Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1648/2509

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นบิดาผู้ปกครองผู้ตายซึ่งมีอายุ 19 ปีจำเลยมิได้ให้การปฏิเสธหรือยกเป็นข้อต่อสู้ว่าโจทก์ไม่ใช่บิดาผู้ปกครองผู้ตาย ข้อที่ว่าผู้ตายเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์หรือไม่ จึงไม่เป็นประเด็นโต้เถียงกันผู้มีชื่อนำรถยนต์เข้ามาวิ่งร่วมในเส้นทางสัมปทานของบริษัทจำเลยที่ 2 โดยโอนกรรมสิทธิ์รถให้จำเลยที่ 2 ต้องพ่นสีและตีตราเป็นรถของจำเลยที่ 2 คนเก็บเงินค่าโดยสารต้องแต่งเครื่องแบบของจำเลยที่ 2 ถ้าประพฤติตนไม่ดี ผู้จัดการบริษัทจำเลยที่ 2 มีอำนาจพิจารณาลงโทษได้ ตั๋วที่จำหน่ายแก่ผู้โดยสารก็เป็นตั๋วของจำเลยที่ 2 นอกจากนี้จำเลยที่ 2 ยังได้ผลประโยชน์ตอบแทนเป็นค่าบริการเมื่อรถเข้าจอดเทียบสถานีของจำเลยที่ 2 เที่ยวละ 3 บาท พฤติการณ์ดังกล่าวนี้ชี้ชัดว่าจำเลยที่ 2 ยอมรับว่ารถยนต์ดังกล่าวเป็นรถของจำเลยที่ 2 หรือจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกับเจ้าของรถมีรถยนต์ดังกล่าวเพื่อใช้ในกิจการหารายได้ของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 คนขับรถปฏิบัติกิจการของจำเลยที่ 2 โดยมีสินจ้าง จำเลยที่ 2 จึงเป็นนายจ้างต้องร่วมรับผิดในผลละเมิดของจำเลยที่ 1 ซึ่งขับรถชนบุตรโจทก์ในระหว่างขับรถขนส่งคนโดยสารในกิจการของจำเลยที่ 2 (อ้างฎีกา ที่ 1576/2506)ค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นจะต้องพิจารณาตามความสมควร ตามความจำเป็น และตามฐานะของผู้ตายและบิดามารดา ทั้งต้องพิจารณาถึงประเพณีการทำศพตามลัทธินิยมประกอบด้วย และต้องไม่ใช่รายการที่ฟุ่มเฟือยเกินไปการที่บุตรตายลงทำให้บิดาต้องขาดไร้อุปการะบิดาชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนจากการต้องขาดไร้อุปการะ โดยไม่ต้องพิจารณาว่าปัจจุบันผู้ตายจะได้อุปการะเลี้ยงดูบิดาหรือไม่ (อ้างฎีกาที่ 1742/2499)ค่าสินไหมทดแทนค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ค่าเสียหายในอนาคตซึ่งมีจำนวนกำหนดแน่นอน โจทก์สามารถบังคับได้ในวันที่ศาลชั้นต้นพิพากษา โจทก์จึงมีสิทธิจะได้รับดอกเบี้ยนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นพิพากษา

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นบิดาผู้ปกครองนายพลศักดิ์ พรประภาอายุ 19 ปี อยู่บ้านเดียวกัน จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างขับรถบรรทุกคนโดยสารประจำทางของบริษัทจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ขับรถโดยประมาทปราศจากความระมัดระวัง เป็นเหตุให้ชนนายพลศักดิ์ตายทำให้โจทก์ต้องขาดไร้อุปการะ จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนค่าปลงศพและค่าขาดไร้อุปการะโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ศาลอนุญาตจำเลยที่ 2 ให้การว่าจำเลยที่ 1 ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ 2แต่เป็นลูกจ้างของนายประชา โรจนพลาเสถียร ซึ่งนำรถเข้ามาวิ่งร่วมในเส้นทางสัมปทานของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิด จำเลยที่ 1 ไม่ได้ประมาท

โจทก์ฟ้องเคลือบคลุม นายพลศักดิ์ยังอยู่ในความอุปการะของโจทก์ โจทก์ไม่ได้ขาดประโยชน์ ขาดแรงงาน จะเรียกค่าสินไหมทดแทน ค่าขาดไร้อุปการะ และค่าขาดแรงงานไม่ได้ แม้เรียกได้ก็มากเกินไปศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิฟ้องคดีนี้ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างขับรถยนต์โดยสารของจำเลยที่ 2 และขับโดยประมาทชนนายพลศักดิ์ตาย จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดของจำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นค่าขาดไร้อุปการะเป็นเงิน 160,967 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นด้วยกับศาลชั้นต้น แต่เห็นว่าค่าปลงศพ 40,967บาท นั้นมากเกินไป พิพากษาแก้ ให้ใช้เพียง 20,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามศาลชั้นต้นโจทก์จำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะนายพลศักดิ์ผู้ตายไม่ใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์นั้น โจทก์ได้บรรยายฟ้องว่าโจทก์เป็นบิดาผู้ปกครองนายพลศักดิ์ ผู้ตายอายุ 19 ปี และอยู่บ้านเรือนเดียวกัน จำเลยมิได้ให้การปฏิเสธหรือต่อสู้ว่าโจทก์ไม่ใช่บิดาผู้ปกครองนายพลศักดิ์ผู้ตายข้อที่ว่านายพลศักดิ์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์หรือไม่จึงไม่มีประเด็นโต้เถียงกันที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ไม่ใช่ลูกจ้างจำเลยที่ 2 เห็นว่ารถที่จำเลยที่ 1 ขับชนผู้ตายเป็นรถซึ่งนายประชา โรจนพลาเสถียร นำเข้ามาวิ่งร่วมในเส้นทางสัมปทานของจำเลยที่ 2 โดยโอนกรรมสิทธิ์รถให้แก่จำเลยที่ 2 ต้องพ่นสีและตีตราเป็นรถของจำเลยที่ 2 คนขับรถ คนเก็บเงินค่าโดยสารต้องแต่งเครื่องแบบของจำเลยที่ 2 และถ้าประพฤติตนไม่ดี

ผู้จัดการบริษัทจำเลยที่ 2 มีอำนาจพิจารณาลงโทษได้ ตั๋วที่จำหน่ายแก่ผู้โดยสารก็เป็นตั๋วของจำเลยที่ 2 ทั้งจำเลยที่ 2 ก็ได้ผลประโยชน์ตอบแทนเป็นค่าบริการเมื่อรถเข้าจอดสถานีของจำเลยที่ 2 เที่ยวละ 3 บาท พฤติการณ์ดังกล่าวนี้ชี้ชัดว่าจำเลยที่ 2 ได้มีและใช้รถคันเกิดเหตุในกิจการหารายได้ของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ขับรถของจำเลยโดยมีสินจ้าง จำเลยที่ 2จึงเป็นนายจ้าง ต้องร่วมรับผิดในผลละเมิดของจำเลยที่ 1 ซึ่งขับรถชนบุตรโจทก์ในระหว่างขับรถขนส่งคนโดยสารในกิจการของจำเลยที่ 2ดังนัยฎีกาที่ 1756/2506ที่จำเลยฎีกาว่า ค่าปลงศพ และค่าใช้จ่ายอันจำเป็นที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้มากเกินไป โจทก์ฎีกาว่าน้อยเกินไป เห็นว่าค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นนี้ต้องพิจารณาตามความสมควรตามความจำเป็น และตามฐานะของผู้ตายและบิดามารดา ทั้งต้องพิจารณาถึงประเพณีการทำศพตามประเพณีนิยมด้วย และต้องไม่ใช่รายการที่ฟุ่มเฟือยจนเกินไป ที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้เหมาะสมแล้ว

ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ฟ้องเรียกค่าขาดไร้อุปการะไม่ได้เห็นว่า การที่นายพลศักดิ์ตายลง ทำให้โจทก์ต้องขาดไร้อุปการะจากผู้ตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 443 และ 1535 ทั้งนี้โดยมิต้องพิจารณาว่าปัจจุบันผู้ตายจะได้อุปการะเลี้ยงดูโจทก์ผู้เป็นบิดาอยู่หรือไม่ โจทก์ชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนในการที่โจทก์ต้องขาดไร้อุปการะนั้น ดังนัยฎีกาที่ 1742/2499 และค่าสินไหมทดแทนค่าขาดไร้อุปการะที่ศาลกำหนดให้นั้น เป็นหนี้ค่าเสียหายในอนาคต มีกำหนดจำนวนแน่นอน ซึ่งโจทก์สามารถบังคับได้ในวันที่ศาลชั้นต้นพิพากษา จึงควรคิดดอกเบี้ยให้นับแต่วันที่โจทก์มีสิทธิจะได้รับ คือวันที่ศาลชั้นต้นพิพากษา แต่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยเสียดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้อง จึงยังคลาดเคลื่อนอยู่พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะเรื่องดอกเบี้ยของเงินทดแทนค่าขาดไร้อุปการะ โดยให้จำเลยเสียนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นพิพากษาเป็นต้นไป นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยง เหลืองรังษี · สุทิน เกษคุปต์ · ศริ มลิลา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้