Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1634/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หนังสือให้คำมั่นของโจทก์ที่ให้ไว้แก่จำเลยระบุไว้โดยชัดแจ้งแล้วว่า จำเลยต้องยื่นคำเสนอว่าจะซื้อที่พิพาทคืนภายในกำหนดเวลา 2 ปีนับแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2515 การที่จำเลยเพิ่งเสนอว่าจะซื้อที่พิพาทคืนเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2522. จึงล่วงเลยกำหนดระยะเวลาตามคำมั่นเสียแล้ว คำเสนอขอซื้อของจำเลยจึงไร้ผล การที่ศาลชั้นต้นในคดีอื่นมีคำสั่งห้ามโอนที่พิพาทเป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุดนั้น มิได้เป็นข้อห้ามหรือขัดข้องแก่การที่จำเลยจะยื่นคำเสนอขอซื้อที่พิพาทคืน เพราะการเสนอขอซื้อเป็นคนละขั้นตอนกับการจำหน่ายจ่ายโอน คำสั่งห้ามชั่วคราวดังกล่าวจึงไม่มีผลให้ระยะเวลาตามคำมั่นต้องสะดุดหยุดลง ข้อฎีกาที่จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลชั้นต้นศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่พิพาทรวม ๗ โฉนดโดยซื้อจากจำเลยจำเลยได้อาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ ๖ ซึ่งอยู่ในที่ดินดังกล่าว ต่อมาโจทก์ต้องการทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวจึงได้มีหนังสือแจ้งให้จำเลยและบริวารขนย้ายออกไป แต่จำเลยไม่ยอมออก ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาทและให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและบ้านเลขที่ ๖ ออกไปด้วย หากไม่ปฏิบัติตามก็ให้โจทก์รื้อถอนโดยจำเลยเสียค่าใช้จ่าย กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า วันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๑๕ จำเลยได้ขายที่พิพาทให้โจทก์โดยโจทก์ทำหนังสือให้คำมั่นไว้แก่จำเลยว่า โจทก์ยินดีจะขายที่พิพาทคืนให้แก่จำเลยแต่ผู้เดียว แต่จำเลยต้องยื่นคำเสนอว่าจะซื้อที่ดินคืนภายในเวลา ๒ ปี ในเรื่องราคาจะตกลงกันต่อไป แต่ต้องไม่ต่ำกว่าหกล้านบาท ระหว่าง ๒ ปีนี้ โจทก์ยอมให้จำเลยครอบครองและยอมให้สิ่งปลูกสร้างรวมบ้านเลขที่ ๖ คงอยู่ต่อไปได้ ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๑๖ โจทก์และจำเลยถูกนางอรุณีฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาท

ระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งห้ามมิให้ทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาทไว้ชั่วคราว การที่จำเลยจะทำนิติกรรมซื้อขายที่พิพาทกับโจทก์จึงไม่อาจทำได้จนกว่าคดีดังกล่าวจะถึงที่สุด นับว่ามีพฤติการณ์พิเศษนอกเหนืออันไม่อาจก้าวล่วงเสียได้ระยะเวลา ๒ ปีตามคำมั่นจึงต้องสะดุดหยุดลง ต่อมาศาลฎีกาพิพากษาให้โจทก์จำเลยชนะคดีโดยศาลชั้นต้นอ่านให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๒๒ ครั้นวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๒๒ จำเลยได้มีหนังสือถึงโจทก์ขอซื้อที่พิพาทคืน โจทก์ไม่ยอมขายคืน เป็นฝ่ายผิดคำมั่น จึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลย ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาท โดยให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและบ้านเลขที่ ๖ ออกไปจากที่พิพาท หากไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์รื้อถอนเอง โดยจำเลยเสียค่าใช้จ่าย กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า หนังสือให้คำมั่นระบุไว้ชัดแจ้งแล้วว่า จำเลยต้องยื่นคำเสนอว่าจะซื้อที่พิพาทคืนภายในกำหนดเวลา ๒ ปีนับแต่วันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๑๕ มิฉะนั้น เป็นอันหมดสิทธิ ฉะนั้น การที่จำเลยเพิ่งเสนอว่าจะซื้อที่พิพาทคืนเมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๒๒ จึงล่วงเลยกำหนดระยะเวลาตามคำมั่นเสียแล้ว คำเสนอขอซื้อของจำเลยจึงไร้ผลที่จำเลยอ้างว่าคำสั่งห้ามชั่วคราวของศาลชั้นต้นเป็นพฤติการณ์นอกเหนืออันไม่อาจก้าวล่วงเสียได้ มีผลให้ระยะเวลา ๒ ปีตามคำมั่นต้องสะดุดหยุดลงจนกว่าคดีจะถึงที่สุดนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าคำสั่งห้ามชั่วคราวดังกล่าวหาได้เป็นข้อห้ามหรือขัดข้องแก่การที่จำเลยจะยื่นคำเสนอขอซื้อที่พิพาทคืนแต่อย่างใดไม่ เพราะการเสนอขอซื้อเป็นคนละขั้นตอนกับการจำหน่ายจ่ายโอนทั้งเมื่อเสนอขอซื้อไปแล้วก็ยังต้องมีการเจรจากันในเรื่องราคาอีก ซึ่งยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าจะตกลงกันได้หรือไม่ ดังนี้ คำสั่งห้ามชั่วคราวดังกล่าวจึงหามีผลให้ระยะเวลาตามคำมั่นต้องสะดุดหยุดลงดังที่จำเลยกล่าวอ้างไม่ ข้อที่จำเลยฎีกาว่า ข้อตกลงตามคำมั่นของโจทก์ในเรื่องราคาที่ให้โจทก์กำหนดเอาเองได้ตามชอบใจเป็นโมฆะเพราะขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนก็ดี และข้อที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยได้เสนอขอซื้อที่พิพาทคืนภายในกำหนดระยะเวลา ๒ ปีตามคำมั่นแล้วก็ดี จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พินิจ สังขนันท์ · ดำรง แจ่มสุธี · ประเทือง วรรณพงษ์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายยงยุทธ ธารีสาร
ศาลอุทธรณ์ - นายวิบูลย์ สิริตระกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้