Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1575/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยออกบัตรสำหรับค่าแรงทำงานให้แก่โจทก์แทนการจ่ายเป็นธนบัตรรัฐบาลนั้น จะผิดกฎหมายหรือไม่เป็นเรื่องส่วนตัวของจำเลยผู้ออกบัตร ไม่เกี่ยวกับโจทก์ แต่บัตรนั้นย่อมเป็นหลักฐานแสดงว่าจำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์อยู่ตามจำนวนเงินในบัตร เมื่อโจทก์นำบัตรมาขอขึ้นเงินกับจำเลย และจำเลยออกใบรับฝากให้ ใบรับฝากเงินนั้นย่อมเป็นหลักฐานแห่งหนี้ที่สมบูรณ์ ไม่เป็นโมฆะ และใบรับฝากเงินนี้ก็มิใช่ใบรับเงินซึ่งจะต้องเสียอากรตามประมวลรัษฎากรแต่อย่างไรหนังสือแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการที่มิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์นั้นผู้ทรงตราสารชอบที่จะยื่นตราสารต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรเมื่อใดก็ได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่อนุมัติให้เสียอากรและเรียกเงินเพิ่มอากรตามกฎหมายแล้ว ตราสารนั้นย่อมใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 113 ป.พ.พ. มาตรา 657 ป.รัษฎากร มาตรา 105 ป.รัษฎากร มาตรา 113 ป.รัษฎากร มาตรา 118

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ทำงานเป็นช่างฟิตเครื่องยนต์ประจำเหมืองแร่ของจำเลย ให้ค่าจ้างเดือนละ 1,200 บาท ชำระในวันสิ้นเดือนโดยวิธีหักค่าซื้อเชื่อเครื่องอุปโภคบริโภคจากร้านค้าของจำเลยก่อน เหลือเท่าใดชำระให้โจทก์ตลอดมา แต่จำเลยค้างชำระต่อโจทก์นับแต่ พ.ศ. 2500 ถึง 2503 รวมเป็นเงิน 38,042.70 บาท โดยจำเลยทำใบรับฝากเงินให้โจทก์ยึดถือไว้บางส่วน และลงบัญชีของจำเลยไว้บางส่วน โจทก์ทวงถาม จำเลยผัดผ่อนไม่สิ้นสุด ครั้น17 สิงหาคม 2503 โจทก์จำเลยร้องขอให้นายอำเภอจอมบึงเปรียบเทียบในที่สุดจำเลยบันทึกรับรองเป็นการรับสภาพหนี้ไว้ต่อนายอำเภอว่ายังเป็นลูกหนี้โจทก์อยู่เป็นเงิน 38,042.70 บาท ขอผ่อนชำระเดือนละ3,000 บาท

โจทก์ไม่ยอมให้ผ่อน จึงนำคดีฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยให้การว่า ทำใบรับฝากเงินให้โจทก์ไว้รวมทั้งสิ้น27,827.10 บาท นอกนั้นไม่ติดค้างกัน โจทก์จำเลยตกลงว่าโจทก์ขอรับเอาเดือนละ 1,000 บาท บันทึกขออำเภอไม่ใช่สัญญาประนีประนอม จำเลยมีหนังสือบอกล้างแล้ว ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความศาลชั้นต้นเห็นว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ไม่ขาดอายุความพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 38,042.70 บาท กับดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยจ้างโจทก์ทำหน้าที่ช่างฟิตเครื่องยนต์ประจำเหมืองแร่ของจำเลย เดิมให้เงินเดือน ๆ ละ 1,200 บาท ต่อมาปี พ.ศ. 2503 คิดค่าจ้างเป็นรายวัน ๆ ละ 40 บาทการจ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างจำเลยมิได้จ่ายเป็นเงิน แต่จ่ายเป็นบัตรใบละ 1 บาท 10 บาท 100 บาทให้แทนเงิน

บัตรนี้ใช้ซื้อเครื่องอุปโภคและบริโภคจากร้านค้าของจำเลยได้ หากมีบัตรเหลือใช้ก็นำมาขอขึ้นเงินจากจำเลยได้หรือจำเลยทำใบรับฝากเงินให้ไว้จำเลยทำใบรับฝากเงินให้โจทก์ไว้ตามเอกสารหมาย จ.3, 4, 5, 6 ต่อมา 17 สิงหาคม 2503จำเลยสาบานตัวให้ถ้อยคำต่อนายอำเภอจอมบึงว่า ยังเป็นหนี้เงินเดือนหรือค่าจ้างโจทก์อยู่เพียง 38,042.70 บาท ขอผ่อนชำระเป็นงวด ๆ ไม่ตกลงกัน โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยศาลฎีกาพิเคราะห์ฎีกาของจำเลยแล้ว เห็นว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุมและฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยค้างชำระค่าจ้างโจทก์อยู่ตามใบรับฝากเงิน4 ฉบับ และตามบัญชีของจำเลยรวม 38,042.70 บาทจริงตามฟ้องส่วนที่จำเลยฎีกาว่า บัตรที่จำเลยออกใช้แทนธนบัตรรัฐบาลเป็นการผิดกฎหมาย เมื่อโจทก์นำบัตรนั้นกลับคืนจำเลยให้จำเลยออกใบรับฝากให้ เท่ากับว่าการรับฝากมิได้มีมูลหนี้ต่อกัน ใบรับฝากเงิน 4 ฉบับของโจทก์จึงเป็นโมฆะนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า บัตรที่จำเลยออกให้แก่โจทก์และคนงานในเหมืองของจำเลยนั้นจะผิดกฎหมายหรือไม่เป็นเรื่องส่วนตัวของจำเลยผู้ออกบัตร ไม่เกี่ยวกับโจทก์ บัตรที่จำเลยออกให้แก่โจทก์ย่อมเป็นหลักฐานแสดงว่าจำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์อยู่ตามจำนวนเงินในบัตรเมื่อโจทก์นำบัตรมาขอขึ้นเงินกับจำเลย และจำเลยออกใบรับฝากให้ ใบรับฝากนั้นย่อมเป็นหลักฐานแห่งหนี้ที่สมบูรณ์ไม่เป็นโมฆะ ที่จำเลยอ้างว่าใบรับฝากเงิน 4 ฉบับมิได้ปิดอากรแสตมป์รับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้นั้น เห็นว่าใบรับฝากเงินมิใช่ใบรับเงินซึ่งจะต้องเสียอากรดังที่บัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากร มาตรา 105 จึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ที่จำเลยฎีกาว่า สารบบความแพ่งที่โจทก์อ้างมิได้ปิดอากรแสตมป์และหนังสือแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการซึ่งศาลชั้นต้นให้โจทก์รับไปปิดอากรแสตมป์เมื่อเสร็จ การพิจารณาแล้วเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายศาลรับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า สารบบความแพ่งของอำเภอเป็นเอกสารของทางราชการซึ่งมิได้อยู่ภายใต้บังคับของประมวลรัษฎากรว่าต้องเสียอากร ส่วนหนังสือแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการนั้น ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 113 ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ ชอบที่จะยื่นตราสารต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรเมื่อใดก็ได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่อนุมัติให้เสียอากรและเรียกเงินเพิ่มอากรตามกฎหมายแล้วอย่างเช่นในกรณีของโจทก์นี้ ตราสารนั้นย่อมใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118ที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ฟ้องเรียกค่าจ้างจากจำเลยตามหลักฐานใบรับฝากเงิน 4 ฉบับซึ่งจำเลยทำให้โจทก์ยึดถือไว้เมื่อ พ.ศ. 2502, 2503 นี่เอง ค่าจ้างที่ค้างตามบัญชีจำเลยก็เป็นค่าจ้างที่ค้างในปี พ.ศ. 2502, 2503นอกจากนี้จำเลยยังได้ลงนามในบันทึกคำให้การในสารบบความแพ่งของอำเภอเมื่อ 17 สิงหาคม 2503 ว่ายังเป็นลูกหนี้โจทก์ 38,042.70 บาท ซึ่งถือว่าเป็นการรับสภาพหนี้ ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวิง ลัดพลี · สอาด นาวีเจริญ · เจน เวชศิลป์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4499/2558

ป.รัษฎากร มาตรา 118 บัญญัติว่า "ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3424/2551

ป.รัษฎากร มาตรา 118 หมายความว่า ตราสารชนิดที่ต้องปิดอากรแสตมป์หากยังมิได้ปิดอากรแสตมป์ให้ครบถ้วนและทำการขีดฆ่าไม่สามารถนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ แต่หากนำตราสารนั้นไปปิดอากรแสตมป์ให้ครบถ้วนตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1033/2549

แม้คำฟ้องของโจทก์จะไม่มีข้อความว่าผู้ใดเป็นผู้เรียงพิมพ์ และไม่มีลายมือชื่อของผู้เรียงพิมพ์ เป็นคำฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 67 (5) ซึ่งศาลมีอำนาจสั่งให้คืนหรือแก้ไขคำฟ้องได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 426/2544

ประมวลรัษฎากรฯ มาตรา 118 เพียงแต่บัญญัติว่าตราสารใดที่ไม่ปิดอากรแสตมป์หรือปิดอากรแสตมป์ไม่ครบถ้วน จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะปิดอากรแสตมป์ให้ครบถ้วนบริบูรณ์และขีดฆ่าแล้ว แต่หาได้บังคับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1126/2537

ปัญหาว่าหนังสือมอบอำนาจซึ่งเป็นใบมอบอำนาจตามประมวลรัษฎากรปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนหรือไม่ เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยมิได้ยกประเด็นนี้ขึ้นต่อสู้ในศาลชั้นต้นและเพิ่งจะยกขึ้นเป็นข้อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้