Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16386/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยมีหน้าที่ตามสัญญาประกันภัยต้องชำระค่ารักษาพยาบาลให้แก่ ว. ผู้นั่งโดยสารรถคันที่โจทก์รับประกันภัย แล้วรับช่วงสิทธิของ ว. มาไล่เบี้ยเอาจากผู้ต้องรับผิดจากการที่รถเกิดเฉี่ยวชนกัน เมื่อเหตุที่รถเฉี่ยวชนกันเกิดจากความประมาทของผู้ขับรถคันที่โจทก์รับประกันและจำเลยที่ 1 ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้ ว. เพียงครึ่งหนึ่งของจำนวนเงินค่ารักษาพยาบาล 50,000 บาท โจทก์จึงรับช่วงสิทธิของ ว. มาเรียกร้องค่าเสียหายส่วนนี้จากจำเลยที่ 1 ได้ครึ่งหนึ่งเป็นเงิน 25,000 บาท กรณีนี้มิได้นำบทบัญญัติตาม ป.พ.พ. มาตรา 442 มาใช้บังคับกับ ว. แต่อย่างใด

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 142,387 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 137,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่ารักษาพยาบาลที่โจทก์ชดใช้ให้นางสาววราภรณ์ไปครึ่งหนึ่งเป็นเงิน 25,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2548 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง จึงต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยมาแล้วว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถกระบะหมายเลขทะเบียน บท 2031 ฉะเชิงเทรา ไว้จากนางไฉน ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นผู้ชำระบัญชีของบริษัทพาณิชย์การประกันภัยจำกัด ซึ่งบริษัทดังกล่าวเป็นผู้รับประกันภัยรถกระบะหมายเลขทะเบียน บท 2701 ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2547 เวลากลางวัน จำเลยที่ 1 ขับรถที่บริษัทพาณิชย์การประกันภัย จำกัด รับประกันภัยไว้ข้างต้น ไปตามถนนพนมสารคาม - สนามชัยเขต

จากด้านอำเภอพนมสารคาม มุ่งหน้าไปทางอำเภอสนามชัยเขต เมื่อมาถึงหน้าโรงเรียนกาญจนาภิเษก ตำบลเกาะขนุน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา จำเลยที่ 1 เปลี่ยนช่องเดินรถไปทางด้านขวา จึงเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนกับรถที่โจทก์รับประกันภัยไว้ ซึ่งแล่นตามมาในทิศทางเดียวกันทางด้านขวา โดยมีนายวีรยุทธเป็นผู้ขับและมีนางสาววราภรณ์โดยสารมาด้วย จากอุบัติเหตุดังกล่าวทำให้รถทั้งสองคันได้รับความเสียหายและนางสาววราภรณ์ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุที่รถทั้งสองคันเฉี่ยวชนกันเกิดจากความประมาทของนายวีรยุทธและจำเลยที่ 1 ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน โจทก์ชำระค่าซ่อมรถให้นางไฉน 225,000 บาท และชำระค่ารักษาพยาบาลให้นางสาววราภรณ์ 50,000 บาท คดีมีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า

โจทก์รับช่วงสิทธิจากนางสาววราภรณ์มาเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชำระค่ารักษาพยาบาลครึ่งหนึ่งตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้หรือไม่ เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มิได้นำบทบัญญัติตามมาตรา 442 มาใช้บังคับกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับนางสาววราภรณ์แต่อย่างใด นางสาววราภรณ์เป็นผู้โดยสารมาในรถที่นายวีรยุทธขับและโจทก์รับประกันภัยไว้ ดังนั้น โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยจึงมีหน้าที่ตามสัญญาประกันภัยต้องชำระค่ารักษาพยาบาลให้แก่นางสาววราภรณ์ แล้วรับช่วงสิทธิของนางสาววราภรณ์มาไล่เบี้ยเอาจากผู้ต้องรับผิดจากการที่รถเกิดเฉี่ยวชนกัน เมื่อเหตุที่รถเฉี่ยวชนกันเกิดจากความประมาทของนายวีรยุทธและจำเลยที่ 1 ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้นางสาววราภรณ์เพียงครึ่งหนึ่งของจำนวนเงินค่ารักษาพยาบาล 50,000 บาท ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยให้โจทก์รับช่วงสิทธิของนางสาววราภรณ์มาเรียกร้องค่าเสียหายส่วนนี้จากจำเลยที่ 1 ได้ครึ่งหนึ่งเป็นเงิน 25,000 บาท ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วาสนา หงส์เจริญ · วิรุฬห์ แสงเทียน · ปิยกุล บุญเพิ่ม
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายวีระพล บุญอารีย์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายวันชัย ธำรงพิริยะพันธ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พณ.461/2552
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ2569/2548
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ1602/2549
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกพาณิชย์และเศรษฐกิจ
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้