คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ รับฝากปืนของนายอำนวย อันเป็นอาวุธปืนที่มีทะเบียนโดยชอบด้วยกฎหมายไว้แล้วจำเลยที่ ๑ ได้บังอาจใช้จำเลยที่ ๒ ให้ไปหยิบปืนนั้นที่บ้านจำเลยที่ ๑ ไปให้จำเลยที่ ๑ ที่วัดจันตะบะขาว อันมีระยะทางห่างกันประมาณ ๑๐ เส้นเศษ เพื่อคืนให้แก่นายอำนวย จำเลยที่ ๒ จึงไปเอาปืนดังกล่าวแล้วมาให้จำเลยที่ ๑ คืนแก่นายอำนวย การกระทำของจำเลยที่ ๒ เป็นความผิดฐานมีปืนไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยที่ ๑ มีความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้จำเลยที่ ๒ กระทำความผิด จึงขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯลฯ ๒๔๙๐ มาตรา ๗,๗๒ ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๖๕-๑๗๔ จำเลยทั้งสองรับสารภาพ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยที่ ๒ ผู้เดียวมีความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯลฯ ๒๔๙๐ มาตรา ๗,๗๒ ส่วนจำเลยที่ ๑ ไม่มีความผิด ให้ยกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๑
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คำว่า "มี" ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯลฯ หมายความว่า มีกรรมสิทธิหรือมีไว้ในครอบครอง แต่ไม่หมายความถึงการที่อาวุธปืนฯลฯ ที่มีไว้โดยชอบด้วยกฎหมาย และตกอยู่ในความครอบครองของบุคคลอื่นซึ่งไม่ต้องห้ามตามมาตรา ๑๓ แห่ง พ.ร.บ.อาวุธปืนฯลฯ เท่าที่จำเป็นเพื่อรักษาสิ่งที่ว่านี้ มิให้ศูนย์หาย การที่จำเลยที่ ๒ ถูกจำเลยที่ ๑ ใช้ให้ไปหยิบอาวุธปืนฯลฯรายนี้มาจากบ้านจำเลยที่ ๑ เพียงชั่วนำมาส่งให้แก่จำเลยที่ ๑ ที่วัดจันตะบะขาว อันอยู่ห่างกันประมาณ ๑๐ เส้น เพื่อมอบคืนแก่เจ้าของผู้มีไว้โดยชอบด้วยกฎหมายเช่นนี้ ยังถืไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๒ ได้มีอาวุธปืนรายนี้ไว้ในครอบครอง จำเลยที่ ๒ จึงยังไม่มีความผิดตามฟ้อง และจำเลยที่ ๑ ผู้ใช้ให้ก็ย่อมไม่มีความผิดด้วย แม้จำเลยที่ ๒ จะไม่ได้อุทธรณ์ฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาแก้ไขคดีสำหรับตัวจำเลยที่ ๒ ได้
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลล่าง โดยให้ยกฟ้องโจทก์ ปล่อยตัวจำเลยที่ ๒ ไป