Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1578/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีเดิมเป็นคดีฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าในขณะยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท อันเป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคสอง ส่วนคดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับการบังคับบริวารของจำเลย และเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามมาตรา 248 วรรคสาม ศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้ร้องไม่ได้ครอบครองที่ดินพิพาทเพื่อตน ผู้ร้องอยู่ในที่ดินพิพาทในฐานะบริวารของจำเลย ผู้ร้องฎีกาว่าผู้ร้องมีสิทธิพิเศษเหนือที่ดินพิพาทเพราะผู้ร้องคัดค้านการรังวัดออกโฉนดที่ดินพิพาท เป็นการเปลี่ยนเจตนายึดถือที่ดินมาเป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องแย่งการครอบครองเกิน 1 ปีแล้ว จึงเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ ฎีกาของผู้ร้องจึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลพิพากษาขับไล่จำเลยกับบริวาร ผู้ร้องจะยื่นคำร้องว่าโจทก์ใช้สิทธิฟ้องคดีโดยไม่สุจริตและไม่ชอบด้วยกฎหมายหาได้ไม่ เพราะมีปัญหาเกี่ยวกับผู้ร้องในชั้นบังคับคดีเพียงว่า ผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลยหรือไม่เท่านั้น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินกับบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ไร่ละ 500 บาทต่อเดือนนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยกับบริวารจะออกไปจากที่ดิน คดีถึงที่สุดจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปดำเนินการบังคับคดี

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปขับไล่จำเลยและบริวารให้ออกจากบ้านเลขที่ 110/2 หมู่ที่ 3 ตำบลดอนกระเบื้อง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นของผู้ร้อง โดยเมื่อประมาณปี 2526 ผู้ร้องเช่าที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามฟ้องบางส่วนเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ จากโจทก์เพื่อทำไร่และเลี้ยงสัตว์แล้วผู้ร้องปลูกสร้างบ้านดังกล่าวบนที่ดินที่เช่า ต่อมาปี 2538 ผู้ร้องเปลี่ยนลักษณะการยึดถือที่เช่ามาเป็นการยึดถือเพื่อตนโดยไม่ชำระค่าเช่าแก่โจทก์และเมื่อปี 2539 เจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดเพื่อออกโฉนดที่ดินบริเวณดังกล่าว ผู้ร้องได้คัดค้านอันเป็นการยืนยันเปลี่ยนแปลงเจตนาการยึดถือที่ดิน นับถึงวันยื่นคำร้องนี้เป็นเวลาเกินกว่า 1 ปีแล้ว

ผู้ร้องไม่ใช่บริวารของจำเลย ขอให้ศาลมีคำสั่งงดการบังคับคดีแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยเช่าที่ดินตามฟ้องจำนวน 8 ไร่ จากโจทก์ เพื่อทำเกษตรกรรมเมื่อปี 2524 ผู้ร้องไม่เคยมีความสัมพันธ์กับโจทก์ หากผู้ร้องอยู่อาศัยบนที่ดินพิพาทก็เป็นการอยู่โดยอาศัยสิทธิของจำเลย ผู้ร้องเป็นบริวารจำเลยขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ที่ผู้ร้องฎีกาว่า หนังสือมอบอำนาจช่วงให้ฟ้องคดีติดอากรแสตมป์ไม่บริบูรณ์ โจทก์ใช้สิทธิฟ้องคดีโดยไม่สุจริตและไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ฎีกาของผู้ร้องดังกล่าวเป็นปัญหาข้อพิพาทระหว่างโจทก์จำเลย เมื่อศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาทแล้วถือว่าปัญหาดังกล่าวเป็นอันยุติ คงมีปัญหาเกี่ยวกับผู้ร้องในชั้นบังคับคดีตามคำพิพากษาเพียงว่า ผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลยหรือไม่เท่านั้น ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยฎีกาของผู้ร้องดังกล่าว ที่ผู้ร้องฎีกาต่อไปว่าผู้ร้องได้รับโอนสิทธิการเช่าที่ดินพิพาทมาจากจำเลยโดยชอบนั้นตามคำร้องของผู้ร้องคงกล่าวอ้างแต่เพียงว่า ผู้ร้องเช่าที่ดินพิพาทจากโจทก์ จำเลยกับผู้ร้องไม่เกี่ยวข้องกัน

ปัญหาที่ผู้ร้องฎีกาจึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ปัญหาสุดท้ายตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิครอบครองเหนือที่ดินพิพาทหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับการบังคับบริวารของจำเลยผู้ถูกฟ้องขับไล่ ซึ่งคดีเดิมเป็นคดีฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าในขณะยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท อันเป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง และคดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดังนั้น คดีนี้จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามมาตรา 248 วรรคสาม

แห่งกฎหมายดังกล่าว ศาลอุทธรณ์ภาค 7 รับฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้ร้องไม่ได้ครอบครองที่ดินพิพาทเพื่อตน ผู้ร้องอยู่ในที่ดินพิพาทในฐานะบริวารของจำเลย ที่ผู้ร้องฎีกาในปัญหานี้ว่าผู้ร้องมีสิทธิพิเศษเหนือที่ดินพิพาทเพราะผู้ร้องคัดค้านการรังวัดออกโฉนดที่ดินพิพาทเมื่อปี 2538 เป็นการเปลี่ยนเจตนายึดถือที่ดินมาเป็นของผู้ร้องซึ่งโจทก์ทราบแล้ว ผู้ร้องแย่งการครอบครองเกิน 1 ปีแล้วจึงเป็นการโตแย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ฎีกาของผู้ร้องจึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฎีกาของผู้ร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นินนาท สาครรัตน์ · จรัส พวงมณี · สถิตย์ ทาวุฒิ
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้