Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15833/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ ช. เป็นผู้ร่วมกระทำผิดกับจำเลยทั้งสอง และคำให้การของ ช. จะเป็นคำซัดทอดก็ตาม แต่ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 227/1 มิได้ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานซัดทอด เพียงแต่ว่าในการรับฟังพยานดังกล่าวศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวังและไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่มีเหตุผลอันหนักแน่น มีพฤติการณ์พิเศษแห่งคดีหรือมีพยานหลักฐานประกอบอื่นมาสนับสนุน บันทึกถ้อยคำของ อ. ในชั้นสืบสวนสอบสวน แม้เป็นเพียงพยานบอกเล่า แต่กรณีมีเหตุจำเป็น เนื่องจากโจทก์ไม่สามารถนำ อ. มาเบิกความได้และมีเหตุผลสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่จะรับฟังพยานบอกเล่านั้น ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 226/3 วรรคสอง (2) ศาลจึงนำมารับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 4, 57, 97, 118 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยทั้งสอง

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 57 (1) วรรคหนึ่ง (ที่ถูก มาตรา 57 (1) วรรคหนึ่งและวรรคสอง), 118 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 1 ปี และปรับคนละ 20,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งจำเลยทั้งสองมีกำหนด 10 ปี

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์และจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยทั้งสองได้กระทำความผิดตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษาหรือไม่ เห็นว่า แม้นายไชยาจะเป็นผู้ร่วมกระทำผิดกับจำเลยทั้งสอง และคำให้การของนายไชยาจะเป็นคำซัดทอดก็ตาม แต่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227/1 มิได้ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานซัดทอด เพียงแต่ว่าในการรับฟังพยานดังกล่าวศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวังและไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่มีเหตุผลอันหนักแน่นมีพฤติการณ์พิเศษแห่งคดีหรือมีพยานหลักฐานประกอบอื่นมาสนับสนุน ซึ่งในคดีนี้ได้ความจากจำเลยที่ 1 ว่า นายไชยาเป็นคนในหมู่บ้านของบิดามารดาจำเลยที่ 1 ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ร่วมทำธุรกิจอยู่อีกทั้งเป็นทีมงานช่วยหาเสียงให้จำเลยที่ 1 ขณะที่นายไชยาถูกจับกุม

เจ้าพนักงานตำรวจค้นพบกระดาษรายชื่อบุคคลในหมู่บ้านเขียนโดยลายมือนายไชยา ซึ่งรายชื่อดังกล่าวเป็นบุคคลเป้าหมายที่จะนำเงินไปแจก เจ้าพนักงานตำรวจได้สอบปากคำนายไชยาไว้ทันทีที่นายไชยาให้การรับสารภาพ นอกจากนี้นายไชยาได้ให้ถ้อยคำต่อคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวน ซึ่งสอดคล้องกับคำเบิกความในชั้นพิจารณาของนายไชยา คดีนี้แม้โจทก์จะไม่ได้ตัวนายอภิชลมาเบิกความ แต่โจทก์ก็ได้ส่งอ้างบันทึกถ้อยคำของนายอภิชลที่ให้ไว้ต่อนายวิเชียร อนุกรรมการการสืบสวนสอบสวน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอุดรธานี ซึ่งยืนยันว่าได้รับเงินจากนายไชยาจริง บันทึกถ้อยคำดังกล่าวแม้เป็นเพียงพยานบอกเล่า แต่กรณีมีเหตุจำเป็น เนื่องจากโจทก์ไม่สามารถนำนายอภิชลมาเบิกความได้ และมีเหตุผลสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่จะรับฟังพยานบอกเล่านั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226/3 วรรคสอง (2)

ศาลจึงนำมารับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้ ที่จำเลยทั้งสองนำสืบต่อสู้ว่า ไม่เคยมอบเงินให้นายไชยาเพื่อไปซื้อเสียงผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อให้เลือกจำเลยที่ 1 นั้นแม้จำเลยที่ 1 จะมิใช่เป็นผู้มอบเงินให้แก่นายไชยาโดยตรง แต่นายไชยาได้รับมอบเงินจากจำเลยที่ 2 ณ ที่ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งในหมู่บ้านของจำเลยที่ 1 จึงมีมูลเชื่อว่าจำเลยที่ 1 ได้รู้ถึงการกระทำดังกล่าวของจำเลยที่ 2 พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมามีน้ำหนักมั่นคงเชื่อได้ว่าจำเลยทั้งสองได้กระทำความผิดตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2 ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น ส่วนฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิทักษ์ คงจันทร์ · อนันต์ วงษ์ประภารัตน์ · ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายวัฒนา พานนนท์
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายปรัชญา โกไศยกานนท์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.4265/2555
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ1801/2551
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ35/2553
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้