Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1550/2513

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ผู้ร้องแต่ผู้เดียวจำนองทรัพย์สินเป็นประกันเงินกู้ที่จำเลยผู้เป็นลูกหนี้ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ ไม่ถือว่าโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้เป็น 'เจ้าหนี้มีประกัน' ตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 6 การที่โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ถือได้ว่าเป็นการขอรับชำระหนี้อย่างมิใช่ 'เจ้าหนี้มีประกัน' มิใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ยินยอมสละทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 96(1) หนี้จำนองระหว่างผู้ร้องกับโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ยังมีอยู่ตามสัญญาจำนอง โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้มีสิทธิจะได้รับชำระหนี้ก่อนตามสัญญาจำนอง

เนื้อความคำพิพากษา

กรณีเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลายต่อมาโจทก์ได้นำยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 9787 พร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างซึ่งมีชื่อผู้ร้องผู้เป็นภริยาของจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดที่ดินกับสิ่งปลูกสร้างนั้นโดยปลอดจำนอง เมื่อหักค่าใช้จ่ายชั้นบังคับคดีแล้ว คงเหลือเงิน 434,726 บาทผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอแบ่งสินสมรสกึ่งหนึ่งของยอดเงินดังกล่าวในฐานะเป็นภริยาเป็นเงิน 217,363 บาท แต่โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้คัดค้านว่าที่ดินกับสิ่งปลูกสร้างที่ขายทอดตลาดไปนั้น ผู้ร้องได้จำนองไว้กับโจทก์เป็นประกันเงินกู้ที่จำเลยทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์เป็นจำนวนเงินไม่เกิน 150,000 บาท เมื่อจำเลยถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชี 350,665.07 บาท

ขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อายัดเงินส่วนของผู้ร้องไว้ก่อนเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีคำสั่งให้กันเงินจำนวน 434,726 บาทนั้นชำระหนี้โจทก์ก่อน ในฐานะเป็นเจ้าหนี้ผู้รับจำนอง เป็นเงิน 150,000 บาท คงเหลือเงินอีก 284,726 บาท อันเป็นสินสมรสที่จะแบ่งให้แก่ผู้ร้องกึ่งหนึ่งเป็นเงิน 142,363 บาท ส่วนอีกกึ่งหนึ่งที่เหลือ ตกเป็นสินสมรสของจำเลยที่อาจจะแบ่งแก่เจ้าหนี้ได้ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต่อศาลชั้นต้น ยืนยันว่ามีส่วนได้เป็นสินสมรสดังคำร้อง 217,363 บาท มิใช่ 142,363 บาทศาลชั้นต้นมีคำสั่งเห็นชอบตามคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกายืนยันว่ามีส่วนได้ในสินสมรสตามคำร้องศาลฎีกาเห็นว่า

คำว่า "เจ้าหนี้มีประกัน" ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 6 หมายถึง เจ้าหนี้ผู้มีสิทธิเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้ในทางจำนอง จำนำหรือสิทธิยึดหน่วงเป็นต้น เกี่ยวกับคดีนี้ หมายความว่าเป็นกรณีที่จำเลยผู้เป็นลูกหนี้ได้จำนองทรัพย์สินไว้กับโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้โดยตรงการที่ผู้ร้องแต่ผู้เดียวได้จำนองทรัพย์สินเป็นประกันเงินกู้ที่จำเลยผู้เป็นลูกหนี้ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ เป็นจำนวนไม่เกิน 150,000 บาท จึงไม่ถือว่าโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้เป็น "เจ้าหนี้มีประกัน" ตามความหมายของบทกฎหมายที่อ้างถึง เพราะต่างบุคคลหรือเป็นคนละคนนั่นเอง การที่โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ได้ยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้เต็มจำนวน 350,665.07 บาท

ก็ถือได้ว่าเป็นการขอรับชำระหนี้อย่างมิใช่ "เจ้าหนี้มีประกัน" มิใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ยินยอมสละทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายดังที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา 96(1) หนี้จำนองระหว่างผู้ร้องกับโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ยังมีอยู่ตามสัญญาจำนอง โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้มีสิทธิจะได้รับชำระหนี้ 150,000 บาท ก่อนตามสัญญาจำนองพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุธี โรจนธรรม · เสลา หัมพานนท์ · เฉลิม กรพุกกะณะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้