Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16378/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ไม่ได้ให้การปฏิเสธว่า ความเสียหายเกิดจากลักษณะและน้ำหนักของสินค้า ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ความเสียหายเกิดจากสินค้ามีน้ำหนักไม่สมดุลและเหวี่ยงตัวเองในขณะแขวนอยู่ในลวดสลิง จึงเป็นเรื่องนอกคำให้การ แม้ในชั้นอุทธรณ์จำเลยที่ 1 ยกขึ้นอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยให้ ก็ไม่ถือว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 4 มีวิชาชีพเฉพาะในการขนถ่ายสินค้าเพื่อขนส่ง หากพนักงานของจำเลยที่ 4 เห็นว่ารถบรรทุกของจำเลยที่ 2 ไม่เหมาะที่จะใช้บรรทุกสินค้าแล้วต้องปฏิเสธไม่ให้ใช้รถดังกล่าว จะอ้างว่าพนักงานของจำเลยที่ 1 ยินยอมให้ขนถ่ายสินค้ามิได้เพราะพนักงานของจำเลยที่ 1 มิได้มีความชำนาญการในการขนถ่ายสินค้าเช่นพนักงานของจำเลยที่ 4 เมื่อพนักงานของจำเลยที่ 4 ทราบอยู่แล้วว่าการขนถ่ายสินค้าไม่น่าจะดำเนินการได้โดยปลอดภัย แต่ก็ยินยอมขนถ่ายสินค้าให้จนเกิดความเสียหาย กรณีถือได้ว่าจำเลยที่ 4 กระทำโดยประมาทปราศจากความระมัดระวังแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน 1,999,280.65 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,880,281.98 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสี่จะชำระให้โจทก์เสร็จสิ้น จำเลยที่ 1 และที่ 4 ให้การ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 และที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ 1,519,382.89 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2540 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 8,000 บาท โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 4 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 และที่ 4 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติว่า โจทก์รับประกันภัยสินค้าประเภทเครื่องจักรและอุปกรณ์เกี่ยวกับการติดตั้งประกอบในโรงงานรีดเหล็กร้อนของบริษัทนครไทยสตริปมิล จำกัด (มหาชน) และคุ้มครองสินค้าที่ขนส่งจากเมืองท่าต่าง ๆ ทั่วโลก จนถึงสถานที่ติดตั้งเครื่องจักรซึ่งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมชลบุรี ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี รวมทั้งคุ้มครองการส่งสินค้าไปซ่อมแซมยังต่างประเทศ วงเงิน 250,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ หากสินค้าเกิดความเสียหายหรือสูญหายในระหว่างการขนส่ง ตามสำเนากรมธรรม์เปิดทางทะเล โจทก์ออกกรมธรรม์ย่อยประกันภัยสินค้าให้แก่บริษัทนครไทยสตริปมิล จำกัด (มหาชน) ผู้เอาประกันภัยในวงเงิน 1,030,719.61 ดอลลาร์สหรัฐ

บวกอีกร้อยละ 15 คิดเป็นเงิน 30,842,222.85 บาท ตามสำเนากรมธรรม์ประกันภัยสินค้าทางทะเล เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2540 ระหว่างอายุสัญญาประกันภัยบริษัทนครไทยสตริปมิล จำกัด (มหาชน) ได้ว่าจ้างจำเลยที่ 1 ขนส่งสินค้าส่วนประกอบหัวรถเครนไฟฟ้าจากท่าเรือขึ้นรถบรรทุกเพื่อนำไปที่โรงงานของบริษัทนครไทยสตริปมิล จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 1 ว่าจ้างให้จำเลยที่ 2 จัดรถบรรทุกไปรับสินค้าที่ท่าเรือเพื่อขนส่ง จำเลยที่ 3 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 4 ประกอบกิจการท่าเรือรับขนถ่ายสินค้าและเป็นผู้ขนสินค้าขึ้นรถบรรทุกที่จำเลยที่ 2 จัดหามา ระหว่างการขนย้ายสินค้าดังกล่าวขึ้นรถบรรทุกปรากฏว่าสินค้าแกว่งตัวกระแทกอุปกรณ์อื่นที่วางอยู่บนพื้นเป็นเหตุให้สินค้าที่เป็นโครงรถเครนไฟฟ้าได้รับความเสียหาย

โจทก์ชดใช้ค่าเสียหาย 1,880,281.98 บาท ให้แก่บริษัทนครไทยสตริปมิล จำกัด (มหาชน) แล้วรับช่วงสิทธิมาฟ้องคดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 2 และที่ 3 มิได้อุทธรณ์ คดีสำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นอันยุติว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 4 ว่า จำเลยที่ 4 ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 4 มีวิชาชีพเฉพาะในการขนถ่ายสินค้าจากท่าเรือขึ้นรถบรรทุกเพื่อขนส่ง หากพนักงานของจำเลยที่ 4 เห็นว่ารถบรรทุกของจำเลยที่ 2 มีสภาพไม่เหมาะสมที่จะใช้บรรทุกสินค้า จำเลยที่ 4 จะต้องปฏิเสธมิให้ใช้รถดังกล่าวมาบรรทุกสินค้าเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในความรับผิดชอบของตน จำเลยที่ 4 จะอ้างว่าพนักงานของจำเลยที่ 1 ยืนยันให้ขนถ่ายสินค้ามิได้ เพราะพนักงานของจำเลยที่ 1 มิได้มีความชำนาญการขนถ่ายสินค้าเช่นพนักงานของจำเลยที่ 4 ที่จะเล็งเห็นถึงความเสียหายจากการขนถ่ายสินค้าได้ โดยเฉพาะข้อเท็จจริงที่ได้จากคำเบิกความของเรือโทเอกชัย

ผู้ช่วยผู้จัดการของจำเลยที่ 4 ซึ่งควบคุมการขนถ่ายสินค้าอยู่ด้วยว่า รถที่มารับสินค้าจะบรรทุกสินค้าตามฟ้องไปไม่ได้ เพราะเป็นรถบรรทุกสิบล้อที่ใช้บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งไม่เหมาะสมกับสินค้า รถที่จะใช้บรรทุกสินค้าตามฟ้องได้ต้องใช้รถบรรทุกชนิดทรงเตี้ยและมีล้อรองรับน้ำหนักบรรทุกมากกว่าสิบล้อ เพื่อไม่ให้น้ำหนักของสินค้ารวมศูนย์และให้กระจายน้ำหนักไปตามวัตถุที่รองรับ แต่ตัวแทนเจ้าของสินค้ายืนยันว่าจะบรรทุกสินค้าไป พยานจึงสั่งให้พนักงานของจำเลยที่ 4 ใช้เครนยกสินค้าใส่รถบรรทุก เมื่อหย่อนสินค้าลงแตะตัวถังรถ รถยุบตัวลง พยานจึงสั่งให้ผู้ควบคุมเครนหยุดการหย่อนสินค้าและยกขึ้นใหม่ และปรับตำแหน่งในการรับสินค้าใหม่ แล้วจึงหย่อนสินค้าลงอีกครั้งจนกระทั่งเกิดความเสียหายขึ้น

แสดงให้เห็นว่า พนักงานของจำเลยที่ 4 ทราบอยู่แล้วว่าการขนถ่ายสินค้าดังกล่าวไม่น่าจะดำเนินการได้โดยปลอดภัย แต่พนักงานของจำเลยที่ 4 ยังยินยอมขนถ่ายสินค้าให้ เช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยที่ 4 กระทำโดยประมาทปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งจำเลยที่ 4 อาจใช้ความระมัดระวังเช่นนี้ได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 4 ร่วมรับผิดต่อโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 4 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนปัญหาข้อสุดท้ายตามฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 4 ที่ว่า ค่าเสียหายของโจทก์สูงเกินไปหรือไม่นั้น เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยปัญหานี้ไว้โดยละเอียด ชอบด้วยเหตุผลแล้ว ซึ่งศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยไม่จำต้องวินิจฉัยซ้ำอีก ฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 4 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประทีป ดุลพินิจธรรมา · วิรุฬห์ แสงเทียน · ธีระพงศ์ จิระภาค
ศาลล่าง
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายพสุ แก้วตระกูลพงษ์
ศาลอุทธรณ์ - นางชนากานต์ ธีรเวชพลกุล
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พณ.128/2552
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ27459/2541
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ2883/2547
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกพาณิชย์และเศรษฐกิจ
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้