Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1647/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ที่ 1 ขอซื้อรถยนต์จากบริษัท ส.โดยมีข้อสัญญาไม่ให้โจทก์ที่ 1 จำหน่ายจ่ายโอนหรือให้ผู้อื่นครอบครองใช้รถยนต์คันนั้น ต่อมาโจทก์ที่ 1 ขายรถยนต์คันดังกล่าวให้แก่โจทก์ที่ 2 โดยบริษัท ส. ก็ทราบและไม่ถือเป็นเหตุเลิกสัญญากับโจทก์ที่ 1 คงรับเงินค่างวดรถจากโจทก์ที่ 1 ตลอดมา เมื่อโจทก์ที่ 1 ขายรถให้โจทก์ที่ 2 แล้วก็ได้ส่งมอบการครอบครองให้โจทก์ที่ 2 ใช้ประโยชน์ในรถคันดังกล่าว จึงต้องถือว่าโจทก์ที่ 2 รับโอนรถคันพิพาทมาโดยชอบ โจทก์ที่ 2 จึงเป็นผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้กระทำละเมิดทำให้รถเสียหายได้ ทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าทรัพย์พิพาทตามฟ้องเป็นสินสมรสและจะสันนิษฐานว่าเป็นสินสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1474 ก็ไม่ได้ เพราะไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า โจทก์ที่ 2 ได้จดทะเบียนสมรสหรือไม่ จึงยังฟังไม่ได้ว่าโจทก์ที่ 2 มีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ที่ 2 จึงมีอำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับทรัพย์พิพาท

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นผู้ครอบครองใช้ประโยชน์รถยนต์หมายเลขทะเบียน อต.๐๔๗๔๕ โดยซื้อมาจากบริษัทสุโขทัยฮกอันตึ๊ง (๑๙๗๘) จำกัด โจทก์ที่ ๒ เป็นผู้ครอบครองใช้ประโยชน์รถยนต์คันดังกล่าวในขณะเกิดเหตุโดยทำสัญญาจะซื้อขายจากโจทก์ที่ ๑ และโจทก์ที่ ๑ ได้มอบอำนาจให้โจทก์ที่ ๒ เป็นผู้ดำเนินคดีแทน จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์หมายเลขทะเบียนปทุมวัน๘๐-๐๗๙๔ จำเลยที่ ๒ เป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๑ วันเกิดเหตุจำเลยที่ ๒ ขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๑ โดยประมาทชนรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน อต.๐๔๗๔๕ เป็นเหตุให้โจทก์ที่ ๒ และบุคคลที่นั่งมาในรถยนต์อีก ๖ คนได้รับบาดเจ็บและโจทก์ได้รับความเสียหายคิดเป็นเงิน ๒๘๐,๐๔๒ บาท จำเลยที่ ๑ ให้การว่าโจทก์ทั้งสองไม่ใช่ผู้ครอบครองใช้ประโยชน์รถคันหมายเลขทะเบียน

อต.๐๔๗๔๕ โจทก์ที่ ๒ ไม่มีสิทธิใด ๆ ในรถยนต์คันดังกล่าว โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้อง เหตุที่รถชนกันเกิดจากความประมาทของผู้ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน อต.๐๔๗๔๕ ฝ่ายเดียวและโจทก์เสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายมาเกินความเป็นจริง ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำนวน ๑๘๕,๖๐๕ บาทให้แก่โจทก์ที่ ๒ และให้ยกฟ้องโจทก์ที่ ๑ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำนวน ๙๕,๙๐๐ บาทให้แก่โจทก์ที่ ๒ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาในประการแรกว่าสัญญาซื้อขายมีเงื่อนไขตามเอกสารหมาย จ.๑ ที่โจทก์ที่ ๑ ทำไว้กับบริษัทสุโขทัยฮกอันตึ๊ง (๑๙๗๘) จำกัด ข้อ ๕ บังคับไม่ให้โจทก์ที่๑ จำหน่ายจ่ายโอนหรือให้ผู้อื่นครอบครองใช้ประโยชน์รถยนต์ดังกล่าว โจทก์ที่ ๑ ขายรถให้โจทก์ที่ ๒ จึงเป็นการผิดสัญญา โจทก์ที่ ๒ ซื้อรถไว้ย่อมไม่มีสิทธิใดๆ และไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่าการที่โจทก์ที่ ๑ ขายรถคันดังกล่าวให้โจทก์ที่ ๒นั้น ทางบริษัทสุโขทัยฮกอันตึงฯ ก็ทราบดี โดยนายประกิจ มหาแถลงพยานโจทก์ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทดังกล่าวเบิกความว่าหลังจากโจทก์ที่ ๑ ซื้อรถไปราว ๔ - ๕ เดือน ได้ทราบว่าโจทก์ที่ ๑ ขายรถให้โจทก์ที่ ๒ แต่ทางบริษัทไม่รับรู้ด้วย

โจทก์ที่ ๑ ชำระเงินค่างวดรถดังกล่าวบางครั้งโจทก์ที่ ๒ ก็นำเงินมาชำระแทนโจทก์ที่ ๑ แสดงว่าแม้โจทก์ที่ ๑ จะมิได้ปฏิบัติตามสัญญาข้อ ๕ ดังกล่าวข้างต้น แต่ทางบริษัทฯ ก็มิได้ถือเป็นเหตุเลิกสัญญากับโจทก์ที่ ๑ ตามสัญญาข้อ ๙ แต่อย่างใด คงรับเงินค่างวดรถจากโจทก์ที่ ๑ ตลอดมา เมื่อโจทก์ที่ ๑ ขายรถให้โจทก์ที่ ๒ แล้ว ก็ได้ส่งมอบการครอบครองให้โจทก์ที่ ๒ ใช้ประโยชน์ในรถคันดังกล่าว จึงต้องถือว่าโจทก์ที่ ๒ รับโอนรถคันหมายเลขทะเบียน อต.๐๔๗๔๕ มาโดยชอบ โจทก์ที่ ๒ จึงเป็นผู้เสียหาย มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายในคดีนี้ได้ ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น ที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่า โจทก์ที่ ๒ ฟ้องคดีโดยไม่ได้รับความยินยอมจากภริยา จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น

เห็นว่า ทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าทรัพย์พิพาทตามฟ้องเป็นสินสมรส และจะสันนิษฐานว่าเป็นสินสมรสดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๔๗๔ ก็ไม่ได้ เพราะไม่ปรากฏข้อเท็จจริงในสำนวนว่าโจทก์ที่ ๒ ได้จดทะเบียนสมรสหรือไม่ จึงยังฟังไม่ได้ว่าโจทก์ที่ ๒ มีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายโจทก์ที่ ๒ มีอำนาจฟ้องคดีนี้ ฎีกาจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำนง นิยมวิภาต · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สวัสดิ์ รอดเจริญ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายชูศักดิ์ บัณฑิตกุล
ศาลอุทธรณ์ - นายถวิล ทองสว่างรัตน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15876/2556

โจทก์ในฐานะผู้จัดสรรทำถนน ทางเท้าและรั้วคอนกรีตพิพาทล้อมรอบที่ดินของโครงการที่จัดสรรมาแต่เดิม ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการสัญจรและรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้ที่อยู่อาศัยในโครงการโดยเฉพาะ มิได้หมายที่จะใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 953/2548

พระราชกฤษฎีกาโอนกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทยไปจัดตั้งเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2541 มาตรา 3 บัญญัติว่า โจทก์เป็นส่วนราชการ และมีฐานะเป็นกรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติโจทก์จึงมีฐานะเป็นนิติบุคคลตาม พ.ร.บ.ระเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6576/2545

คำฟ้องในส่วนเกี่ยวกับความเสียหายบรรยายว่าจำเลยทั้งสองระเบิดและย่อยหินนอกพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตจำนวนสองครั้ง แต่ละครั้งคิดเป็นพื้นที่เท่าใดและปริมาตรเท่าใด รวมทั้งปริมาตรหินที่จำเลยทั้งสองเอาไปเป็นจำนว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4547/2545

คำเสนอขายรถยนต์พิพาทมี ส. ลงชื่อโดยมิได้ประทับตราสำคัญของบริษัทจำเลยที่ 1 ให้ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองแต่กรรมการของบริษัทมีเพียง ส. เท่านั้น ส. จึงมิได้เสนอขายเป็นส่วนตัว แม้จะมิได้ประทับตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3535/2545

ตามสัญญาซื้อขายระบุว่า ป. ซื้อรถยนต์คันเกิดเหตุในฐานะส่วนตัว มิได้ซื้อแทนห้างโจทก์หรือในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการโจทก์ ซึ่งย่อมเป็นสิทธิที่ ป. จะจัดการทรัพย์สินของตนเองได้ หาใช่ว่าหาก ป. ลงนามในนิติกรรมหร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้