Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1589/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยโดยกล่าวว่าสัญญาเช่าสิ้นอายุและได้บอกเลิกการเช่าแก่จำเลยแล้ว จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ไม่เคยบอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลย คำบอกกล่าวท้ายฟ้องหากมีจริงก็เป็นเอกสารทำขึ้นโดยมิชอบในภายหลัง ดังนี้ จำเลยหาได้ต่อสู้ว่า โจทก์ได้บอกกล่าวจำเลย แต่เป็นการบอกกล่าวที่ไม่ให้โอกาสจำเลยรู้ตังก่อนระยะเวลาเก็บค่าเช่าระยะหนึ่งไม่ เมื่อจำเลยมิได้ต่อสู้ไว้ดังนั้น จำเลยจะยกขึ้นเป็นข้ออุทธรณ์หรือฎีกาไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 225,249

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องมีความสำคัญว่า จำเลยทั้งสามได้รับโอนสิทธิการเช่าตึกแถวของโจทก์เพื่อการค้ามาจากบิดาของจำเลย บัดนี้ สัญญาเช่าสิ้นอายุแล้ว โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยเช่าต่อไปจึงมีหนังสือบอกเลิกการเช่า ให้จำเลยออกไปจำเลยได้รับหนังสือแล้ว แต่ไม่ยอมออก ขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหาย

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่เคยบอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลย คำบอกกล่าวตามสำเนาท้ายฟ้องหากมีก็เป็นเอกสารที่กระทำโดยมิชอบในภายหลัง และไม่เคยส่งคำบอกกล่าวและต่อสู้ในข้ออื่น ๆ ศาลแพ่งพิจารณาแล้วเห็นว่า โจทก์บอกเลิกการเช่าแก่จำเลยแล้ว และเห็นว่าข้อต่อสู้อื่น ๆ ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษาให้ขับไล่ จำเลยและให้ใช้ค่าเสียหาย

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาว่า การบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าให้จำเลยทราบล่วงหน้า ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๖๖ หรือไม่

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้ออุทธรณ์ว่า การบอกกล่าวของโจทก์ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๖๖ นั้น จำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสุ้ไว้ในศาลชั้นต้น และมิใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงไม่รับวินิจฉัยให้ คงพิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกามาในปัญหาเดียวกันนี้อีก

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในคำให้การต่อสู้คดีของจำเลยคงมีเพียงว่า โจทก์ไม่เคยส่งคำบอกกล่าวแก่จำเลยและคำบอกกล่าวท้ายฟ้องได้กระทำขึ้นเองโดยมิชอบในภายหลัง หาได้ต่อสู้ว่า โจทก์ได้บอกกล่าวจำเลยแต่เป็นการบอกกล่าวที่ไม่ให้โอกาสจำเลยรู้ตัวก่อนชั่วระยะเวลาเก็บค่าเช่าระยะหนึ่งไม่ ปัญหาที่จำเลยฎีกามาจึงมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในศาลชั้นต้น และมิใช่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาจะรับไว้วินิจฉัยไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ให้ยกฎีกาจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ห้วน ประชาบาล · การุณย์นราทร · ยุ้ย อาตมียะนันทน์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายเพียบ สุจารีกุล
ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ บุปผเวส
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907/2561

แม้ ป.พ.พ. มาตรา 5 จะบัญญัติว่า "ในการใช้สิทธิแห่งตนก็ดี ในการชำระหนี้ก็ดี บุคคลทุกคนต้องกระทำโดยสุจริต" แต่มาตรา 6 ก็บัญญัติต่อไปว่า "ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลทุกคนกระทำการโดยสุจริต" โจทก์ที่ 1 จึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8529/2554

โจทก์ฟ้องจำเลยในความผิดฐานยักยอกเนื่องจากจำเลยรับเงินค่าที่ดินส่วนเกินที่โจทก์ขายที่ดินไว้ในครอบครองแล้วเบียดบังไปเป็นของตนโดยทุจริต สิทธิเรียกร้องทางแพ่งจึงต้องอาศัยมูลความผิดทางอาญา จึงเป็นคดีแพ่งที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3353/2552

คดีแพ่งคู่ความทั้งสองฝ่ายจะต้องนำพยานมาสืบต่อศาลเพื่อให้ศาลได้ใช้ดุลพินิจชั่งน้ำหนักพยานว่าพยานฝ่ายใดมีน้ำหนักน่าเชื่อถือกว่ากัน หากพยานฝ่ายใดมีน้ำหนักน่าเชื่อถือกว่าศาลก็จะใช้ดุลพินิจพิพากษาให้ฝ่ายนั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5778/2550

เช็คพิพาททั้งสองฉบับระบุจ่ายชื่อโจทก์หรือผู้ถือ จึงเป็นเช็คผู้ถือ เมื่อโจทก์เป็นผู้ถือเช็คพิพาททั้งสองฉบับในขณะที่โจทก์นำเช็คพิพาททั้งสองฉบับไปเรียกเก็บเงินจากธนาคาร แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์จึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1046/2545

จำเลยให้การแต่เพียงว่า โจทก์ให้ ว. ทำหนังสือรับสภาพหนี้ตามเอกสารหมาย ล.2 ไว้ ว. ผิดนัดไม่ชำระหนี้โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ให้จำเลยรับผิดแทน ว. โดยฉวยโอกาสที่จำเลยสั่งซื้อสินค้าจากโจทก์เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้