Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1645/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ย.แบ่งขายที่ดินบางส่วนให้จำเลย แต่ได้โอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินทั้งแปลงให้จำเลย และในวันเดียวกันนั่นเองจำเลยได้จำนองที่ดินแปลงดังกล่าวแก่โจทก์ ดังนี้ การที่ ย. โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งแปลงให้มีชื่อจำเลยในโฉนดแต่เพียงผู้เดียว เป็นการกระทำที่แสดงให้เห็นโดยเปิดเผยว่าที่ดินทั้งหมดเป็นของจำเลยจึงเท่ากับเป็นการยอมให้จำเลยผู้ถือกรรมสิทธิ์แทนตนทำการออกหน้าว่าเป็นเจ้าของที่ดินคนเดียว ถือได้ว่าจำเลยมีฐานะเป็นตัวแทนของ ย.ในส่วนที่เกี่ยวกับที่ดินของย. เมื่อจำเลยนำที่ดินไปจำนองไว้แก่โจทก์ต้องถือว่า ย. ยอมให้จำเลยทำการออกหน้าเป็นตัวการในการจำนอง ย. จึงไม่อาจทำให้เสื่อมเสียถึงสิทธิของโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 806 ผู้ร้องเป็นผู้รับมรดกของ ย.ซึ่งเป็นผู้รับโอน จึงไม่มีสิทธิดีกว่า ย. ผู้โอน เมื่อโจทก์บังคับจำนองนำยึดที่ดินดังกล่าว ผู้ร้องจะอ้างสิทธิของตนขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดหาได้ไม่.(ที่มา-ส่งเสริม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

มูลกรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้และบังคับจำนอง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้และบังคับจำนองตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ต่อมาจำเลยไม่ได้ชำระหนี้ โจทก์ขอให้บังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีนำยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 72615แขวงบางซื้อ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างผู้ร้องทั้งสองร้องว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 72615 พร้อมสิ่งปลูกสร้างที่โจทก์นำยึด ไม่ใช่ทรัพย์ของจำเลย เดิมนายยรรยง บิดาผู้ร้องที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 2930 นายยรรยงขายที่ดินแปลงนี้ให้จำเลย 2 ไร่ ซึ่งจำเลยต้องแบ่งที่ส่วนทีเหลือคืนให้แก่นายยรรยง ครั้นจำเลยแบ่งแยกเป็นโฉนดที่ดินเลขที่ 72615แล้วจำเลยนำไปจำนองแก่โจทก์ เมื่อนายยรรยงถึงแก่กรรม ผู้ร้องที่ 1เป็นผู้จัดการมรดกของนายยรรยงตามคำสั่งศาล

ขอให้สั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึดโจทก์ให้การว่า ที่ดินแปลงพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินเป็นทรัพย์ของจำเลยเดิมจำเลยจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 2930 ตำบลบางเขนฝั่งใต้ (บางซื่อ) อำเภอบางซื่อ (ดุสิต) กรุงเทพมหานครพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ต่อมาจำเลยได้แบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 2930ออกไปอีก 12 โฉนด รวมทั้งโฉนดที่พิพาทด้วย โดยครอบการจำนองไว้ทุกโฉนด โจทก์รับจำนองที่ดินดังกล่าวไว้โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนเพราะที่ดินโฉนดเลขที่ 2930 และเลขที่ 72615 มีชื่อจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ หากผู้ร้องมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทก็เป็นความประมาทของผู้ร้องเองที่มิได้จดทะเบียนกรรมสิทธิ์ ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้องผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อที่ผู้ร้องฎีกาว่า การที่จำเลยมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 72615 เป็นการมีชื่อแทนในส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของนายยรรยง กาญจนินทร จำเลยไม่มีอำนาจนำที่ดินเฉพาะส่วนของนายยรรยงไปจำนองแก่โจทก์นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 72615 เป็นกรรมสิทธิ์ของนายยรรยงโดยจำเลยมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินแทนนายยรรยง แต่ก็ได้ความว่า เดิมที่ดินโฉนดเลขที่ 2930 นายยรรยงแบ่งขายให้จำเลยบางส่วนแต่ได้โอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินทั้งแปลงให้จำเลยมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินแปลงนี้แต่เพียงผู้เดียว และจำเลยก็ได้จำนองที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ในวันเดียวกัน ต่อมาจำเลยแบ่งแยกที่ดินออกเป็นแปลงย่อยอีก 12 แปลง โฉนดจึงเพิ่มขึ้นอีก 12 โฉนดรวมทั้งโฉนดที่ดินเลขที่ 72615 ด้วย และการจำนองคงครอบไปทุกโฉนด ดังนั้น การที่นายยรรยงตกลงโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งแปลงให้มีชื่อจำเลยในโฉนดที่ดินแต่เพียงผู้เดียวนั้น

ย่อมเป็นการกระทำที่แสดงให้เห็นโดยเปิดเผยว่าที่ดินทั้งหมดรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างเป็นของจำเลย จึงเท่ากับเป็นการยอมให้จำเลยผู้ถือกรรมสิทธิ์แทนตนทำการออกหน้าว่าเป็นเจ้าของที่ดินคนเดียว กรณีเช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยมีฐานะเป็นตัวแทนของนายยรรยงในส่วนที่เกี่ยวกับที่ดินของนายยรรยง และนายยรรยงก็อยู่ในฐานะเป็นตัวการซึ่งมิได้เปิดเผยชื่อ เมื่อจำเลยซึ่งมีชื่อเป็นกรรมสิทธิ์ในโฉนดนำที่ดินพร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างไปจำนองไว้แก่โจทก์ก็ต้องถือว่านายยรรยงยอมให้จำเลยทำการออกหน้าเป็นตัวการในการจำนอง นายยรรยงเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินในส่วนนี้จึงหาอาจทำให้เสื่อมเสียถึงสิทธิของโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก อันเขามีต่อจำเลยซึ่งเป็นตัวแทนและโจทก์ขวนขวายได้มาแต่ก่อนที่จะรู้ว่าจำเลยเป็นตัวแทน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 806 การจำนองที่จำเลยทำไว้แก่โจทก์ย่อมมีผลผูกพันกรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนของนายยรรยงด้วยผู้ร้องที่ 1 ผู้รับมรดกของนายยรรยงซึ่งเป็นผู้รับโอนหามีสิทธิดีกว่านายยรรยงผู้โอนไม่

ดังนี้ผู้ร้องที่ 1 จะอ้างสิทธิของตนในทรัพย์สินที่พิพาทขึ้นยันโจทก์หาได้ไม่ สำหรับผู้ร้องที่ 2นั้นไม่ปรากฏว่ามีสิทธิในที่ดินของนายยรรยงอย่างไรแม้นิติกรรมจำนองจะระบุว่า สิ่งปลูกสร้างที่จะมีขึ้นบนที่ดินแปลงนี้ในภายหน้าจำนองด้วยทั้งสิ้น ไม่ได้ระบุถึงสิ่งปลูกสร้างที่มีอยู่ก่อนแล้วก็หมายความว่าจำนองสิ่งปลูกสร้างที่มีอยู่ก่อนแล้วด้วย เพราะสิ่งปลูกสร้างเหล่านั้นเป็นส่วนควบของที่ดิน หากไม่ต้องการจำนองก็ต้องระบุเป็นข้อยกเว้นไว้..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สหัส สิงหวิริยะ · เสวก จันทร์ผ่อง · สุทิน นนทแก้ว
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1792/2530

เมื่อศาลชั้นต้นตรวจคำร้องขัดทรัพย์แล้วไม่มีเหตุที่จะมีคำสั่งให้คืนไปทำมาใหม่หรือแก้ไขเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 ก็ต้องสั่งรับคำร้องไว้คำร้องขัดทรัพย์จะแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1346/2567

โจทก์ทั้งสองฟ้องอ้างว่าที่ดินเป็นทรัพย์มรดกของ พ. มารดาโจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ 1 ที่ ม. ยังไม่ได้จดทะเบียนโอนให้ พ. ซึ่งตกทอดแก่บุตรของ พ. ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมรวม 6 คน และโจทก์ทั้งสองยังไม่ได้จดทะเบีย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4870/2550

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดอ้างว่า ที่ดินพิพาทเป็นของผู้ร้องโดยได้รับการยกให้จากมารดาของผู้ร้อง แต่เนื่องจากสามีของผู้ร้องเป็นคนต่างด้าวจึงใส่ชื่อจำเลยในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของที่ดิน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2445/2539

เดิมที่ดินพิพาทเป็นของ ส. เมื่อ ส.ถึงแก่กรรม ที่ดินพิพาทตกได้แก่ ช.มารดาของผู้ร้อง ต่อมา ช.ถึงแก่กรรมที่ดินพิพาทตกได้แก่ผู้ร้องและผู้ร้องได้ยึดถือครอบครองมาโดยตลอด ผู้ร้องจึงเป็นเจ้าของที่ดินพิพาท แม้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 742/2567

การที่โจทก์และจำเลยทำบันทึกข้อตกลงปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามคำพิพากษาเพื่อผ่อนปรนการชำระหนี้กันเป็นไปเพื่อประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายกล่าวคือ โจทก์ได้รับการผ่อนเวลาชำระหนี้และไม่ต้องกังวลว่าจำเลยจะดำเนินการบ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้