Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1589/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์จอดรถในที่มีเครื่องหมายห้ามจอดรถ โดยไม่แสดงเครื่องหมายว่ารถเสียเจ้าพนักงานตำรวจมีอำนาจเคลื่อนย้ายรถของโจทก์ไปมอบให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวน แต่โจทก์เพิ่งนำหลักฐานการเป็นเจ้าของรถมาแสดงต่อจำเลยที่ 2 เมื่อเวลาล่วงเลยไปเกือบ 3 เดือน จำเลยที่ 2 ก็คืนรถให้โจทก์ไปดังนี้ จำเลยที่ 2 มิได้มีเจตนากลั่นแกล้งให้โจทก์ได้รับความเสียหาย การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 กระทำการแทนจำเลยที่ 1 และในฐานะส่วนตัวจงใจหรือประมาทเลินเล่อได้ยึดรถยนต์ของโจทก์ไว้โดยไม่มีอำนาจตามกฎหมายหรือโดยผิดพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 เป็นเวลา 70 วัน ทำให้โจทก์ไม่ได้ใช้รถต้องเช่ารถยนต์วันละ 500 บาท ตลอดเวลาที่ถูกยึดเป็นเงิน 35,000 บาท และค่าเสียหายอื่นๆ รวมเป็นเงิน 6,700 บาท ทำให้ขาดรายได้ไปเดือนละ 10,000 บาท รวม 3 เดือนเป็นเงิน 30,000 บาท กับค่าที่โจทก์ไม่ได้ใช้รถอีกเดือนละ 6,000 บาท ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ในค่าเสียหายเป็นเงิน 89,700 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์ตามฟ้อง จำเลยที่ 2 ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบและกฎหมายในฐานะข้าราชการตำรวจ

ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะมิได้บรรยายว่าจำเลยที่ 2 จงใจหรือประมาทเลินเล่อหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบอย่างไรและฟ้องโจทก์เกี่ยวกับค่าเสียหายเคลือบคลุม โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายตามฟ้องรถยนต์ของโจทก์เป็นรถเก่าราคาไม่เกิน 20,000 บาท โจทก์ไม่ได้เสียค่าซ่อมรถหรือเช่ารถยนต์ของผู้อื่นมาใช้ โจทก์ไม่ได้ขาดรายได้และโจทก์ไม่ได้เสียหายจากการที่ไม่ได้ใช้รถ จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน 27,500 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า '...ศาลฎีกาได้ตรวจดูแผนที่เกิดเหตุเอกสารหมาย จ.4 ซึ่งโจทก์ในฐานะผู้ต้องหาได้ลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องไว้ด้วย ปรากฏว่ามีรถยนต์ของโจทก์คันเดียวจอดอยู่ริมซอยด้านที่มีป้ายจราจรห้ามจอดรถเฉพาะวันคี่ปักไว้ ส่วนฟากตรงข้ามด้านที่มีป้ายจราจรห้ามจอดรถเฉพาะวันคู่ปักไว้มีรถของผู้อื่นหลายคันจอดอยู่ ทั้งโจทก์ยังให้การในชั้นสอบสวนในฐานะผู้ต้องหาข้อหาจอดรถในเขตที่มีเครื่องหมายห้ามจอดรถในลักษณะกีดขวางการจราจรและจอดรถที่เครื่องยนต์ขัดข้องไว้ในทางเดินรถในลักษณะกีดขวางการจราจรโดยไม่แสดงเครื่องหมาย ...ไว้ว่ารถเสียและไม่ได้เปิดฝากระโปรงหน้าและหลังของรถไว้จริง ปรากฏตามคำให้การชั้นสอบสวนของโจทก์เอกสารหมาย

จ.2จากข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงเชื่อว่าโจทก์กระทำผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกฯ เจ้าพนักงานตำรวจย่อมมีอำนาจเคลื่อนย้ายรถของโจทก์ไปมอบให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นร้อยเวรจราจรประจำสถานีตำรวจนครบาลสำราญราษฎร์อันเป็นสถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุเก็บรถไว้ได้เพื่อสืบหาเจ้าของรถและเรียกค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายและค่าเก็บรถต่อไปตามระเบียบกรมตำรวจเอกสารหมาย ล.1 จำเลยที่ 2 ในฐานะพนักงานสอบสวนย่อมมีอำนาจเปรียบเทียบปรับโจทก์ในข้อหากระทำผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกฯ ได้ การที่โจทก์ไม่ยอมเสียค่าปรับโดยอ้างว่าไม่ได้กระทำผิดและขอให้ดำเนินคดีต่อไป แต่อ้างว่าเป็นเจ้าของรถและขอรถคืนโดยมีบัตรประจำตัวประชาชนและใบอนุญาตให้ขับขี่รถมาแสดงไม่มีหลักฐานการเป็นเจ้าของรถมาแสดง ซึ่งโจทก์ก็เบิกความยอมรับในข้อนี้

จำเลยที่ 2 ซึ่งไม่รู้จักโจทก์มาก่อนย่อมมีสิทธิไม่คืนรถให้แก่โจทก์ได้ในระหว่างทำการสอบสวนดำเนินคดีเพราะหากคืนรถให้โจทก์ไปโดยที่โจทก์ไม่มีหลักฐานการเป็นเจ้าของรถมาแสดง จำเลยที่ 2ย่อมเสี่ยงต่อความรับผิดกรณีที่โจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถและมีเจ้าของรถที่แท้จริงนำหลักฐานการเป็นเจ้าของรถมาแสดงเพื่อขอรับรถคืนในภายหลัง เป็นความผิดของโจทก์เองที่ไม่นำหลักฐานการเป็นเจ้าของรถมาแสดงเพื่อขอรับรถคืนไปเสียตั้งแต่แรกโจทก์เพิ่งนำหลักฐานการเป็นเจ้าของรถมาแสดงต่อจำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2525 เป็นเวลาภายหลังจากเกิดเหตุแล้วเกือบ 3 เดือน ซึ่งจำเลยที่ 2 ก็คืนรถให้โจทก์ไปจึงเห็นได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ปฏิบัติหน้าที่ไปตามระเบียบข้อบังคับโดยสุจริตมิได้มีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย

การกระทำของจำเลยที่ 2 ย่อมไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ การที่พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องโจทก์ในข้อหาที่จำเลยที่2 สอบสวนโจทก์นั้นไม่มีผลทำให้การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นละเมิดต่อโจทก์ไปได้ เมื่อฟังว่าจำเลยที่ 2 ไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสอง คดีนี้แม้จำเลยที่ 2 จะมิได้ฎีกาขึ้นมาศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาให้มีผลไปถึงจำเลยที่ 2 ได้ เพราะเป็นหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้น'

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสียง ตรีวิมล · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2567

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองรถที่โจทก์รับประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งที่ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เมาสุราซึ่งจากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำเลยที่ 1 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 102…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2567

แม้ในคดีก่อนศาลพิพากษาให้รื้อถอนกำแพงคอนกรีตอิฐบล็อกที่ปิดทางภาระจำยอมออก มิได้ระบุให้รื้อถอนหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กและเสาปูนด้วย แต่ก่อนทำการรื้อถอนเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงต่อศาลช…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้