Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1637/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กรมธรรม์ประกันภัยระบุไว้ว่า สัญญาเพิ่มเติมนี้ไม่คุ้มครองการสูญเสียหรือทุพพลภาพอันเกิดขึ้นโดยทางตรงหรือทางอ้อมทั้งหมดหรือแต่บางส่วนจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในขณะหรือเนื่องจากผู้เอาประกันเมาสุราหรือแพ้ยามีความหมายว่า สัญญาเพิ่มเติมนี้ไม่คุ้มครองการมรณะของผู้เอาประกัน อันเกิดขึ้นโดยตรงจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากผู้เอาประกันเมาสุรา การที่จำเลยผู้รับประกันกันพิสูจน์ได้เพียงว่า ผู้เอาประกันซึ่งถึงแก่กรรมโดยอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในขณะผู้เอาประกันเมาสุราตามหลักวิชาการแพทย์แต่พิสูจน์ไม่ได้ว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นเนื่องจากผู้เอาประกันเมาสุรา จำเลยจึงไม่ได้รับยกเว้นตามข้อสัญญาดังกล่าว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจประกันภัย (รับประกันชีวิต)และได้ตกลงรับประกันชีวิตประเภทตลอดชีพสะสมทรัพย์พิเศษนายพงษ์เดช แซ่เตีย โดยมีโจทก์เป็นผู้รับประโยชน์ไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2531 คุ้มครองชีวิตนายพงษ์เดช แซ่เตียอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุไม่ว่าด้วยกรณีใด ๆ เป็นเงิน 400,000 บาทโดยนายพงษ์เดชระบุให้โจทก์ซึ่งเป็นน้องสาวเป็นผู้รับประโยชน์นายพงษ์เดชได้ชำระเงินเบี้ยประกันภัยรายปีตามอัตราส่วนจำนวนเงินที่คุ้มครองดังกล่าวแล้วในระหว่างอายุสัญญาประกันภัย นายพงษ์เดชได้ขับรถยนต์เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถยนต์ได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตายในวันเดียวกัน โจทก์ในฐานะผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันภัยได้แสดงเจตนาขอรับเงินจำนวน 400,000 บาท

จากจำเลยแต่จำเลยเพิกเฉยไม่ยอมชดใช้ให้ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายไม่ได้รับเงินตามสัญญาประกันภัย ขอให้บังคับจำเลยใช้เงินจำนวน436,986.30 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากต้นเงินจำนวน 400,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2531 นายพงษ์เดชแซ่เตีย ได้เอาประกันชีวิตตนเองกับจำเลยประเภทสะสมทรัพย์พิเศษในวงเงิน 200,000 บาท พร้อมกับขอซื้อสัญญาเพิ่มเติมผลประโยชน์อันพึงได้รับเนื่องจากอุบัติเหตุอีก 400,000 บาท จำเลยตกลงรับประกันชีวิตนายพงษ์เดช แซ่เตีย และได้ออกกรมธรรม์ประกันภัยเลขที่ ที005145925 ให้เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2531 ตามสัญญาเพิ่มเติมผลประโยชน์อันพึงได้รับเนื่องจากอุบัติเหตุที่นายพงษ์เดชได้ตกลงกับจำเลยระบุเงื่อนไขชัดแจ้งว่าจำเลยไม่ต้องชดใช้ค่าสินไหมมรณกรรมแก่ผู้รับประโยชน์จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในขณะหรือเนื่องจากผู้เอาประกันภัยเมาสุราหรือแพ้ยาตามเงื่อนไข

ยกเว้นความรับผิดข้อ 11 (ฎ) การที่นายพงษ์เดช แซ่เตีย ได้ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 1 ร-4173 กรุงเทพมหานคร ไปเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถยนต์เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในขณะหรือเนื่องจากนายพงษ์เดช แซ่เตีย ขับรถยนต์ในขณะที่เมาสุรา การตายของนายพงษ์เดช แซ่เตีย จึงอยู่ในบังคับของข้อยกเว้นความรับผิดของจำเลย จำเลยไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมมรณกรรมเนื่องจากอุบัติเหตุตามสัญญาเพิ่มเติมผลประโยชน์อันพึงได้รับจากอุบัติเหตุแก่โจทก์ผู้รับประโยชน์ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 400,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 5 มีนาคม 2532จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องมิให้คิดเกินกว่า 36,986.30 บาทจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่านายพงษ์เดช

แซ่เตีย ขับรถยนต์จากสะพานพระรามหกมุ่งหน้าไปทางสี่แยกท่าพระตามถนนจรัลสนิทวงศ์เมื่อขับมาถึงปากทางเข้าการไฟฟ้าคลองมอญ มีนายปรีชา บำรุงพืช ขับรถยนต์มาจากทางสี่แยกท่าพระถึงปากทางเข้าการไฟฟ้าคลองมอญได้ขับรถเลี้ยวกลับตัดหน้ารถที่นายพงษ์เดชขับมาเป็นเหตุให้รถทั้งสองคันเฉี่ยวชนกันรถของนายพงษ์เดชเสียหลักแล่นไปชนท้ายรถยนต์โดยสารที่จอดอยู่ริมทางเป็นเหตุให้นายพงษ์เดชได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตายด้วยอุบัติเหตุดังกล่าว แพทย์โรงพยาบาลศิริราชตรวจศพนายพงษ์เดชผู้ตายแล้วปรากฏว่าพบแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ตายสูงถึง203 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หรือ 0.203 กรัมเปอร์เซ็นต์ซึ่งวงการแพทย์ถือหลักว่าหากปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดมีถึง150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หรือ 0.15 กรัมเปอร์เซ็นต์ หรือมากกว่าถือว่าบุคคลนั้นเมาสุราแล้ว

ทั้งนี้ เนื่องจากแอลกอฮอล์ในเลือดที่มีจำนวนเท่านั้นจะมีผลทำให้บุคคลที่มีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์และเป็นปกติมีปฏิกิริยาในการตอบสนองช้าลงระบบประสาทซึ่งควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อจะทำให้บังคับกล้ามเนื้อทำงานไม่ประสมประสานกัน สติสัมปชัญญะผิดไปจากคนปกติและมีความยากลำบากในการควบคุมเครื่องจักรกลและการบังคับยานพาหนะ ซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า ขณะที่เกิดอุบัติเหตุผู้ตายเมาสุราเข้าข้อยกเว้นการรับผิดตามข้อ 11(ฎ) จำเลยไม่ต้องรับผิดจ่ายเงินตามกรมธรรม์ประกันภัยจำนวน 400,000 บาท ให้แก่โจทก์มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยได้รับยกเว้นไม่ต้องจ่ายเงินตามกรมธรรม์ประกันภัยจำนวน 400,000 บาท ให้แก่โจทก์ตามสัญญาข้อ 11(ฎ) หรือไม่

เห็นว่า สัญญาข้อ 11(ฎ) ระบุไว้ว่า "สัญญาเพิ่มเติมนี้ไม่คุ้มครองการสูญเสียหรือทุพพลภาพอันเกิดขึ้นโดยทางตรงหรือทางอ้อมทั้งหมดหรือแต่บางส่วน จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในขณะหรือเนื่องจากผู้เอาประกันเมาสุราหรือแพ้ยา" นั้นมีความหมายว่า สัญญาเพิ่มเติมนี้ไม่คุ้มครองการมรณะของผู้เอาประกันอันเกิดขึ้นโดยตรงจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากผู้เอาประกันเมาสุราดังนั้น การที่จำเลยพิสูจน์ได้เพียงว่า นายพงษ์เดชผู้เอาประกันซึ่งถึงแก่กรรมโดยอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในขณะผู้เอาประกันเมาสุราตามหลักวิชาการแพทย์ โดยพิสูจน์ไม่ได้ว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นเนื่องจากผู้เอาประกันเมาสุรา จำเลยจึงไม่ได้รับยกเว้นตามข้อสัญญาดังกล่าวพิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนพ กีรติยุติ · นิเวศน์ คำผอง · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2290/2530

การที่คู่ความตกลงนำสืบพยานกันเฉพาะประเด็นตามคำท้าว่าขณะเกิดเหตุ ส. ผู้ขับรถจำเลยที่ 1 คันที่เอาประกันภัยกับโจทก์มีใบอนุญาตขับรถยนต์โดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น ย่อมหมายถึงชอบด้วยกฎหมายตามกรมธรรม์ประกัน…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 712724)

ไม่ปรากฏว่าคณะอนุญาโตตุลาการได้พิจารณาข้อสัญญานี้ ทั้งไม่ได้แสดงเหตุผลใด ๆ ให้ปรากฏในคำวินิจฉัย การวินิจฉัยชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการจึงน่าจะไม่เป็นไปตามข้อตกลงในสัญญาประกันภัย ผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 719888)

แม้ ป.พ.พ. มาตรา 867 จะระบุเรื่องการมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ แต่กรณีนี้เป็นเรื่องการมอบอำนาจ ซึ่งไม่มีการกำหนดไว้โดยชัดแจ้งใน พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1201/2567

ในวันนัดเดินเผชิญสืบ คู่ความทั้งสองฝ่ายลงชื่อรับรองความถูกต้องของแผนผังและแถลงสละประเด็นพิพาท ข้อ 2 ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือจำเลยทั้งสอง กรณีจึงไม่จำต้องสืบพยานและวินิจฉัยประเด็นพิพาท ข้อ 2 อีกต่อไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้