Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1640/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่อำเภอได้ออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3)ในที่พิพาทให้เจ้าของที่ดิน จนกระทั่งสำนักงานที่ดินได้ออกโฉนดที่ดินที่พิพาทให้เจ้าของที่ดินไปแล้ว ดังนี้ถือได้ว่าหนังสือรับรองการทำประโยชน์ฉบับเดิมเป็นอันยกเลิกแล้วตามความในมาตรา 63 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ต่อมาเจ้าของที่ดินได้นำต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวไปจำนองไว้กับโจทก์ โดยจดทะเบียนการจำนอง ณ ที่ว่าการอำเภอ แล้วต่อมาเจ้าของที่ดินได้นำที่ดินแปลงเดียวกันนี้พร้อมโฉนดไปขายฝากให้บุตรจำเลยโดยจดทะเบียนการขายฝากที่สำนักงานที่ดินจังหวัด แล้วไม่ไถ่คืนภายในกำหนดดังนี้ แม้โจทก์จะรับจำนองไว้โดยจดทะเบียนถูกต้องและสุจริตก็ตามก็หามีผลบังคับแก่ที่ดินแปลงพิพาทไม่ โจทก์ผู้รับจำนองไม่มีสิทธิบังคับให้จำเลย (ผู้รับโอนมรดกที่พิพาท) ไถ่ถอนจำนองที่ดินพิพาทจากโจทก์ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 9/2516)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๐๗ นายทองพูล เพียรดีได้จำนองที่ดินตาม น.ส.๓ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ตำบลหล่มสัก อำเภอหล่มสักจังหวัดเพชรบูรณ์ ไว้กับโจทก์เป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ๑๕ ต่อปี ภายในกำหนดเวลา ๒ ปี เมื่อครบกำหนดไถ่ถอนแล้ว โจทก์ได้มีหนังสือบอกกล่าวบังคับจำนองในต้นเงินและดอกเบี้ยรวม ๑๔,๒๕๐ บาทก็ปรากฏว่านายทองพูลได้ไปขอสำเนา น.ส.๓ ที่ดินแปลงเดียวกันนี้จากอำเภอ(ต้นฉบับ น.ส.๓ อยู่กับโจทก์) แล้วนำไปออกโฉนดเป็นกรรมสิทธิ์ของตนต่อมาวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๐๙ นายทองพูลได้นำโฉนดที่ดินแปลงนี้ไปขายฝากไว้กับนายไพศักดิ์ ลี้สกุล บุตรจำเลย เป็นเงิน ๖,๕๐๐ บาท เมื่อนายไพศักดิ์ถึงแก่กรรม ที่ดินแปลงนี้ตกทอดเป็นมรดกแก่จำเลยซึ่งมีหน้าที่ไถ่ถอนจำนองกับโจทก์ แต่จำเลยไม่ทำการไถ่ถอน จึงขอให้จำเลยชำระเงินต้นและดอกเบี้ยรวม ๑๔,๒๕๐ บาท และดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี ในต้นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาทนับจากวันฟ้องจนกว่าจะไถ่ถอนการจำนองเสร็จสิ้น

จำเลยให้การต่อสู้ว่า นายไพศักดิ์ ลี้สกุล บุตรจำเลยได้รับซื้อฝากที่ดินตามโฉนดแปลงนี้ไว้จากนายทองพูล เพียรดี ซึ่งได้มีการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และโดยสุจริตเปิดเผย ที่ดินได้พ้นกำหนดไถ่คืน และได้ตกทอดเป็นมรดกแก่จำเลยต่อมา ฟ้องโจทก์ว่านายทองพูลได้จดทะเบียนจำนองกับโจทก์ไว้เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๗ ตาม น.ส.๓ นั้น จำเลยไม่รับรอง เพราะที่ดินแปลงนี้นายทองพูลได้รับโฉนดมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๕ อันมีผลให้ลบล้าง น.ส.๓ ไปในตัว น.ส.๓ ที่โจทก์รับจำนองไว้จึงหามีผลอย่างใดไม่ โจทก์จะอ้างการจดทะเบียนจำนองยกขึ้นยันจำเลยซึ่งได้กระทำการโดยสุจริตและจดทะเบียนการได้มาโดยชอบมิได้ ในวันชี้สองสถาน คู่ความแถลงรับกันว่า จำเลยได้รับซื้อฝากที่ดินตามโฉนดไว้จากนายทองพูล

เพียรดี ซึ่งโฉนดดังกล่าวได้ออกให้แก่นายทองพูลเมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๐๕ ส่วนโจทก์ได้รับจำนองที่ดินแปลงเดียวกันไว้จากนายทองพูลตาม น.ส.๓ เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๐๗ ต่างแถลงรับความสมบูรณ์ถูกต้องของนิติกรรมจำนองและขายฝาก และขอให้ศาลชี้ขาดตามคำฟ้องคำให้การ และ ข้อแถลงรับกันเพียงประเด็นเดียวว่า โจทก์จะมีสิทธิบังคับจำนองแก่จำเลยได้หรือไม่ โดยต่างสละประเด็นข้ออื่นทั้งสิ้น ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า นายทองพูล เพียรดี ได้ขอใบแทน น.ส.๓ไปขอออกโฉนดและได้รับโฉนดตั้งแต่วันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๐๕ หนังสือ น.ส.๓จึงเป็นอันยกเลิกไปตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๓ การจำนองตาม น.ส.๓ แม้จะสมบูรณ์สุจริต ก็หามีผลแต่อย่างใดไม่ พิพากษายกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์เป็นผู้จดทะเบียนนิติกรรมจำนองไว้ก่อน สิทธิจำนองของโจทก์ย่อมใหญ่กว่าสิทธิขายฝากของจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๒๒ พิพากษากลับ ให้จำเลยไถ่ถอนจำนองจากโจทก์ในจำนวนเงิน ๑๔,๒๕๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ๑๕ ต่อปี ในต้นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท จากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ถ้าไม่ไถ่ให้เอาทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์จนครบ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เดิมนายทองพูล เพียรดี เป็นผู้ครอบครองที่ดินพิพาทซึ่งมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์แล้ว ต่อมานายทองพูลได้ขอใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์จากอำเภอหล่มสักไปขอออกโฉนดที่ดิน และได้รับโฉนดที่ ๑๕๙ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๕ แล้วนายทองพูลจึงได้นำที่ดินพร้อมหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (ต้นฉบับอยู่ที่นายทองพูล)ไปจำนองไว้กับโจทก์ โดยจดทะเบียนการจำนองที่อำเภอหล่มสัก เมื่อวันที่ ๑๗เมษายน ๒๕๐๗ มีกำหนดเวลาไถ่จำนองภายใน ๒ ปี ต่อมานายทองพูลได้นำที่ดินพิพาทแปลงเดียวกันนี้พร้อมโฉนดไปขายฝากนายไพศักดิ์ ลี้สกุลบุตรของจำเลย จดทะเบียนการขายฝากที่สำนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์เมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๐๙ แล้วไม่ได้ไถ่คืน จนนายไพศักดิ์บุตรของจำเลยผู้รับซื้อฝากตาย จำเลยจึงรับโอนมรดกที่พิพาทมาเป็นของจำเลย ทั้งโจทก์จำเลยต่างสุจริต เสียค่าตอบแทน และจดทะเบียนนิติกรรมโดยถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ

ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยมติที่ประชุมใหญ่ว่า การที่อำเภอหล่มสักได้ออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓) ให้นายทองพูลเพียรดี จนกระทั่งสำนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ได้ออกโฉนดพิพาทให้นายทองพูล เพียรดี ตั้งแต่วันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๐๕ ถือได้ว่ากรณีต้องด้วยมาตรา ๖๓ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งบัญญัติว่าเมื่อได้ออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์หนังสือรับรองการทำประโยชน์ฉบับเดิมเป็นอันยกเลิก ฉะนั้น การที่นายทองพูล เพียรดีนำต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓) ที่ถูกยกเลิกแล้วไปจำนองไว้กับโจทก์ แม้จะได้จดทะเบียนโดยถูกต้องและสุจริตเพียงใดก็หามีผลบังคับแก่ที่ดินแปลงพิพาทไม่ เพราะหลักฐานในการแสดงการครอบครองและรับรองการทำประโยชน์ฉบับที่ทำให้เกิดการจำนองถูกยกเลิกไม่มีผลตามกฎหมายเสียแล้ว และยิ่งกว่านั้นขณะที่ทำจำนองก็เป็นเวลาหลังจากที่ทางราชการได้ออกโฉนดที่ดินแปลงพิพาทเรียบร้อยแล้วด้วยการจำนองระหว่างโจทก์กับนายทองพูล เพียรดี ไม่มีผลเป็นการจำนองตามกฎหมาย โจทก์จะบังคับจำนองโดยให้จำเลยไปไถ่ถอนการจำนองที่พิพาทจากโจทก์ไม่ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
รัตน์ ศรีไกรวิน · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · สมคิด มงคลชาติ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดหล่มสัก - นายวิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์
ศาลอุทธรณ์ - นายกุดั่น กลัมพากร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้