Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1586/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างของ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 และนาง ส. มารดาโจทก์มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากประจำที่ธนาคารของจำเลยที่ 1 โดยกำหนดเงื่อนไขในการสั่งจ่ายเงินว่าคนใดคนหนึ่งเป็นผู้มีอำนาจถอนเงินจากบัญชีดังกล่าว แต่คงมีเฉพาะโจทก์เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ให้ตัวอย่างลายมือชื่อผู้สั่งจ่าย จึงน่าเชื่อว่าในทางปฏิบัติคงมีเฉพาะโจทก์เท่านั้นที่ทำหน้าที่ในการสั่งจ่ายถอนเงินจากบัญชีเงินฝากประจำการที่โจทก์ไม่ได้นำสมุดคู่ฝากสำหรับบัญชีเงินฝากประจำมาดำเนินการตามระเบียบปฏิบัติของจำเลยที่ 1 นั้น เนื่องจากโจทก์เกรงว่านาง ส. จะทราบเรื่องที่โจทก์ถอนเงินจำนวน 200,000 บาทไป จึงทำให้โจทก์ต้องสร้างหลักฐานตัวเลขขึ้น 200,000 บาท ในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์เลขที่ 321-1-01428-7 แล้วโอนมาเข้าบัญชีเงินฝากประจำเพื่อให้ตัวเลขจำนวนเงินในสมุดคู่ฝากของบัญชีเงินฝากประจำคงเดิม

การกระทำของโจทก์ดังกล่าวแม้จะเป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบและคำสั่งของจำเลยที่ 1 ก็ตามแต่ก็เป็นการกระทำต่อบัญชีเงินฝากของโจทก์และมารดาโจทก์ซึ่งโจทก์มีสิทธิในการถอนเงินตามบัญชีดังกล่าวได้อยู่แล้ว โจทก์มิได้ปลอมแปลงลายมือชื่อของผู้ใด การกระทำของโจทก์ไม่เกิดผลกระทบต่อลูกค้าอื่น ๆ ของจำเลยที่ 1 และเงินสดของจำเลยที่ 1 ก็มิได้สูญหาย อีกทั้งข้อเท็จจริงยังไม่เพียงพอที่จะฟังว่าโจทก์ได้กระทำความผิดฐานยักยอกหรือลักทรัพย์ จึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับในการทำงานของจำเลยที่ 1 กรณีร้ายแรงการที่จำเลยที่ 1 เลิกจ้างโจทก์ไม่ใช่การเลิกจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 119 จำเลยที่ 1 จึงต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีแก่โจทก์ตาม มาตรา 67โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง

ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามจ่ายค่าจ้าง เงินโบนัส ค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสามให้การ ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 จ่ายค่าชดเชยจำนวน 86,400 บาทและค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อนประจำปีจำนวน 1,440 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 10 กันยายน 2542) จนกว่าจะจ่ายเงินเสร็จแก่โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยก ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ว่า โจทก์ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับในการทำงานของจำเลยที่ 1 ในกรณีร้ายแรงหรือไม่และจำเลยที่ 1 ต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้โจทก์หรือไม่ ในชั้นพิจารณาคดีของศาลแรงงานกลางข้อเท็จจริงรับฟังยุติได้ว่า

โจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2537 ครั้งสุดท้ายมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าการเงินที่ธนาคารของจำเลยที่ 1 สาขาแม่จัน ได้รับค่าจ้างเดือนละ 14,400 บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันที่ 25 ของเดือน จำเลยที่ 1 มีคำสั่งเกี่ยวกับขอบเขตหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การเงินไว้ โจทก์ซึ่งเป็นหัวหน้าการเงินจะต้องปฏิบัติตามระเบียบหรือคำสั่งดังกล่าวตามหนังสือลงวันที่ 28พฤษภาคม 2535 และคำสั่งที่ 45/2535 เอกสารหมาย จ.ล.1 กล่าวคือการฝากเงินและถอนเงินลูกค้าของจำเลยที่ 1 ต้องนำสมุดคู่ฝากมาติดต่อและเขียนใบฝากเงินหรือใบถอนเงินมอบให้เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุมัติตามลำดับชั้นแล้วจึงคืนสมุดคู่ฝากให้ลูกค้าไป โจทก์และนางสุมิตรา

ศิริกุล มารดาของโจทก์มีชื่อเป็นผู้ฝากเงินประเภทฝากประจำที่ธนาคารจำเลยที่ 1 สาขาแม่จัน บัญชีเลขที่ 321-2-00214-5 โจทก์มีอำนาจสั่งจ่ายเงินจากบัญชีดังกล่าว และโจทก์มีเงินฝากประเภทออมทรัพย์บัญชีเลขที่ 321-1-01428-7และ 321-1-00007-7 ที่สาขาแม่จัน โจทก์มีอำนาจสั่งจ่ายเงินจากบัญชีเช่นกันวันที่ 26มกราคม 2542 โจทก์ถอนเงินจากบัญชีเงินฝากประจำจำนวน 200,000 บาท โดยไม่ได้นำสมุดคู่ฝากมาประกอบในการถอนเงิน จากนั้นโจทก์นำเงินจำนวนดังกล่าวไปเข้าบัญชีออมทรัพย์ของโจทก์และวันเดียวกันโจทก์ถอนเงินดังกล่าวไปใช้ส่วนตัว ต่อมาวันที่ 19เมษายน 2542 นางสุมิตรามอบสมุดคู่ฝากบัญชีเงินฝากประจำให้โจทก์นำไปปรับรายการดอกเบี้ย โจทก์จึงดำเนินการสร้างตัวเลขทางบัญชีโดยฝากถอนเงินตามบัญชีออมทรัพย์แล้วโอนเงินไปยังบัญชีฝากประจำแล้วคืนสมุดคู่ฝากให้นางสุมิตราไป

จากนั้นทำรายการถอนเงินออกจากบัญชีฝากประจำโดยไม่มีสมุดคู่ฝาก การที่โจทก์อนุมัติให้ถอนเงินโดยไม่ได้นำสมุดคู่ฝากมาประกอบในการถอนเงินเป็นการฝ่าฝืนระเบียบและคำสั่งของจำเลยที่ 1 ตามเอกสารหมาย จ.ล.1 เห็นว่า ตามเอกสารหมาย จ.ล.2 ปรากฏว่าโจทก์และนางสุมิตรามีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากประจำที่ธนาคารของจำเลยที่ 1 สาขาแม่จันเลขที่ 321-2-00214-5 โดยกำหนดเงื่อนไขในการสั่งจ่ายเงินว่าคนใดคนหนึ่งเป็นผู้มีอำนาจถอนเงินจากบัญชีดังกล่าว แต่คงมีเฉพาะโจทก์เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ให้ตัวอย่างลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายไม่ปรากฏลายมือชื่อของนางสุมิตราแต่อย่างใด จากข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงน่าเชื่อว่าในทางปฏิบัติคงมีเฉพาะโจทก์เท่านั้นที่ทำหน้าที่ในการสั่งจ่ายถอนเงินจากบัญชีเงินฝากประจำการที่โจทก์ไม่ได้นำสมุดคู่ฝากสำหรับบัญชีเงินฝากประจำมาดำเนินการตามระเบียบปฏิบัติของจำเลยที่ 1 นั้นเนื่องจากโจทก์เกรงว่านางสุมิตราจะทราบเรื่องที่โจทก์ถอนเงินจำนวน 200,000 บาท

ไปเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2542 นั่นเอง จึงทำให้โจทก์ต้องดำเนินการสร้างหลักฐานตัวเลขขึ้น 200,000 บาท ในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์เลขที่ 321-1-01428-7 แล้วโอนมาเข้าบัญชีเงินฝากประจำเพื่อให้ตัวเลขจำนวนเงินในสมุดคู่ฝากของบัญชีเงินฝากประจำคงเดิม การกระทำของโจทก์ดังกล่าวแม้จะเป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบและคำสั่งของจำเลยที่ 1 ก็ตาม แต่ก็เป็นการกระทำต่อบัญชีเงินฝากของโจทก์และมารดาของโจทก์ซึ่งโจทก์มีสิทธิในการถอนเงินตามบัญชีดังกล่าวได้เองอยู่แล้ว โดยมิได้ปลอมแปลงลายมือชื่อของผู้ใด การกระทำของโจทก์ไม่เกิดผลกระทบต่อลูกค้าอื่น ๆ ของจำเลยที่ 1 และเงินสดของจำเลยที่ 1 ก็มิได้สูญหาย อีกทั้งข้อเท็จจริงก็ยังไม่เพียงพอที่จะฟังว่าโจทก์ได้กระทำความผิดฐานยักยอกหรือลักทรัพย์ตามที่จำเลยที่ 1 อ้างในอุทธรณ์ จึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับในการทำงานของจำเลยที่ 1 กรณีร้ายแรง การที่จำเลยที่ 1 เลิกจ้างโจทก์ไม่ใช่การเลิกจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 จำเลยที่ 1 จึงต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีแก่โจทก์ตามมาตรา 67

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยชอบแล้วอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปัญญา สุทธิบดี · วีรพจน์ เพียรพิทักษ์ · พูนศักดิ์ จงกลนี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3306/2567

ระเบียบข้อบังคับการทำงานของจำเลย หมวดที่ 10 ระเบียบวินัยและมาตรการในการลงโทษทางวินัย ข้อ 14 กำหนดโทษสำหรับพนักงานที่กระทำผิดวินัยไว้ทั้งสิ้น 7 ประการ โดยไม่มีเรื่องการลงโทษปรับเงิน แต่การที่โจทก์ลงโทษ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3553/2556

โจทก์ระบุเหตุในหนังสือเลิกจ้างไว้เพียงว่าจำเลยที่ 2 ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับการเป็นพนักงาน ไม่ได้ระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุที่เลิกจ้างว่าการประพฤติตนไม่เหมาะสมกับการเป็นพนักงานของจำเลยที่ 2 นั้นประพฤติต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 976/2556

งานเชื่อมโครงหลังคาเหล็กบ้านพักคนงานของจำเลยเป็นหน้าที่ของ ก. ผู้รับเหมาจากจำเลยต้องดำเนินการ โจทก์ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง การที่โจทก์สั่งคนงานของจำเลย 44 คน ไปช่วยผู้รับเหมาทำงานเชื่อมโครงสร้างเหล็กหล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9033/2550

โจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2539 ทำหน้าที่เป็นพนักงานเติมวัตถุดิบ โดยต้องยกวัตถุดิบไปเติมที่เครื่อง เครื่องละ 300 กิโลกรัม แบ่งยกเป็น 12 เที่ยว เที่ยวหนึ่งมีน้ำหนัก 25 กิโลก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6075/2549

จำเลยทั้งสามติดต่อและตกลงรับโจทก์เข้าทำงานกับจำเลยที่ 1 เพราะเห็นว่าโจทก์เป็นผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์สามารถทำหน้าที่บริหารดูแลงานทรัพย์สินทางปัญญาอันเป็นสาระสำคัญของสัญญาจ้างงาน การเป็นเนติ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้