Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2511 (เลขอ้างอิง 16254)

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ตายเมาสุราส่งเสียงดัง. จำเลยตั้งใจจะไปตามตำรวจมาจับ. และไปเอาจักรยานยนต์ที่จอดไว้จะขี่ไป. พอปลดเกียร์จะไสรถออก.จำเลยได้ยินเสียงแกร๊กหันไปดูเห็นผู้ตายยืนอยู่ห่างจำเลย 4 วา. ในมือผู้ตายถือปืนจ้องมาทางจำเลย. ดังนี้ เรียกได้ว่าเป็นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง. จำเลยจึงจำต้องใช้ปืนยิงไปเพื่อป้องกันสิทธิแห่งชีวิตตน. หากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้ยินเสียงดังเฉียะ จึงยิงสวนไปนัดหนึ่ง. แล้วก็มิได้มีเสียงปืนของผู้ตายดังอีก. แต่จำเลยยังยิงไปอีก 4-5 นัด จนผู้ตายถึงแก่ความตาย. ดังนี้ การกระทำของจำเลยเป็นการเกินสมควรแก่เหตุที่จะป้องกันตามนัยประมวลกฎหมายอาญามาตรา 69.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นสั่งรวมพิจารณา เพราะเป็นมูลกรณีเดียวกันฟ้องของโจทก์มีใจความสำคัญว่า เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2508จำเลยบังอาจใช้ปืนเป็นอาวุธ ยิงทำร้ายร่างกายนายสมภาร หรือบานจนถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 59

จำเลยให้การและยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมว่า จำเลยเป็นข้าราชการกระทรวงมหาดไทย มีตำแหน่งเป็นปลัดอำเภอและเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้ตายได้กระทำผิดกฎหมายดื่มสุรามึนเมามาก ทั้งส่งเสียงเอะอะจึงได้ทำการจับกุมผู้ตาย ผู้ตายขัดขืนไม่ให้จับและชักอาวุธปืนยิงจำเลยก่อน จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายเป็นการป้องกันตัว และจำเลยถือว่าผู้ตายได้กระทำการขัดขวางต่อสู้พนักงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่จะกระทำการจับกุมโดยชอบด้วยกฎหมาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วไม่เชื่อว่าผู้ตายจะได้ใช้อาวุธปืนยิงจำเลยก่อนในคืนเกิดเหตุ และเห็นว่าจำเลยมีเจตนาจะฆ่าผู้ตายให้ตายจริง จึงพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ให้จำคุกจำเลย 20 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่าผู้ตายเมาสุราส่งเสียงดัง จำเลยตั้งใจจะไปตามตำรวจมาจับและไปเอาจักรยานยนต์ที่จอดไว้จะขี่ไป พอปลดเกียร์จะไสรถออกจำเลยก็ได้ยินเสียงแกร๊ก หันไปดูเห็นผู้ตายยืนอยู่ห่างจำเลย 4 วา ในมือผู้ตายถือปืนจ้องมาทางจำเลย จำเลยก็ย่อตัวลงบังจักรยานยนต์ แต่เห็นว่าจะไม่ปลอดภัยจึงกระโดดออกจากรถไปให้อยู่ในลักษณะเฉียง ๆ ไม่ให้ตรงกับผู้ตาย ผู้ตายจ้องปืนตาม จำเลยร้องว่า "ซะอย่า" แล้วกระโดดกลับมาที่รถจักรยานยนต์อีก ได้ยินเสียงเฉียะในลักษณะลั่นไกปืน จำเลยจึงยกปืนขึ้นยิงสวนไป 5 นัดติด ๆ กัน ส่วนปัญหาว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 68 หรือไม่นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้ตายใช้อาวุธปืนจ้องยิงจำเลยในระยะใกล้ดังที่วินิจฉัยมาแล้ว ก็เรียกได้ว่าเป็นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และใกล้จะถึงอยู่แล้วจำเลยจึงจำต้องใช้ปืนยิงเพื่อป้องกันสิทธิแห่งชีวิตตน แต่เท่าที่จำเลยยิงไป 4-5 นัดศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยได้กระทำไปเกินสมควรแก่เหตุเพราะการที่จำเลยได้ยินเสียงดังเฉียะ จำเลยยิงสวนไปนัดหนึ่งแล้วก็มิได้มีเสียงปืนของผู้ตายดังขึ้นเลยแล้วจำเลยยังยิงต่อไปอีกดังนี้ จึงเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการเกินสมควรแก่เหตุที่จะป้องกันตามนัยประมวลกฎหมายอาญามาตรา 69

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยมิได้มีเจตนาฆ่าผู้ตาย การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเพื่อป้องกันสิทธิแห่งชีวิตของจำเลย แต่จำเลยได้กระทำไปเกินสมควรแก่เหตุ ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 10 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ลออง จุลกะเศียน · ชิต บุณยประภัศร · แถม สิริสาลี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8063/2560

การที่จำเลยมาหาผู้ตายที่บ้าน พ. เชื่อว่าเพื่อมาพูดคุยเรื่องที่ผู้ตายโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กตำหนิจำเลย มิใช่เป็นเรื่องที่จำเลยอ้างว่า เหตุที่มาหาผู้ตายที่บ้าน พ. เพราะถูกผู้ตายถีบรถจักรยานยนต์ของจำเลย เพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2812/2556

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกัน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ อันถือได้ว่าเป็นการป้องก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5904/2553

จำเลยใช้อาวุธปืนยิงสวนผู้เสียหายไปในทันทีทันใดในท่านอนตะแคง โดยไม่มีโอกาสเลือกยิงจุดสำคัญของร่างกายผู้เสียหาย เมื่ออาวุธปืนโดยสภาพย่อมเป็นอาวุธที่ใช้ทำอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ในทันทีทันใด ประกอบกับกระสุน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8173/2544

แม้ผู้เสียหายจะถือมีดเข้าไปในบ้านของมารดาจำเลยในเวลากลางคืนโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรก็ตาม แต่เมื่อจำเลยมาพบได้มีการพูดจาโต้ตอบกันและผู้เสียหายได้บอกแก่จำเลยแล้วว่าไม่ใช่ขโมย เหตุที่ทำให้จำเลยเข้าใจผิดว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2755/2539

จำเลยเพียงถือมีดพกเข้าไปหา ล. และผู้เสียหายในลักษณะธรรมดาเท่านั้นโดยไม่ได้แสดงกิริยาอาการรีบร้อนหรือส่อแสดงว่าจะเข้าไปทำร้ายร่างกายผู้เสียหายแต่อย่างใดยังบ่งบอกไม่ได้ว่าจำเลยจะเจ้าไปทำร้ายร่างกายผู้เส…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้