Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1561/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นตำรวจประจำการกองร้อย 4 กก. อารักขาและความปลอดภัยบก.สายตรวจปฏิบัติการพิเศษตำแหน่งลูกแถว ย่อมมีอำนาจสืบสวนคดีอาญา และมีอำนาจจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายได้โดยไม่ต้องมีหมายจับหรือหมายค้นในเมื่อเป็นความผิดซึ่งหน้าแม้ที่เกิดเหตุจะเป็นที่รโหฐาน การที่จำเลยไปพบจ.กับพวกกำลังเล่นการพนันในห้องชั้นบนบ้าน อันเป็นที่รโหฐานและจับกุม จ. กับพวกในข้อหาดังกล่าว ย่อมเรียกได้ว่าเป็นการกระทำของเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ เมื่อจำเลยเรียกและรับเงินจาก จ. แล้วปล่อยตัว จ. กับพวกโดยไม่ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา 149 ซึ่งเป็นบทเฉพาะแล้ว แม้โจทก์จะขอให้ลงโทษตามมาตรา 157 มาด้วย ก็ไม่จำต้องปรับบทด้วยมาตรา 157 ซึ่งเป็นบททั่วไปอีก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรับราชการเป็นตำรวจประจำการ กองร้อย ๔ กก.อารักขาและความปลอดภัย บก.สายตรวจปฏิบัติการพิเศษ ตำแหน่งลูกแถวมีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย ได้เข้าจับกุมนางจวนกับพวกเป็นผู้ต้องหาร่วมกันเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยได้เรียกเงินจำนวน ๕๐๐ บาท สำหรับตนเองจากนางจวน เพื่อจะปล่อยตัวไปโดยไม่นำส่งพนักงานสอบสวน และใช้เท้าเตะทำร้ายร่างกายนางจวนถูกบริเวณลำตัว แต่ไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย นางจวนจึงได้มอบเงินจำนวน ๒๐๐ บาทให้จำเลยไป และจำเลยได้ปล่อยนางจวนพ้นจากการเป็นผู้ต้องหา อันเป็นการละเว้นในการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๘, ๑๔๙, ๑๕๗, ๓๙๑, ๙๑

จำเลยให้การปฏิเสธ ครั้นสืบพยานโจทก์ได้ ๓ ปากจำเลยขอให้การใหม่รับสารภาพตามฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๙, ๑๕๗ ลงโทษตามมาตรา ๑๔๙ ประกอบด้วยมาตรา ๙๐ ให้จำคุกและมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๑ อีกกระทงหนึ่ง

จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบา และลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๙ และมาตรา ๑๕๗

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยรับราชการเป็นตำรวจประจำการกองร้อย๔ กก.อารักขา และความปลอดภัย บก.สายตรวจปฏิบัติการพิเศษตำแหน่งลูกแถว ขณะเกิดเหตุจำเลยออกเวรไปพักผ่อนที่บ้านนางสง่าแม่ยายจำเลย นางสง่าไม่อยู่บ้านจำเลยเข้าใจว่านางสง่าไปเล่นการพนันที่บ้านเกิดเหตุจำเลยจึงตามไป เป็นบ้านของนายช่วยพบนางจวนกับพวกกำลังเล่นการพนันทายภาพพนันเอาทรัพย์สินกันอยู่ที่ชั้นบนบ้าน ซึ่งจำเลยเคยไปมาก่อน จำเลยเข้าไปในห้องที่เล่นการพนัน จับกุมนางจวนกับพวกในข้อหาเล่นการพนัน จำเลยพูดขู่เอาเงิน หยิบเงินที่นางจวนแล้วปล่อยตัวไป กับได้ทำร้ายนางจวนด้วย แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า เมื่อจำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจย่อมมีอำนาจทำการสืบสวนคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๗ และมีอำนาจจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายได้โดยไม่ต้องมีหมายจับหรือหมายค้นในเมื่อบุคคลนั้นได้กระทำความผิดซึ่งหน้า

แม้ที่เกิดเหตุจะเป็นที่รโหฐานตามมาตรา ๙๒(๒) และมาตรา ๘๑(๑) ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ฉะนั้นการที่จำเลยไปที่บ้านเกิดเหตุตามที่จำเลยเคยไป เพื่อไปตามแม่ยายจำเลย ได้พบเห็นนางจวนกับพวกกำลังเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาตในห้องชั้นบนบ้านอันเป็นที่รโหฐาน ซึ่งถือได้ว่าเป็นความผิดซึ่งหน้าที่จำเลยเห็นกำลังกระทำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๘๐ เมื่อจำเลยทำการจับกุมนางจวนกับพวกในข้อหาดังกล่าว ย่อมเรียกได้ว่าเป็นการกระทำของเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ การที่จำเลยเรียกรับเงินจำนวน ๒๐๐ บาทจากนางจวนแล้วปล่อยตัวนางจวนกับพวกไปไม่นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี จึงถือได้ว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สินสำหรับตนเองเพื่อไม่กระทำการตามตำแหน่งโดยมิชอบด้วยหน้าที่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๙ เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา ๑๔๙ ซึ่งเป็นบทเฉพาะแล้ว แม้โจทก์จะขอให้ลงโทษตามมาตรา ๑๕๗ มาด้วยก็ไม่จำต้องปรับบทด้วยมาตรา ๑๕๗ ซึ่งเป็นบททั่วไปอีกบทหนึ่ง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๙ ให้ลงโทษจำคุก นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนัคฆ์ คล้ายสังข์ · ขจร หะวานนท์ · แถมชัย สิทธิไตรย์
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายวิชัย บุญธินันท์
ศาลอุทธรณ์ - นายศิลปชัย มัทธุรศ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4461/2540

จ่าสิบตำรวจ ส.และร้อยตำรวจเอก ป.จับจำเลยได้ขณะที่จำเลยกำลังขายวัตถุออกฤทธิ์ให้แก่จ่าสิบตำรวจ ส.ผู้ล่อซื้อ ถือว่าเป็นความผิดซึ่งหน้า ขณะนั้นธนบัตรที่ใช้ล่อซื้ออยู่ที่จำเลยและจำเลยดิ้นรนต่อสู้ ถ้าปล่อยใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1194/2517

เจ้าพนักงานตำรวจเดินทางไปจับกุมผู้ต้องหาหลบหนีคดีอยู่ตามหมายจับ พบผู้ต้องหาโดยกระทันหันก่อนจะได้ไปขอความร่วมมือจากเจ้าพนักงานตำรวจท้องที่ ผู้ต้องหาหนีเข้าบ้านโจทก์จึงเข้าไปจับกุมได้ในทันใดนั้น ไม่เป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2140/2568

แม้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 48 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า เมื่อความปรากฏต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ว่าจะมีการกล่าวหาหรือไม่ว่ามีการกระทำความผิดที่อยู่ในหน้าท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4789/2565

การที่จะเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 149 จะต้องได้ความว่าเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม ส. โดยชอบ กล่าวคือ จับกุมขณะ ส. กำลังเล่นการพนัน แล้วหลังจากนั้นจึงเรียกรับเงินจาก ส. เพื่อที่จะไม่ดำเนินคดี เมื่อจำเลยกับพ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 621367)

พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 มาตรา 98/1 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "กรณีที่มีการฟ้องคดีผู้ถูกกล่าวหาเป็นคดีอาญาต่อศาลที่มีเขตอำนาจในการพิจารณาคดี ให้ศาลท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้