คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่า จำเลยเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของโจทก์ ได้ขายที่ดินมฤดกของโจทก์ไปเพื่อเอาเงินมาทำประโยชน์ให้แก่โจทก์ เป็นเงิน ๙๖๐ บาท จำเลยได้จ่ายค่าธรรมเนียมค่าทนายแลอื่น ๆ คงเหลืออีก ๖๒๐ บาท ๖๖ สตางค์ โจทก์จึงฟ้องเรียกเงินจากจำเลย ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยได้จ่ายไปเพื่อโจทก์หมดแล้ว จึงพิพากษาให้ยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เงินจำนวนนี้จำเลยจะหักเป็นค่าเสื้อผ้าค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ค่าหมอแลยารักษาโรคสำหรับโจทก์ด้วยมิได้ เพราะจำเลยจ่ายให้โดยหน้าที่ธรรมจรรยา ไม่มีบุรพเจตนาจะเอาคืนตาม ม.๕๓๕ (๓) -๔๐๓ จึงพิพากษาให้จำเลยคืนเงิน ๖๒๐ บาท ๖๖ สตางค์ ให้โจทก์ จำเลยฎีกาว่า รูปคดีไม่ต้องด้วยลักษณให้โดยเสน่หา หรือจัดการนอกสั่ง แลว่ากฎหมายที่ศาลอุทธรณ์ยกขึ้นตัดสิน โจทก์มิได้กล่าวอ้างเป็นข้อต่อสู้ในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยจะเรียกเอาคืนมิได้ตาม ม.๕๓๕(๓) แล ๔๐๓ และเห็นว่าศาลอุทธรณ์มีอำนาจยกขึ้นชี้ขาดตัดสินได้ตาม ม.๒๒๕-๒๔๙ เพราะในตอนนั้นโจทก์ยังไม่มีโอกาศยกกฎหมายข้อนี้ขึ้นโต้แย้ง แลเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อศาลชั้นต้นตัดสินแล้ว