Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15544/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ใบรับเงินค่านำหมายที่จำเลยปลอมขึ้นและนำไปใช้ขอรับเงินค่านำหมายจากผู้เสียหาย เป็นหลักฐานที่ใช้แสดงว่าจำเลยได้ชำระค่าป่วยการและค่าพาหนะให้แก่เจ้าพนักงานในการนำส่งหมายเรียกพยานโจทก์และหมายเรียกจำเลยที่ 1 ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ.2502) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พุทธศักราช 2477 ข้อ 5 ซึ่งใช้บังคับในขณะนั้น จึงเป็นเอกสารที่เป็นหลักฐานระงับซึ่งสิทธิที่ศาลชั้นต้นจะเรียกเงินค่านำหมายจากผู้เสียหาย จึงเป็นเอกสารสิทธิตาม ป.อ. มาตรา 1 (9) เมื่อเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารของศาลชั้นต้นโดยเจ้าพนักงานศาลเป็นผู้จัดทำขึ้น จึงเป็นเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 266, 268, 341, 91 และให้จำเลยคืนหรือชดใช้เงินจำนวน 9,350 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266 (1), 268 วรรคสอง, 341 เมื่อจำเลยเป็นผู้ปลอมและใช้เอกสารปลอม จึงให้ลงโทษตามมาตรา 268 วรรคสอง เพียงกระทงเดียว การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม จำคุก 2 ปี ฐานฉ้อโกง จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 2 ปี 1 เดือน ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 9,350 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266 (1), 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 266 (1) และ 341 จำเลยเป็นผู้ปลอมเอกสารจึงให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 266 (1) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามมาตรา 268 วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า นางวารี ผู้เสียหายว่าจ้างให้จำเลยฟ้องบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด เรียกค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันชีวิต และยื่นคำร้องขอจัดการมรดกของนายบุญชู สามีของผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายเป็นผู้ชำระค่าฤชาธรรมเนียมศาลวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยยื่นฟ้องบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด เป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 378/2542 ของศาลชั้นต้น โดยผู้เสียหายเป็นผู้ชำระค่าขึ้นศาล ส่วนจำเลยไปชำระเงินค่านำหมายเรียกพยานโจทก์และค่านำหมายเรียกจำเลยที่ 1 นางมะลิวัลย์ช่วยราชการในตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 5 ศาลชั้นต้น ออกใบรับเงินค่านำหมาย 2 ฉบับ ระบุจำนวนเงินค่านำหมาย ฉบับละ 150 บาท ให้จำเลยหลังจากนั้นจำเลยได้แก้ไขจำนวนเงินในใบรับเงินค่านำหมายเรียกให้แก่พยานโจทก์เป็น 1,500 บาท และแก้ไขจำนวนเงินในใบรับเงินค่านำหมายเรียกให้แก่จำเลยที่ 1 เป็น 8,150 บาท แล้วนำไปมอบให้ผู้เสียหายเพื่อรับค่านำหมายจากผู้เสียหายตามจำนวนที่แก้ไข

ผู้เสียหายชำระเงินค่านำหมายตามที่ระบุในใบรับเงินค่านำหมายให้แก่จำเลย มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า ใบรับเงินค่านำหมายเป็นเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ หรือไม่ เห็นว่า ใบรับเงินค่านำหมายที่จำเลยทำปลอมขึ้นและนำไปใช้ขอรับเงินค่านำหมายจากผู้เสียหายเป็นหลักฐานที่ใช้แสดงว่าจำเลยได้ชำระค่าป่วยการและค่าพาหนะให้แก่เจ้าพนักงานในการนำส่งหมายเรียกพยานโจทก์และหมายเรียกจำเลยที่ 1 ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ.2502) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พุทธศักราช 2477 ซึ่งใช้บังคับในขณะนั้น ข้อ 5 ใช้เป็นใบรับเงินค่านำหมาย จึงเป็นเอกสารที่เป็นหลักฐานระงับซึ่งสิทธิที่ศาลชั้นต้นจะเรียกเงินค่านำหมายจากผู้เสียหาย จึงเป็นเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (9)

เมื่อเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารของศาลชั้นต้นโดยเจ้าพนักงานศาลเป็นผู้จัดทำขึ้น จึงเป็นเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ คำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยอ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · ชัยรัตน์ เบ็ญจะมโน · พรเพชร วิชิตชลชัย
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ - นายอมร แสงไชย
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายประสิทธิ์ ศักดิ์ศรีมณีกูล
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.1481/2553
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21841/2556

คำรับรองการชี้แนวเขตที่ดินเป็นแบบพิมพ์ของทางราชการ มีไว้สำหรับให้ผู้ครอบครองทำประโยชน์ที่ดินนำไปกรอกข้อความและลงลายมือชื่อแสดงว่าตนครอบครองที่ดินมีอาณาเขตเท่าใด และนำไปประกอบเอกสารอื่นเพื่อให้เจ้าพนัก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1563/2554

ต้นขั้วใบเสร็จรับเงินค่าน้ำประปาเป็นเอกสารที่จำเลยทำขึ้นเพื่อแสดงตัวเลขปริมาตรน้ำประปาที่ใช้และจำนวนเงินค่าน้ำประปาที่ผู้ใช้น้ำประปาจะต้องชำระเพื่อใช้อ้างแสดงประกอบการนำส่งค่าน้ำประปาให้แก่สมุห์บัญชีข…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2547 (เลขอ้างอิง 412280)

แม้เช็คเป็นเอกสารอันก่อให้เกิดสิทธิในการรับเงินจากธนาคาร จึงเป็นเอกสารสิทธิตาม ป.อ. มาตรา 1 (9) และโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 265 ด้วย แต่โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยปลอมเอกสารสิทธิ จึงไม่อา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1772/2539

เอกสารที่ใช้ประกอบเป็นรายงานการเดินทางไปราชการได้แก่ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินที่แสดงว่าได้จ่ายเงินไปจริงโดยมีหลักฐานการจ่ายเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการที่ข้าราชการผู้นั้นเซ็นชื่อรับเงินไว้ด้วยเพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3972/2536

ใบอนุญาตให้นำหรือเคลื่อนย้ายโค เป็นเอกสารที่ทางราชการออกให้เพื่อแสดงว่าได้อนุญาตให้เคลื่อนย้ายสัตว์ได้เท่านั้นหาใช่เอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวนหรือระงับซึ่งสิทธิตามประมวลกฎหมายอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้