้น อ. จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาจากโจทก์ คำสั่งของจำเลยที่ 78/2551 ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2551 ที่ให้โจทก์จ่ายค่าล่วงเวลาแก่ อ. จึงไม่ชอบ ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 78/2551 ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2551

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานภาค 2 พิพากษาแก้คำสั่งของจำเลยที่ 78/2551 ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2551 ในส่วนที่ให้โจทก์จ่ายค่าล่วงเวลาแก่นายอุกฤษฎ์ จำนวน 13,033 บาท เป็นจำนวน 6,331.26 บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานภาค 2 รับฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2537 โจทก์จ้างนายอุกฤษฎ์ เข้าทำงานเป็นลูกจ้างในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการ ได้รับเงินเดือนอัตราสุดท้ายเดือนละ 14,800 บาท เบี้ยกันดารเดือนละ 3,000 บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันสุดท้ายของเดือน วันที่ 1 สิงหาคม 2541 โจทก์ประกาศกำหนดวันเวลาทำงานปกติและวันหยุดประจำสัปดาห์ โดยให้ลูกจ้างทำงานระหว่างวันจันทร์ถึงวันศุกร์วันละ 8 ชั่วโมงครึ่ง หยุดวันเสาร์เว้นเสาร์และวันอาทิตย์ วันเสาร์ที่มีการทำงานจะทำงานวันละ 8 ชั่วโมง ในสัปดาห์ที่ไม่ได้ทำงานในวันเสาร์รวมเวลาทำงานสัปดาห์ละ 42 ชั่วโมงครึ่ง และในสัปดาห์ที่ทำงานในวันเสาร์รวมเวลาทำงานสัปดาห์ละ 50 ชั่วโมงครึ่ง วันที่ 24 ธันวาคม 2550 โจทก์เลิกจ้างนายอุกฤษฎ์ให้เหตุผลว่าทุจริตต่อหน้าที่ วันที่ 1กรกฎาคม 2551 นายอุกฤษฎ์ยื่นคำร้องต่อจำเลยขอให้โจทก์จ่ายค่าล่วงเวลาในสัปดาห์ที่ต้องทำงานวันเสาร์

สัปดาห์ละ 2 ชั่วโมงครึ่ง จำเลยมีคำสั่งโดยคิดภายในเวลา 2 ปี ย้อนหลังนับแต่วันสิ้นสุดสัญญาจ้างและคำนวณจากฐานเงินเดือนและเบี้ยกันดารให้โจทก์จ่ายค่าล่วงเวลา 13,033 บาท แก่นายอุกฤษฎ์ และระหว่างพิจารณาคู่ความตกลงและรับกันว่าหากนายอุกฤษฎ์มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาตามคำวินิจฉัยของจำเลยโดยคิดภายในเวลา 2 ปี ย้อนหลังนับแต่วันสิ้นสุดสัญญาจ้างและคำนวณจากฐานเงินเดือนและเบี้ยกันดารที่ได้รับแต่ละเดือน คิดเป็นเงิน 6,331.26 บาท แล้วศาลแรงงานภาค 2 วินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 เป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่มุ่งคุ้มครองมิให้นายจ้างกำหนดเวลาทำงานปกติให้แก่ลูกจ้างเกินกว่าวันละ 8 ชั่วโมง เว้นแต่เป็นงานที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกจ้างตามที่กำหนดในกฎกระทรวงต้องไม่เกิน 7 ชั่วโมง ตามมาตรา 23 และเว้นแต่งานที่เข้าข้อยกเว้นตามกฎกระทรวงฉบับที่ 7 ข้อ 2 อาจตกลงกำหนดเวลาทำงานปกติในวันหนึ่งกี่ชั่วโมงก็ได้ แต่สัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกิน 48 ชั่วโมง

ดังนี้ การที่โจทก์กำหนดให้ลูกจ้างทำงานระหว่างวันจันทร์ถึงศุกร์ วันละ 8 ชั่วโมงครึ่ง หยุดวันเสาร์เว้นเสาร์และวันอาทิตย์ วันเสาร์ที่ทำงานจะทำวันละ 8 ชั่วโมง ในสัปดาห์ที่ไม่ได้ทำงานในวันเสาร์รวมเวลาทำงานสัปดาห์ละ 42 ชั่วโมงครึ่ง และในสัปดาห์ที่ทำงานในวันเสาร์รวมเวลาทำงานสัปดาห์ละ 50 ชั่วโมงครึ่ง นั้น แม้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของลูกจ้างที่ได้หยุดประจำสัปดาห์เพิ่มขึ้นและลูกจ้างเป็นผู้ร้องขอก็ตาม แต่ลูกจ้างต้องทำงานเพิ่มขึ้นในวันทำงานปกติวันละครึ่งชั่วโมงและสัปดาห์ใดทำงานในวันเสาร์ต้องทำงานเป็นเวลา 50 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งเกินกว่ากฎหมายบัญญัติไว้ ข้อตกลงนี้จึงตกเป็นโมฆะใช้บังคับมิได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 ต้องถือว่าชั่วโมงทำงานในส่วนที่เกินเป็นการทำงานล่วงเวลาที่มีสิทธิได้ค่าล่วงเวลา และเวลาทำงานปกติในแต่ละสัปดาห์สามารถแยกกันออกได้อย่างชัดเจนหากทำงานสัปดาห์ใดไม่เกิน 48 ชั่วโมง ข้อตกลงในเวลาทำงานปกติย่อมบังคับได้หาใช่ตกเป็นโมฆะทั้งหมดไม่

คำสั่งของจำเลยที่วินิจฉัยให้โจทก์จ่ายค่าล่วงเวลาแก่นายอุกฤษฎ์จึงชอบด้วยกฎหมาย แต่เมื่อคู่ความรับกันว่านายอุกฤษฎ์มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาคิดเป็นเงิน 6,331.26 บาท โจทก์จึงต้องรับผิดจ่ายค่าล่วงเวลาแก่นายอุกฤษฎ์เพียง 6,331.26 บาท

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า มีเหตุเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 78/2551 หรือไม่ เห็นว่า เห็นสมควรวินิจฉัยเสียก่อนว่านายอุกฤษฎ์ ซึ่งเป็นลูกจ้างโจทก์มีสิทธิยื่นคำร้องต่อจำเลยเพื่อเรียกร้องค่าล่วงเวลาจากโจทก์หรือไม่ ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันตามสำเนาคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ รย.310/2551 ของศาลแรงงานภาค 2 ท้ายคำแถลงของจำเลย ฉบับลงวันที่ 19 มกราคม 2552 ที่ศาลแรงงานภาค 2 พิพากษาเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2551 ว่า

นายอุกฤษฎ์เคยใช้สิทธิเรียกร้องค่าล่วงเวลาที่พิพาทจากโจทก์พร้อมเงินอื่นเนื่องจากถูกโจทก์เลิกจ้างในคดีหมายเลขแดงที่ รย.310/2551 ของศาลแรงงานภาค 2 ซึ่งระหว่างการพิจารณาในคดีดังกล่าว นายอุกฤษฎ์กับโจทก์ตกลงกันได้และนายอุกฤษฎ์ได้สละสิทธิเรียกร้องในเงินค่าล่วงเวลาดังกล่าวแล้ว สิทธิเรียกร้องในค่าล่วงเวลาดังกล่าวนั้นจึงระงับสิ้นไป นายอุกฤษฎ์จึงไม่อาจนำเอาสิทธิเรียกร้องค่าล่วงเวลาที่ระงับไปแล้วไปยื่นคำร้องต่อจำเลยเพื่อให้พิจารณาและมีคำสั่งได้อีก ดังนั้น นายอุกฤษฎ์จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาจากโจทก์ คำสั่งของจำเลยที่ 78/2551 ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2551 ที่ให้โจทก์จ่ายค่าล่วงเวลาแก่นายอุกฤษฎ์จึงไม่ชอบ กรณีไม่จำต้องพิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์อีกต่อไป อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 78/2551 ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2551 เฉพาะในส่วนของนายอุกฤษฎ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ภาติยะ ดวงมณี · วิชัย เอื้ออังคณากุล · ธีระพงศ์ จิระภาค
ศาลล่าง
ศาลแรงงานภาค 2 - นายดำรงค์ ทรัพยผล
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ร.1244/2552
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
รย360/2551
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
รย166/2552
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15617/2558

โจทก์ฟ้องเรียกดอกเบี้ยของต้นเงินค่าชดเชย ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี และเงินเพิ่มของต้นเงินค่าชดเชยตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่ 101/2549 นั้น เมื่อปรากฏว่าวันที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3528/2557

ระยะเวลาฟ้องเพิกถอนคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 125 วรรคหนึ่ง เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 1…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2549 (เลขอ้างอิง 267558)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินต่าง ๆ ตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน คดีมีประเด็นข้อพิพาทแต่เพียงว่า คำสั่งพนักงานตรวจแรงงานเป็นที่สุดหรือไม่ และจำเลยได้จ่ายเงินตามฟ้องให้โจทก์แล้วหรือไม่เท่านั้น ปัญหาว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 39/2567

ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 12 หมายความว่า หากผู้รับเหมาช่วงซึ่งเป็นนายจ้างมีค่าจ้างหรือเงินอื่นที่ต้องจ่ายแก่ลูกจ้าง ผู้รับเหมาช่วงถัดขึ้นไปจนถึงผู้รับเหมาชั้นต้นต้องร่วมรับผิดกับผู้รับเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4009/2561

แม้การที่โจทก์แสดงความประสงค์ลาออกจากงานต่อจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2557 โดยให้มีผลวันที่ 16 พฤษภาคม 2557 เป็นการแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาจ้างแรงงาน ซึ่งการเลิกสัญญาจ้างแรงงานที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้