Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1629/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้สัญญาการจัดพิมพ์และโฆษณาสมุดรายนามผู้ใช้โทรศัพท์ระหว่างบริษัท ช. กับองค์การ ท. จะมีข้อกำหนดห้ามโอนสิทธิตามสัญญาให้แก่ผู้อื่น แต่ข้อกำหนดห้ามโอนดังกล่าวก็มีข้อยกเว้นไว้โดยหากได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากองค์การท. ก็สามารถโอนสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาได้ แสดงว่ามิใช่การห้ามโอนโดยเด็ดขาดและการผิดสัญญาในข้อกำหนดห้ามโอนก็เป็นเพียงการให้สิทธิองค์การ ท. ที่จะบอกเลิกสัญญาได้เท่านั้น เมื่อไม่ปรากฏว่าทางองค์การ ท. ถือว่าบริษัท ช. กระทำผิดสัญญาและมีการใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาประการใด สัญญาจ้างทำของระหว่างโจทก์และจำเลยจึงบังคับได้ ไม่ตกเป็นโมฆะ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง จำเลยฎีกาว่าทำนิติกรรมโดยสำคัญผิดในตัวบุคคล เพราะเข้าใจว่าโจทก์ได้รับสิทธิมาจากบริษัท ช. นิติกรรมการว่าจ้างจึงเป็นโมฆะนั้น ฎีกาของจำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การ ถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ทั้งมิใช่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 จึงไม่มีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา สัญญาการจัดพิมพ์และโฆษณาสมุดรายนามผู้ใช้โทรศัพท์เป็นความรับผิดระหว่างบริษัท ช. กับองค์การ ท. ซึ่งเป็นคู่สัญญา แต่ความรับผิดระหว่างโจทก์และจำเลยเป็นไปตามสัญญาจ้างทำของ เมื่อสัญญาจ้างทำของมิได้ให้ถือเอาสัญญาการจัดพิมพ์และโฆษณาสมุดรายนามผู้ใช้โทรศัพท์เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างทำของการนับอายุความจึงต้องแยกจากกัน เมื่อสัญญาจ้างทำของกำหนดเงื่อนไขไว้ว่าการชำระเงินให้ชำระภายใน30 วัน นับจากวันที่ที่ระบุใบแจ้งหนี้ จึงต้องนับอายุความนับแต่นั้น เพราะเป็นวันที่โจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ ส่วนก่อนหน้านั้นยังไม่มีสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/13 หาใช่เริ่มนับแต่วันทำสัญญาหรือถือเอาตามสัญญาเดิม จำเลยว่าจ้างโจทก์ซึ่งเป็นบริษัทจำกัดที่มีวัตถุประสงค์สำคัญ คือประกอบกิจการเพื่อรับจ้างทำของให้ ทำการโฆษณาสินค้า โจทก์จึงเป็นผู้ประกอบการค้าเรียกเอาค่าการงานที่ได้ทำ สิทธิเรียกร้องจึงมีอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 193/34(1) เมื่อตามใบแจ้งหนี้ระบุวันที่ครบกำหนดชำระไว้เป็นวันที่ 30 กรกฎาคม2539 โจทก์มาฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2541 ซึ่งเป็นระยะเวลาภายในกำหนด2 ปี คดีของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 222,360 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 160,260 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสองให้การ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินแก่โจทก์เป็นค่าลงโฆษณา 160,260บาท กับค่าภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 11,218.20 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15ต่อปี ของต้นเงิน 160,260 บาท นับแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2539 จนกว่าจะชำระเสร็จแต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 46,074 บาท ยกฟ้องจำเลยที่ 2จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในข้อแรกว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจากสัญญาจ้างทำของระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ตกเป็นโมฆะหรือไม่

จำเลยที่ 1 อ้างและนำสืบว่าเป็นโมฆะ เนื่องจากโจทก์รับโอนสิทธิการโฆษณาและจัดพิมพ์จากบริษัทชินวัตรไดเร็คทอรี่ส์ จำกัด อันขัดต่อข้อสัญญาระหว่างบริษัทชินวัตรไดเร็คทอรี่ส์ จำกัดกับองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท.) ซึ่งห้ามมิให้มีการโอนสิทธิในการโฆษณาและจัดพิมพ์ให้กับผู้อื่น เห็นว่า โจทก์กับจำเลยที่ 1 นำสืบเจือสมกันว่า มีการลงโฆษณาและโจทก์ได้จัดส่งสมุดโฆษณาโทรศัพท์หน้าเหลืองชินวัตรเขตกรุงเทพมหานคร รวม 4 เล่มให้แก่จำเลยที่ 1 ถือว่าได้ปฏิบัติตรงตามข้อตกลงในสัญญาจ้างทำของเอกสารหมาย จ.4เป็นที่ถูกต้องแล้ว ดังนั้น ถึงหากสัญญาการจัดพิมพ์และโฆษณาสมุดรายนามผู้ใช้โทรศัพท์ระหว่างบริษัทชินวัตรไดเร็คทอรี่ส์ จำกัด กับองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยตามเอกสารหมาย

ล.1 จะมีข้อกำหนดห้ามโอนสิทธิตามสัญญาให้แก่ผู้อื่นอยู่ในข้อ 16 แต่ข้อกำหนดห้ามโอนดังกล่าวก็มีข้อยกเว้นไว้โดยหากได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ก็สามารถโอนสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาเอกสารหมาย ล.1 ได้ แสดงว่ามิใช่การห้ามโอนโดยเด็ดขาด และการผิดสัญญาในข้อกำหนดห้ามโอนก็เป็นเพียงการให้สิทธิองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยที่จะบอกเลิกสัญญาตามข้อ 13 ได้เท่านั้น เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าทางองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยถือว่าบริษัทชินวัตรไดเร็คทอรี่ส์ จำกัด กระทำผิดสัญญาและมีการใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาประการใด สัญญาจ้างทำของระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 ตามเอกสารหมาย จ.4 จึงใช้บังคับได้

หาตกเป็นโมฆะไม่ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาในประการที่สองที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ทำนิติกรรมโดยสำคัญผิดในตัวบุคคล เพราะเข้าใจว่าโจทก์ได้รับสิทธิมาจากบริษัทชินวัตรไดเร็คทอรี่ส์ จำกัด นิติกรรมการว่าจ้างจึงเป็นโมฆะนั้น เห็นว่า ตามฎีกาดังกล่าวจำเลยที่ 1 มิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การ ถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ทั้งมิใช่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 จำเลยที่ 1 จึงไม่มีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ในข้อนี้มาจึงเป็นการไม่ชอบ

ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยปัญหาในประการที่สามตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จำเลยที่ 1 ฎีกาอ้างว่า คดีนี้มีอายุความ 2 ปี และอายุความเริ่มนับแต่วันที่ 1 มกราคม2539 เพราะเป็นการว่าจ้างพิมพ์สมุดโทรศัพท์ประจำปี 2539 ซึ่งก่อนหน้านั้นบริษัทชินวัตรไดเร็คทอรี่ส์ จำกัด จะแจกจ่ายสมุดรายนามผู้ใช้โทรศัพท์หน้าเหลืองชินวัตรก่อนวันที่ 1มกราคมของปี ตามข้อสัญญาในเอกสารหมาย ล.1 ระหว่างบริษัทชินวัตรไดเร็คทอรี่ส์จำกัด กับองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย เห็นว่าสัญญาเอกสารหมาย ล.1 เป็นความรับผิดระหว่างบริษัทชินวัตรไดเร็คทอรี่ส์ จำกัดกับองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นคู่สัญญา แต่ความรับผิดระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 เป็นไปตามสัญญาเอกสารหมาย

จ.4 เมื่อสัญญาเอกสารหมาย จ.4 มิได้ให้ถือเอาสัญญาเอกสารหมาย ล.1 เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาเอกสารหมาย จ.4 การนับอายุความจึงต้องแยกจากกัน สัญญาเอกสารหมาย จ.4 หน้าหลังกำหนดเงื่อนไขไว้ในข้อ 1 ว่าการชำระเงินให้ชำระภายใน 30 วัน นับจากวันที่ที่ระบุในใบแจ้งหนี้ จึงต้องนับอายุความนับแต่นั้น เพราะเป็นวันที่โจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ ส่วนก่อนหน้านั้นยังไม่มีสิทธิ ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/13 หาใช่เริ่มนับแต่วันทำสัญญาหรือถือเอาตามสัญญาเดิมคือในเดือนมกราคม ดังที่จำเลยที่ 1 อ้างว่าเคยทำไว้กับบริษัทชินวัตรไดเร็คทอรี่ส์ จำกัดไม่ จำเลยที่ 1 ว่าจ้างโจทก์ซึ่งเป็นบริษัทจำกัดที่มีวัตถุประสงค์สำคัญ

คือประกอบกิจการเพื่อรับจ้างทำของให้ ทำการโฆษณาสินค้า โจทก์จึงเป็นผู้ประกอบการค้า เรียกเอาค่าการงานที่ได้ทำสิทธิเรียกร้องจึงมีอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34(1) เมื่อตามใบแจ้งหนี้เอกสารหมาย จ.6 ระบุวันที่ครบกำหนดชำระไว้เป็นวันที่ 30 กรกฎาคม 2539 โจทก์มาฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2541 ซึ่งเป็นระยะเวลาภายในกำหนด 2 ปี คดีของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความปัญหาในประการสุดท้ายตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า โจทก์ได้ปฏิบัติตามสัญญาในข้อที่ว่าโจทก์ได้พิมพ์และแจกจ่ายสมุดโทรศัพท์หน้าเหลืองชินวัตรให้แก่ผู้ใช้โทรศัพท์ครบถ้วนแล้วหรือไม่ เห็นว่า ตามสัญญาเอกสารหมาย จ.4 มีข้อตกลงเพียงให้โจทก์ลงโฆษณาในสมุดโทรศัพท์หน้าเหลืองชินวัตรเท่านั้น

ไม่มีข้อตกลงว่าโจทก์จะต้องแจกจ่ายสมุดโทรศัพท์หน้าเหลืองชินวัตรให้แก่ผู้ใช้โทรศัพท์จนครบถ้วนด้วยเมื่อโจทก์ได้พิมพ์ลงโฆษณา และจัดส่งสมุดโฆษณาโทรศัพท์หน้าเหลืองชินวัตรให้แก่จำเลยที่ 1 แล้ว ถือว่าโจทก์ได้ปฏิบัติตามข้อตกลงในสัญญาจ้างทำของเอกสารหมาย จ.4 เป็นที่ถูกต้องแล้ว โจทก์จึงไม่จำต้องปฏิบัติตามที่จำเลยที่ 1 ฎีกากล่าวอ้างแต่ประการใด ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยที่ 1 ทุกข้อฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เกรียงชัย จึงจตุรพิธ · วิชัย วิวิตเสวี · สำรวจ อุดมทวี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14166/2558

วัตถุประสงค์ของโจทก์ตามสำเนาข้อบังคับอุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิซึ่งในหมวดที่ 2 เรื่องวัตถุประสงค์ ข้อ 4 ระบุว่า วัตถุประสงค์ของมูลนิธิคือ 4.1 เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานของสถาบันหรือหน่วยงานอิสระ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10707/2550

ปัญหาว่าสัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาที่มีวัตถุประสงค์รับเอาส่วนแบ่งจากทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาทอันจะพึงได้รับจากลูกความขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนตกเป็นโมฆะหรือไม่ เป็นปัญหาเกี่ยวกับอำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 126/2540

จากสาระสำคัญของสัญญาที่ระบุว่า โจทก์ต้องจัดหาพร้อมทั้งติดตั้งหินอ่อนจนสำเร็จโดยช่างที่มีฝีมือชำนาญ และเมื่องานสำเร็จแล้วจะต้องมีการตรวจรับงาน แล้วผู้ว่าจ้างจึงจะให้สินจ้างโจทก์ตอบแทน หากต่อมาเกิดความเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7137/2538

ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่1ชำระเงินครั้งสุดท้ายให้โจทก์เมื่อวันที่11กรกฎาคม2526ถือว่าจำเลยที่1รับสภาพหนี้ต่อโจทก์เป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงแล้ววินิจฉัยว่าคดีไม่ขาดอายุความโจทก์ไม่ได้อุทธร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4893/2533

โจทก์และจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของตึกแถวพิพาทที่มีผนังตึกร่วมกันแม้ข้อเท็จจริงจากการนำสืบของคู่ความจะไม่ปรากฏชัดว่าผนังตึกพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ใด แต่เมื่อโจทก์และจำเลยที่ 1 ยึดถือและใช้สอยผนังตึกพิพาท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้