Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1549/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 83 บัญญัติแต่เพียงให้ เจ้าพนักงานแจ้งแก่ผู้ที่จะถูกจับว่าเขาจะต้องถูกจับเท่านั้น มิได้กำหนดให้มีการแจ้งข้อหาหรือการบันทึกการจับกุมแต่ประการใด การแจ้งข้อหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา134 กำหนดให้กระทำเฉพาะเมื่อผู้ต้องหามาอยู่ต่อหน้าพนักงานสอบสวนและ ไม่จำต้องแจ้งข้อหาทุกกระทง ดังนั้นการที่พนักงานสอบสวนเติมคำว่า บุกรุกลงในบันทึกการจับกุมที่ผู้จับทำขึ้น จึงหาทำให้การสอบสวนเป็นการ สอบสวนที่ไม่ ชอบด้วยกฎหมายไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 16 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358, 359, 83 ปรับจำเลยที่ 1 1,200บาท จำเลยที่ 2 ถึงที่ 15 คนละ 800 บาท ส่วนจำเลยที่ 16 ไม่ต้องรับโทษ ได้ว่ากล่าวตักเตือนแล้วปล่อยตัวไป ข้อหาอื่นให้ยก

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ต้องปรับบทลงโทษจำเลยทั้งหมดตามมาตรา 358จำเลยทั้งหมดฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "เหตุที่จำเลยอ้างว่าการสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะบันทึกการจับกุมที่สถานีตำรวจภูธรตำบลทุ่งมน แต่ให้จำเลยลงชื่อที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอปราสาท และนายเมือยผู้ใหญ่บ้านมิได้ร่วมไปจับจำเลยกับจ่าสิบตำรวจสมพงษ์ แต่จำเลยมาตามหมายเรียก และร้อยตำรวจโททองพูลไม่ได้ไปดูที่เกิดเหตุนั้น เป็นเรื่องที่จำเลยฎีกากล่าวโต้เถียงข้อเท็จจริงจากคำเบิกความของพยานโจทก์ จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ที่เป็นปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาข้อ 2(2) คงมีเพียงว่า การที่ร้อยตำรวจโททองพูลพนักงานสอบสวนเติมคำว่า

"บุกรุก" ลงในบันทึกการจับกุม ซึ่งจ่าสิบตำรวจสมพงษ์เป็นผู้ทำตามเอกสาร ป.จ.1 นั้น จะทำให้การสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เท่านั้น ซึ่งสาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การจับกุมผู้ต้องหานั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 83 บัญญัติแต่เพียงให้เจ้าพนักงานแจ้งแก่ผู้ที่จะถูกจับว่าเขาจะต้องถูกจับเท่านั้น มิได้กำหนดให้มีการแจ้งข้อหาหรือการบันทึกการจับกุมแต่ประการใด สำหรับการแจ้งข้อหานั้น กฎหมายกำหนดให้กระทำเฉพาะเมื่อผู้ต้องหามาอยู่ต่อหน้าพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 เท่านั้น ทั้งการแจ้งข้อหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 134 ก็ไม่จำต้องแจ้งข้อหาต่อผู้ต้องหาทุกกระทงด้วยซ้ำไป ฉะนั้นการที่ร้อยตำรวจโททองพลูพนักงานสอบสวนเติมคำว่า "บุกรุก" ลงในบันทึกการจับกุมตามเอกสาร ป.จ.1 นั้น จึงหาทำให้การสอบสวนของพนักงานสอบสวนเป็นการสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูเชิด รักตะบุตร์ · ไพบูลย์ ไวกาสี · ประสาท บุณยรังษี
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5499/2549

จำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนและส่งตัวจำเลยไปที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนในวันเดียวกัน แล้วปล่อยตัวจำเลยไป โดยไม่มีการควบคุมตัวจำเลยไว้ หรือปล่อยตัวจำเลยชั่วคราวในระ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 429/2567

การกระทำความผิดฐานรับของโจรผู้กระทำไม่จำต้องรับทรัพย์ของกลางไว้ในความครอบครองของตนเอง เพียงแต่ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำคว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 698/2563

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรและบรรยายฟ้องด้วยว่าจำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่าหกเดือนในความผิดฐานลักทรัพย์มาแล้ว 6 คดี หลังจากพ้นโทษทั้งหกคดี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2563

ที่เกิดเหตุเป็นทางเดินแคบ ๆ ตามเนินเขา บริเวณโดยรอบเป็นป่า สวนยางพาราและสวนผลไม้ ที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากถนนสาธารณะภายในหมู่บ้านประมาณ 4 ถึง 5 กิโลเมตร ทางนำสืบของโจทก์ไม่ได้ความว่าอยู่ในเขตเมืองหรือหมู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 659/2563

ป.วิ.อ. มาตรา 134 บัญญัติให้พนักงานสอบสวนต้องแจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหานั้น มีเจตนารมณ์เพียงเพื่อให้ผู้ต้องหาทราบว่าจะถูกสอบสวนในเรื่องใดและทราบว่าการกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิด โดยไม่จำต้องแจ้งทุกข้อหา ท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้