Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1554/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พระพุทธรูปของกลางทั้ง7องค์ที่ถูกลักไปนั้นเป็นพระพุทธรูปขนาดเล็กเก็บรักษาอยู่ในตู้ของวัดแต่ไม่ปรากฏว่าเอาไว้ทำอะไรพระพุทธรูปของกลางจึงเป็นพระพุทธรูปธรรมดาเช่นพระพุทธรูปบูชาทั่วไปถือไม่ได้ว่าเป็นทรัพย์อันเป็นที่สักการะบูชาของประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา335ทวิวรรคหนึ่งเมื่อพระราชบัญญัติของกลางมิใช่ทรัพย์อันเป็นที่สักการะบูชาของประชาชนแม้จำเลยที่4กับพวกจะลักพระพุทธรูปของกลางในวัดการกระทำของจำเลยที่4กับพวกก็ไม่เป็นความผิดตามมาตรา335วรรคสอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335, 335 ทวิ วรรคสอง, 83, 45 และห้ามมิให้จำเลยที่ 2เข้าไปในวัดหรือสถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนาพุทธเป็นเวลาไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันพ้นโทษจำเลย ทั้ง สี่ ให้การ ปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7), 335 ทวิ วรรคสอง, 83 ให้จำคุกคนละ 8 ปี ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 และที่ 4 คำขออื่นให้ยกโจทก์ และ จำเลย ที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7),335 ทวิ วรรคสอง, 83 จำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 คนละ 8 ปีจำเลยที่ 4 อายุไม่เกิน 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 แล้ว

จำคุก 4 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลย ที่ 4 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่าตามวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยที่ 3 และที่ 4 ซึ่งเป็นสามเณร จำเลยที่ 1ที่ 2 และนายสุรพลซึ่งเป็นพระภิกษุได้เดินทางจากกรุงเทพมหานครไปที่วัดรามัญที่เกิดเหตุจำเลยที่ 1 ที่ 2 และนายสุรพลได้ร่วมกันลักพระพุทธรูปสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ปางสะดุ้งมาร 3 องค์พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร 2 องค์ พระพุทธรูปปางสมาธิ 2 องค์และปั้นน้ำชาพร้อมฝา 1 ชุด ทรัพย์ของกลางรวมราคา 19,000 บาทของวัดรามัญไป

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 4 ว่าจำเลยที่ 4 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และนายสุรพลลักทรัพย์ของกลางด้วยหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงเชื่อว่าจำเลยที่ 4ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และนายสุรพลลักทรัพย์ของกลางโดยแบ่งหน้าที่กันทำดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัย ฟังได้ว่าจำเลยที่ 4 กระทำผิดตามฟ้อง แต่พระพุทธรูปของกลางทั้ง 7 องค์นั้นตามภาพถ่ายหมาย จ.2 เป็นพระพุทธรูปขนาดเล็ก และได้ความตามคำเบิกความของนายสมเดชพยานโจทก์ว่า พระพุทธรูปดังกล่าวอยู่ในตู้ของวัดแต่ไม่ทราบว่าเอาไว้ทำอะไร พระพุทธรูปของกลางจึงเป็นพระพุทธรูปธรรมดา เช่น พระพุทธรูปบูชาทั่วไปถือไม่ได้ว่าเป็นทรัพย์อันเป็นที่สักการะบูชาของประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335 ทวิ วรรคหนึ่ง เมื่อพระพุทธรูปของกลางมิใช่ทรัพย์อันเป็นที่สักการะบูชาของประชาชน แม้จำเลยที่ 4 กับพวกจะลักพระพุทธรูปของกลางในวัด

การกระทำของจำเลยที่ 4 กับพวกก็ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 335 วรรคสอง สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และนายสุรพลจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1562/2536 ของศาลชั้นต้นที่โจทก์ฟ้องว่าร่วมกระทำผิดกับจำเลยทั้งสี่แม้จะมิได้ฎีกาขึ้นมาแต่การกระทำดังกล่าวเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 1 ที่ 2 และนายสุรพลได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 ประกอบด้วยมาตรา 225 คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 บางส่วนไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และนายสุรพลจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1562/2536 ของศาลชั้นต้นมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) วรรคหนึ่ง, 83ให้จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 และนายสุรพลคนละ 4 ปี

จำเลยที่ 4ขณะกระทำผิดอายุไม่เกิน 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 แล้ว ให้จำคุก 2 ปี นายสุรพลให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1562/2536ของศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลอ บุณยเนตร · สมมาตร พรหมานุกูล · กอบเกียรติ รัตนพานิช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7946/2568

การที่จำเลยลักบัตรเครดิตของผู้เสียหายแล้ว จำเลยนำบัตรเครดิตดังกล่าวไปชำระค่าบริการและค่าสินค้าแทนการชำระด้วยเงินสด 7 ครั้ง ซึ่งจำนวนเงินที่จำเลยใช้บัตรเครดิตชำระค่าบริการและค่าสินค้าแต่ละครั้งเป็นคนละ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2568

ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นความผิดที่ระบุไว้ใน ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง บัญญัติว่า ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี แม้กฎหมายมิได้บัญญัต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1546/2568

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 339 ที่โจทก์ขอให้ลงโทษกำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป แม้จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 17…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 811/2568

ในการชิงทรัพย์จำเลยสวมหมวกนิรภัย ทั้งเมื่อพิจารณาภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดก่อนเกิดเหตุปรากฏว่าจำเลยขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพัก โดยจำเลยมิได้สวมหมวกนิรภัย แต่ช่วงเวลาที่จำเลยก่อเหตุชิงทรัพย์คดีนี้แล้วหล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2568

จำเลยดึงสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ยังไม่ได้ตรวจไปจากมือของโจทก์ร่วมโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อมาโจทก์ร่วมปล่อยให้จำเลยนำสลากกินแบ่งรัฐบาลของโจทก์ร่วมไปตรวจรางวัลได้ การกระทำของจำเลยเป็นเพียงการถือวิสาสะเท่านั้น…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้