Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 156/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ประมูลทำการประมงในคลองที่พิพาทได้ จำเลยและราษฎรอีกมากเป็นเจ้าของนาหลายพันไร่ต้องอาศัยใช้น้ำในคลองนี้ทำนา ตอนปากคลองมีทำนบปิดกั้นน้ำไว้เพื่อใช้ทำนา ถัดออกไปเป็นที่ตั้งจิบสำหรับจับปลาของโจทก์ เมื่อน้ำในคลองเริ่มลดลง ราษฎรเจ้าของนายื่นคำร้องขอให้เปิดทำนบเพื่อกักน้ำไว้หล่อเลี้ยงต้นข้าวก่อนนายอำเภอสั่งให้ปิดทำนบ ราษฎรเกรงว่าถ้ารอช้าต้นข้าวจะเสียหาย จำเลยกับเจ้าของนาหลายคนจึงช่วยกันปิดทำนบเสีย น้ำจึงไม่ไหลไปยังจิบของโจทก์ โจทก์จับปลาไม่ได้ การที่จำเลยปิดทำนบนี้จะรอให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งอาจจะไม่ทันการ และเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์แก่กสิกรรม กฎหมายให้ปิดเองได้ ตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 22 ซึ่งมีมาตรา 10 วรรค 2 สนับสนุนด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 420 พ.ร.บ.การประมง พ.ศ.2490 มาตรา 10 พ.ร.บ.การประมง พ.ศ.2490 มาตรา 22

คำฟ้องและคำให้การ

ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ประมูลทำการประมงที่คลองบางแก้วได้ จำเลยและราษฎรอีกมากเป็นเจ้าของนาหลายพันไร่ ต้องอาศัยใช้น้ำในคลองนี้ทำนา ตอนปากคลองมีทำนบปิดกั้นน้ำไว้เพื่อใช้ทำนา สร้างด้วยเงินบำรุงท้องที่และเงินราษฎรมาได้ราว ๑๐ ปีแล้ว ถัดทำนบออกไปยังลำน้ำผักไห่เป็นที่ต้องจิบสำหรับจับปลาของโจทก์ ราวกลางเดือนพฤศจิกายน ๒๕๐๐ น้ำในคลองไหลออกลำน้ำผักไห่ น้ำในคลองเริ่มลดลง ราษฎรเจ้าของนายื่นคำร้องขอให้ปิดทำนบเพื่อกักน้ำไว้เลี้ยงต้นข้าว โจทก์เริ่มวางจิบจับปลาในวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๐๐ น้ำไหลออกจากคลองมาก นายอำเภอก็ยังไม่มีคำสั่งให้มาปิดทำนบ ราษฎรเกรงว่าถ้ารอช้าน้ำจะไม่พอเลี้ยงต้นข้าว ต้นข้าวจะเสียหาย จำเลยกับเจ้าของนาหลายคนช่วยกันปิดทำนบเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๐๐ น้ำไม่ไหลไปที่จิบของโจทก์

ๆ จับปลาไม่ได้ ต่อมาวันที่ ๕ เดือนนั้น นายอำเภอสั่งให้ปิดทำนบได้ ต่อมาพอข้าวท้องแก่ จำเลยกับพวกก็เปิดทำนบ น้ำจึงไหลไปที่จิบของโจทก์ แต่ไม่มีปลาเสียแล้ว ปัญหาว่าจำเลยปิดทำนบกั้นทางเดินของสัตว์น้ำอันเป็นการขัดขวางการจับสัตว์น้ำของโจทก์โดยมิได้รับคำสั่งอนุญาตจากนายอำเภอเสียก่อนจะได้หรือไม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่โจทก์ในระหว่างวันที่ ๓ และ ๔ ธันวาคม ๒๕๐๐ พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยมีอำนาจปิดทำนบได้ ตามพระราชบัญญัติประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๒๒ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า สาระสำคัญในพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๒๒ คือ ห้ามไม่ให้ปิดทางเดินของสัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์แก่การกสิกรรมในที่ดินของบุคคล คลองเป็นที่จับสัตว์น้ำตามมาตรา ๔ (๕) แห่งพระราชบัญญัตินี้ การที่จำเลยปิดทำนบก็เพื่อกักน้ำไว้หล่อเลี้ยงต้นข้าวในนาของจำเลยและของคนอื่น มิฉะนั้น น้ำจะไหลออกไปมาก ข้าวจะเสียหาย เป็นการที่จะต้องรีบกระทำโดยเร็ว จะรอให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งปิดอาจจะไม่ทันการและเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์แก่กสิกรรม กฎหมายจึงให้ปิดเองได้ และตามมาตรา ๑๐ วรรค ๒ แห่ง พระราชบัญญัตินี้ ก็สนับสนุนให้เห็นว่ากฎหมายมีความประสงค์ให้ความคุ้มครองแก่การทำนาไม่ให้ได้รับความเสียหาย จำเลยปิดกั้นทำนบก่อนได้รับคำสั่งอนุญาตจากนายอำเภอ จึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เจริญ ฤทธิศาสตร์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · จิตติ ติงศภัทิย์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายสุวัฒน์ รัตรสาร
ศาลอุทธรณ์ - นายอินท์ อุดล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907/2567

จำเลยรื้อรั้วกำแพงที่พิพาทซึ่งเป็นสาธารณูปโภคของโครงการจัดสรรที่ดินของโจทก์ จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ แม้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 6170 ,6171 ซึ่งเป็นที่ตั้งของรั้วกำแพงที่พิพาทไปให้แก่ผู้อื่นก่อนท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2567

กรมธรรม์ประกันภัย ข้อ 6 ระบุเหตุที่โจทก์สละสิทธิไล่เบี้ยจากผู้ใช้รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยว่า ในกรณีที่มีความเสียหายต่อรถยนต์ เมื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ใช้รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 464/2567

เหตุแห่งการละเมิดของจำเลยที่ 2 เป็นผลโดยตรงทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้อาคารของโจทก์ในการประกอบกิจกรรมบริการเชิงเศรษฐกิจการพาณิชย์ได้ เนื่องเพราะสำนักงานเขตบางกะปิมีหนังสือถึงโจทก์แจ้งว่าอาคารมีสภาพที่อาจเป…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 700072)

แม้โจทก์ที่ 1 มีเพียงคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ระหว่างจำเลยทั้งสี่โดยมิได้มีคำขอให้ใช้ราคาที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้ที่ดินทั้งสอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้