Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1562/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ระเบียบขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยไม่มีข้อห้ามการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ เพียงแต่จะให้ไปทำการเปลี่ยนชื่อผู้เช่าต่อองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยเท่านั้น เมื่อผู้เช่าสิทธิการเช่าโทรศัพท์ขายสิทธิให้แก่ผู้ร้อง การโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์จึงสมบูรณ์ตั้งแต่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงซื้อขายสิทธิการเช่าและส่งมอบเครื่องโทรศัพท์ให้ฝ่ายผู้รับโอนครอบครอง โจทก์จึงไม่มีสิทธินำยึดสิทธิการเช่าดังกล่าว.(ที่มา-ส่งเสริม)สืบเนื่องมาจากศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดสิทธิการเช่าโทรศัพท์เพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์โดยอ้างว่าเป็นของ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

ระเบียบขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยไม่มีข้อห้ามการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ เพียงแต่จะให้ไปทำการเปลี่ยนชื่อผู้เช่าต่อองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยเท่านั้น เมื่อผู้เช่าสิทธิการเช่าโทรศัพท์ขายสิทธิให้แก่ผู้ร้อง การโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์จึงสมบูรณ์ตั้งแต่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงซื้อขายสิทธิการเช่าและส่งมอบเครื่องโทรศัพท์ให้ฝ่ายผู้รับโอนครอบครอง โจทก์จึงไม่มีสิทธินำยึดสิทธิการเช่าดังกล่าว.(ที่มา-ส่งเสริม)สืบเนื่องมาจากศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดสิทธิการเช่าโทรศัพท์เพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์โดยอ้างว่าเป็นของจำเลยที่ 1ผู้ร้องทั้งสามยื่นคำร้องว่า

สิทธิการเช่าใช้เครื่องโทรศัพท์เป็นของผู้ร้องที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับ โดยผู้ร้องที่ 1 ที่ 2ซื้อมาจากจำเลยที่ 1 ผู้ร้องที่ 3 ซื้อมาจากนายวิเชียรวิบูลย์สวัสดิ์ ซึ่งซื้อต่อมาจากจำเลยที่ 1 อีกทอดหนึ่ง ขอให้ปล่อยสิทธิการเช่าเครื่องโทรศัพท์หมายเลขดังกล่าวโจทก์ให้การว่า สิทธิการเช่าเครื่องโทรศัพท์ตามคำร้องของผู้ร้องทั้งสามยังเป็นของจำเลยที่ 1 อยู่ มิได้โอนขายให้แก่ผู้ร้องที่ 1 ที่ 2 และนายวิเชียร วิบูลย์สวัสดิ์ และองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ผู้ให้เช่ายังมิได้ให้ใครเช่าต่อขอให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสามศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งให้ถอนการยึดทรัพย์ตามบัญชียึดทรัพย์ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2524 ของเจ้าพนักงานบังคับคดีโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ผู้ร้องที่ 1และที่ 2 ได้ซื้อสิทธิการเช่าเครื่องโทรศัพท์หมายเลข 5112956 และ5110961 จากจำเลยที่ 1 ได้ชำระราคาแล้ว และจำเลยที่ 1 ได้ส่งมอบเครื่องโทรศัพท์ดังกล่าวให้ผู้ร้องทั้งสองได้ครอบครองใช้มาก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้ แต่ยังมิได้ทำการโอนเปลี่ยนชื่อผู้เช่าเดิมคือจำเลยที่ 1มาเป็นชื่อของผู้ร้องทั้งสองต่อองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยผู้ให้เช่าเท่านั้นพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ตามระเบียบขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยผู้ให้เช่าโทรศัพท์นั้น มิได้ห้ามการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าระหว่างจำเลยที่ 1 กับผู้ร้องทั้งสองได้ตกลงโอนขายสิทธิการเช่าโทรศัพท์ทั้งได้ชำระราคากันและส่งมอบเครื่องโทรศัพท์ให้ผู้ร้องทั้งสองใช้มาก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในคดีนี้แล้ว

การโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ระหว่างจำเลยที่ 1 และผู้ร้องทั้งสองจึงสมบูรณ์นับตั้งแต่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงซื้อขายสิทธิการเช่าและส่งมอบเครื่องโทรศัพท์ให้ฝ่ายผู้รับโอนครอบครอง ส่วนการจะไปทำการเปลี่ยนชื่อผู้ร้องทั้งสองเป็นผู้เช่าต่อองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยนั้น ก็เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยเท่านั้น เมื่อฟังว่าสิทธิการเช่าโทรศัพท์โอนไปยังผู้ร้องทั้งสองแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธินำยึดสิทธิการเช่าดังกล่าว ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ถอนการยึดสิทธิการเช่าโทรศัพท์ดังกล่าวนั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ · ไพรัช วงศ์วัฒนะ · ไพจิตร วิเศษโกสิน
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 723/2492

โจทก์ได้ทำสัญญาซื้อน้ำตาลจากจำเลย 310 หาบ ซึ่งมีจำนวนแน่นอนอยู่ ณที่ซื้อขายและบรรจุกระสอบไว้เต็มทั้ง 310 กระสอบ กระสอบหนึ่งหนัก 60 กิโลกรัม คือหนึ่งหาบ และน้ำตาลนี้เก็บอยู่เป็นส่วนสัดโดยเฉพาะในการซื้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 742/2567

การที่โจทก์และจำเลยทำบันทึกข้อตกลงปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามคำพิพากษาเพื่อผ่อนปรนการชำระหนี้กันเป็นไปเพื่อประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายกล่าวคือ โจทก์ได้รับการผ่อนเวลาชำระหนี้และไม่ต้องกังวลว่าจำเลยจะดำเนินการบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4966/2562

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาชำระเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นร้องขัดทรัพย์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืนให้ยกคำร้อง และศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งไม่รับคำร้องขอให้ปล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 378/2559

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 287 บัญญัติให้มาตราดังกล่าวอยู่ภายใต้แห่งบทบัญญัติมาตรา 288 และ 289 มีความหมายว่า หากบุริมสิทธิหรือสิทธิอื่น ๆ นั้น เป็นสิทธิประเภทที่อาจร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ตามมาตรา 288 หรือบังคับให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9863/2558

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัยว่า ผู้ร้องขัดทรัพย์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจะใช้สิทธิตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 288 ได้นั้น จะต้องเป็นกรณีที่มีการบังคับคดียึดทรัพย์สินที่อ้างว่าเป็นของลูกหนี้เพื่อขายทอดตลาด…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้