Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1645/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานและไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้เลื่อนคดี ถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 200 วรรคหนึ่ง เมื่อจำเลยแถลงไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีต่อไป ศาลชั้นต้นต้องมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความตามมาตรา 202 กรณีเช่นนี้แม้มาตรา 203 มิได้บัญญัติห้ามมิให้โจทก์มีคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ แต่การที่โจทก์จะขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้จะต้องมีการพิจารณาคดีฝ่ายเดียวเป็นสำคัญ เมื่อโจทก์ขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสร็จสิ้นไปแล้ว จึงไม่มีการพิจารณาคดีฝ่ายเดียวอันจะทำให้โจทก์มีสิทธิที่จะขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้ สิทธิของโจทก์มีอยู่ทางเดียวคือต้องฟ้องคดีใหม่ภายในอายุความตามาตรา 203 เท่านั้น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินของโจทก์ทั้งสองและให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสอง

จำเลยให้การต่อสู้คดีขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 15 มีนาคม 2545 เวลา 9 นาฬิกา ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองและทนายโจทก์ทั้งสองทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์ทั้งสองขาดนัดพิจารณา ทนายจำเลยแถลงไม่ติดใจดำเนินการพิจารณาต่อไป

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ วันที่ 20 มีนาคม 2545 ทนายโจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องว่าในวันที่ 15 มีนาคม 2545 ทนายโจทก์ทั้งสองต้องไปว่าความที่ศาลจังหวัดปัตตานี จึงมอบฉันทะให้นายวิชิต บุญรอด นำคำร้องขอเลื่อนคดีของทนายโจทก์ทั้งสองมายื่นต่อศาล นายวิชิตตรวจใบนัดความของศาลไม่พบหมายเลขคดีนี้มีนัดพิจารณาในวันดังกล่าวจึงไปสอบถามที่ศูนย์หน้าบัลลังก์ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าศาลนัดพิจารณาคดีนี้ในเวลา 13.30 นาฬิกา ที่ห้องพิจารณาที่ 12 เมื่อนายวิชิตไปที่ห้องพิจารณาดังกล่าวในเวลา 13.30 นาฬิกา ปรากฏว่าศาลได้มีคำสั่งจำหน่ายคดีไปแล้ว เนื่องจากนายวิชิตไม่เข้าใจระบบและวิธีปฏิบัติของศาลจึงไม่ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีต่อศาลในวันดังกล่าว โจทก์ทั้งสองมิได้จงใจขาดนัดพิจารณา ขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งให้พิจารณาคดีใหม่

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ทั้งสองขาดนัดพิจารณาและศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความแล้ว ถ้าโจทก์ทั้งสองต้องการดำเนินคดีแก่จำเลยก็ชอบที่จะฟ้องเข้ามาเป็นคดีใหม่ ไม่มีเหตุที่ศาลจะยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่

โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า โจทก์ทั้งสองจะยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้หรือไม่ เห็นว่า ศาลชั้นต้นนัดชี้สองสถานในวันที่ 3 ธันวาคม 2544 เวลา 13.30 นาฬิกา ทนายโจทก์ทั้งสองและทนายจำเลยมาศาล ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีไม่มีประเด็นยุ่งยาก จึงให้งดชี้สองสถานและนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 15 มีนาคม 2545 เวลา 9 นาฬิกา ตามที่คู่ความมีวันว่างตรงกัน ทนายโจทก์ทั้งสองและทนายจำเลยต่างลงลายมือชื่อทราบวันนัด ถือว่าโจทก์ทั้งสองทราบวันนัดโดยชอบแล้ว การที่โจทก์ทั้งสองไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานและไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้เลื่อนคดี ถือว่าโจทก์ทั้งสองขาดนัดพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 200 วรรคหนึ่ง

เมื่อจำเลยแถลงไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีต่อไป ศาลชั้นต้นต้องมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 202 การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีโจทก์ทั้งสองออกจากสารบบความดังกล่าว หาใช่เป็นการสั่งโดยผิดหลงหรือเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบที่ศาลฎีกาจะมีคำสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาได้ดังที่โจทก์ทั้งสองฎีกา กรณีเช่นนี้แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 203 จะมิได้บัญญัติห้ามมิให้โจทก์ทั้งสองมีคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ก็ตาม แต่การที่โจทก์ทั้งสองจะขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้จะต้องมีการพิจารณาคดีฝ่ายเดียวเป็นสำคัญ คดีนี้เมื่อโจทก์ทั้งสองขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสร็จสิ้นไปแล้ว จึงไม่มีการพิจารณาคดีฝ่ายเดียวอันจะทำให้โจทก์ทั้งสองมีสิทธิที่จะขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้

สิทธิของโจทก์ทั้งสองมีอยู่ทางเดียว คือต้องฟ้องคดีใหม่ภายในอายุความตามมาตรา 203 เท่านั้น ไม่อาจร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของโจทก์ทั้งสองและศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชัย จึงประเสริฐ · บุญรอด ตันประเสริฐ · ชัชลิต ละเอียด
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2551

การที่จะถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์ดำเนินคดีต่อไปและศาลแรงงานมีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีได้ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 40 วรรคหนึ่ง ต้องเป็นกรณีที่โจทก์ไม่มาศาลเมื่อศาลสั่งรับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 583/2551

กรณีที่จะเป็นการขาดนัดพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 200 ต้องเป็นกรณีที่โจทก์หรือจำเลยที่ได้ยื่นคำให้การไว้ไม่มาศาลในวันสืบพยาน และไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้เลื่อนคดี ซึ่งวันสืบพยานดังกล่าวต้องเป็นวันสืบพยานใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 39/2535

จำเลยมีถิ่นที่อยู่หลายแห่งและอยู่สับเปลี่ยนกันไป บ้านเลขที่ที่ระบุในคำฟ้องจึงเป็นภูมิลำเนาอีกแห่งหนึ่งของจำเลย การที่พนักงานเดินหมายนำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องกับหมายนัดสืบพยานโจทก์ไปส่งตามที่อยู่ของจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6276/2534

การที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ไม่มีเจตนาจะไม่มาศาลตามกำหนดนัดเพราะรถที่จำเลยที่ 1 ใช้เป็นพาหนะเดินทางมาศาลเกิดอุบัติเหตุอันเป็นเหตุสุดวิสัยมิอาจก้าวล่วงเสียได้ การที่ศาลว่าไม่มีเหตุสมควรจะไต่สวน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5873/2534

แม้ในวันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยที่ 1 จะขอเบิกเงินค่าจ้างจากนายจ้างเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการมาศาลไม่ได้ และนายจ้างได้สั่งให้จำเลยที่ 1 ดูแลรับผิดชอบยางพาราด้วยก็ตาม จำเลยที่ 1 ก็จะนำเอาเหตุดังกล่าวมาอ้างว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้