Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1553/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์และ ป. ร่วมกันซื้อห้องชุดพิพาทและใช้เป็นที่พักระหว่างที่เดินทางมากรุงเทพมหานคร แม้ว่าจะมิได้ใช้เป็นที่พักประจำเพียงแต่ใช้เป็นครั้งคราว ก็ถือได้ว่าเป็นกรณีเจ้าของอยู่เอง อันได้รับการยกเว้นตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 10 กรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยว่า การที่โจทก์และ ป. ให้ ส. เข้าอยู่เป็นการเฝ้ารักษาห้องชุดพิพาทหรือไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 10

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2541 ถึงปี 2545 และให้จำเลยคืนเงินจำนวน 185,887.50 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือน ของต้นเงิน 185,887.50 บาท นับแต่วันที่โจทก์ชำระให้แก่จำเลยคำนวณถึงวันฟ้องเป็นเงิน 22,306.50 บาท รวมเป็นเงิน 208,194 บาท กับให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือน ของต้นเงินจำนวน 185,887.50 บาท จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และขอให้มีคำสั่งห้ามจำเลยแจ้งการประเมินภาษีโรงเรือนของห้องชุดดังกล่าวตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นไป

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 1,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับห้องชุดพิพาทหรือไม่ เห็นว่า โจทก์และนางสาวปิยะนุชร่วมกันซื้อห้องชุดพิพาทก็เนื่องจากโจทก์มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดภูเก็ต ส่วนนางสาวปิยะนุชทำงานเป็นผู้บริหารของโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตและมีภาระกิจต้องเดินทางมาดำเนินการในกรุงเทพมหานครบ่อย เมื่อต้องเดินทางมากรุงเทพมหานครโจทก์และนางสาวปิยะนุชก็จะมาพักอยู่ที่ห้องชุดดังกล่าว ตั้งแต่ปี 2541 โจทก์และนางสาวปิยะนุชได้ให้นางสาวสมิตาซึ่งเป็นหลายพักอยู่ที่ห้องชุดพิพาทในระหว่างที่ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์โดยมิได้แสวงหาผลประโยชน์ใด ๆ โดยมีจุดประสงค์เพียงเพื่อให้หลานช่วยดูแลห้องชุดดังกล่าว และในช่วงที่โจทก์มาเข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลสมิติเวช

สุขุมวิท ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2547 ถึงวันที่ 30 สิงหาคม 2547 ด้วยอาการข้อเข่าขวาเสื่อมและได้ผ่าตัดใส่ข้อเข่าเทียม โจทก์ก็ได้ใช้ห้องชุดดังกล่าวเป็นที่พักฟื้นตามคำสั่งแพทย์ นอกจากนี้ค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า โจทก์ก็เป็นผู้ชำระทั้งสิ้น โดยชำระผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำกัด ข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมามีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่าโจทก์และนางสาวปิยะนุชร่วมกันซื้อห้องชุดพิพาทและใช้เป็นที่พักระหว่างที่เดินทางมากรุงเทพมหานคร แม้ว่าจะมิได้ใช้เป็นที่พักประจำเพียงแต่ใช้เป็นครั้งคราว ก็ถือได้ว่าเป็นกรณีซึ่งเจ้าของอยู่เอง อันได้รับการยกเว้นภาษีตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 10 กรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยว่า การที่โจทก์และนางสาวปิยะนุชให้นางสาวสมิตาเข้าอยู่เป็นการอยู่เฝ้ารักษาห้องชุดพิพาทหรือไม่ ที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยมานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2541 ถึงปี 2545 ของจำเลย ให้จำเลยคืนเงินภาษีโรงเรือนและที่ดินภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ถ้าไม่คืนภายในกำหนดดังกล่าวให้จำเลยชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันครบกำหนด 3 เดือน เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความทั้งสองศาลรวม 3,000 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
คมวุฒ บุรีธนวัต · ทองหล่อ โฉมงาม · องอาจ โรจนสุพจน์
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นางณัชชา พาณิชวราห์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8483/2557

ท่อส่งน้ำทั้งสองสายของโจทก์เป็นท่อขนาดใหญ่ ยาวต่อเนื่อง และเป็นท่อเหล็กหุ้มด้วยฉนวนป้องกันมิให้เกิดสนิม ฝังอยู่ใต้ดินลึกประมาณ 2 เมตร ในเขตทางหลวงขนานไปกับถนนและอยู่ห่างจากขอบทางหลวงประมาณ 6 เมตร โดยบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10305/2550

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างคือตึกแถวสองชั้น 1 หลัง ใช้อยู่เองและประกอบการค้า และตึกแถวหนึ่งชั้นเป็นโกดังเก็บสินค้าอีก 1 หลัง อยู่ติดกัน โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างของจำเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1410/2549

โรงเรือนพิพาทของโจทก์เป็นตึกแถว 2 คูหา 4 ชั้น โจทก์นำตึกแถวชั้นที่ 1 ให้ผู้อื่นเช่าทำการค้า ส่วนชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 โจทก์ให้ ว. กรรมการผู้จัดการโจทก์พักอาศัย ส่วนชั้นที่ 4 ปิดไม่ได้ทำประโยชน์ ค่ารา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4069/2545

นิติบุคคลโจทก์เป็นเจ้าของอาคาร 4 ชั้น ชั้นล่างบางส่วนเป็นสำนักงานของโจทก์และแบ่งให้เช่า ส่วนชั้น 2 และชั้น 3 โจทก์ให้ ว. กรรมการโจทก์อยู่อาศัยโดยมิได้ใช้เป็นที่ไว้สินค้าหรือประกอบการอุตสาหกรรม การที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7583/2538

โจทก์และครอบครัวมีภูมิลำเนาอยู่อาศัยอยู่ห่างห้องพิพาทไปประมาณ 200 เมตร การที่โจทก์ยอมให้ ม.บุตรสาวโจทก์พร้อมทั้งสามีและบุตรของม.ซึ่งไม่มีที่อยู่ที่อื่นเข้าไปอยู่ในห้องพิพาทและแจ้งชื่อทั้งหมดเข้าอยู่ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้