Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1654/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา467นั้น ผู้ขายต้องส่งมอบทรัพย์สินที่ขายให้แก่ผู้ซื้อแล้ว หากปรากฏต่อมาว่าทรัพย์สินนั้นขาดตกบกพร่องหรือล้ำจำนวน การเรียกร้องให้ผู้ขายรับผิดจึงจะอยู่ในบังคับแห่งมาตรานี้ โดยเริ่มนับอายุความตั้งแต่เวลาส่งมอบทรัพย์สินที่ขาย โจทก์ทำสัญญาซื้อนุ่นจากจำเลยหลายฉบับ สัญญาซื้อขายแต่ละฉบับกำหนดเวลาส่งมอบไว้เป็นงวด มีเวลาและจำนวนนุ่นแต่ละงวดแน่นอน แม้การส่งมอบแต่ละงวดจะเป็นการปฏิบัติการการชำระหนี้ตามสัญญาฉบับเดียวกัน แต่ในปัญหาเกี่ยวกับข้อรับผิดเพื่อการที่ทรัพย์ขาดตกบกพร่อง จำต้องถือตามงวดที่กำหนดไว้ในสัญญา แม้จะมีการตกลงให้ส่งมอบเป็น 2 งวด แต่ละงวดห่างกันกว่าปีหนึ่ง หากผู้ขายปฏิบัติการส่งมอบในงวดแรกครบถ้วนแล้วแต่งวดหลังไม่ส่งมอบเลยหรือส่งมอบขาดตกบกพร่อง ผู้ซื้อก็ยังมีสิทธิฟ้องให้ผู้ขายรับผิดสำหรับงวดหลังได้อยู่ แม้จะพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่เวลาส่งมอบงวดแรก เมื่อแยกการส่งมอบออกได้เป็นรายงวดดังนี้ งวดใดที่จำเลยส่งมอบแล้ว ต่อมาปรากฏว่าขาดตกบกพร่องย่อมอยู่ในบังคับแห่งมาตรา 467 สำหรับงวดนั้น แต่งวดใดจำเลยไม่ส่งมอบให้โจทก์เลยก็เป็นการที่จำเลยไม่ปฏิบัติการส่งมอบตามสัญญาเลย ไม่ใช่ส่งมอบขาดตกบกพร่อง อันจะอยู่ในบังคับแห่งมาตรา 467 ถ้าจำเลยส่งมอบทรัพย์สินที่ขายผิดจากชนิดที่ระบุไว้ในสัญญา ก็เป็นการไม่ปฏิบัติการชำระหนี้ตามสัญญาเลยไม่ใช่เรื่องเกิดความชำรุดบกพร่องในทรัพย์สินที่ขายเพราะการชำระหนี้ และไม่อยู่ในบังคับแห่งมาตรา 474 ต้องบังคับตามบทบัญญัติว่าด้วยการไม่ชำระหนี้โดยทั่วไป แต่ถ้าจำเลยส่งมอบทรัพย์สินที่ขายตรงตามชนิดในสัญญาแล้ว แต่ปรากฏว่าชำรุดบกพร่อง จำเลยย่อมต้องรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องตามมาตรา 472 และอยู่ในบังคับแห่งเรื่องอายุความตามมาตรา474

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยตกลงขายและส่งมอบนุ่นตามที่โจทก์สั่งซื้อแต่ปฏิบัติตามสัญญาไม่สมบูรณ์ และบางกรณีบกพร่องในคุณภาพ ฯลฯขอให้จำเลยใช้เงินค่าเสียหาย ๓๔๕,๐๗๙.๒๘ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย ฯลฯ

จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความ ฯลฯ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า คดีของโจทก์ไม่ขาดอายุความ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ เนื่องจากโจทก์ต้องซื้อนุ่น ๑๐๐ ตันสูงขึ้นไปอีก ๑๓,๔๔๘.๐๖ เหรียญอเมริกัน กับค่าเสียหายเนื่องจากจำเลยส่งนุ่นคุณภาพต่ำ ๑,๔๐๐ เหรียญอเมริกัน และเงินค่านุ่นคุณภาพต่ำที่หักบัญชีกันแล้วยังค้างอยู่อีก ๒๔๒.๒๙ เหรียญอเมริกันรวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๑๕,๐๙๐.๓๕ เหรียญอเมริกัน คิดเป็นเงินไทยในวันฟ้อง ๓๑๖,๘๙๗.๓๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๖ ต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามมาตรา ๔๖๗ เห็นได้ว่าผู้ขายต้องส่งมอบทรัพย์สินที่ขายให้แก่ผู้ซื้อแล้ว หากปรากฏต่อมาว่าทรัพย์สินนั้นขาดตกบกพร่องหรือล้ำจำนวน การเรียกร้องให้ผู้ขายรับผิดจึงจะอยู่ในบังคับแห่งมาตรา ๔๖๗ โดยเริ่มนับอายุความตั้งแต่เวลาส่งมอบทรัพย์สินที่ขาย คดีนี้ โจทก์ทำสัญญาซื้อนุ่นจากจำเลยหลายฉบับ สัญญาซื้อขายแต่ละฉบับกำหนดเวลาส่งมอบนุ่นไว้เป็นงวด มีเวลาและจำนวนนุ่นแต่ละงวดแน่นอน

ศาลฎีกาเห็นว่า แม้การส่งมอบนุ่นแต่ละงวดจะเป็นการปฏิบัติการชำระหนี้ตามสัญญาฉบับเดียวกัน แต่ในปัญหาเกี่ยวกับข้อรับผิดเพื่อการที่ทรัพย์ขาดตกบกพร่อง จำต้องถือตามงวดที่กำหนดไว้ในสัญญา เพราะคู่กรณีได้แบ่งแยกหน้าที่การส่งมอบออกเป็นงวดมีเวลาและจำนวนนุ่นแน่นอนดังกล่าวแล้ว พึงเห็นได้ว่า แม้จะมีการตกลงให้ส่งมอบเป็น ๒ งวด แต่ละงวดห่างกันกว่าหนึ่งปี หากผู้ขายปฏิบัติการส่งมอบในงวดแรกครบถ้วนแล้ว แต่งวดหลังไม่ส่งมอบเลยหรือส่งมอบขาดตกบกพร่อง ผู้ซื้อก็ยังมีสิทธิฟ้องให้ผู้ขายรับผิดสำหรับงวดหลังได้อยู่ แม้จะพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่เวลาส่งมอบงวดแรกเมื่อแยกการส่งมอบออกได้เป็นรายงวด ดังนี้ งวดใดที่จำเลยส่งมอบแล้วต่อมาปรากฏว่าขาดตกบกพร่องย่อมอยู่ในบังคับแห่งมาตรา ๔๖๗ สำหรับงวดนั้น แต่งวดใดจำเลยไม่ส่งมอบให้โจทก์เลย

ก็เป็นการที่จำเลยไม่ปฏิบัติการส่งมอบตามสัญญาเลย ไม่ใช่ส่งมอบขาดตกบกพร่องอันจะอยู่ในบังคับแห่งมาตรา ๔๖๗ คดีฟังได้ว่า จำนวนที่จำเลยไม่ส่งมอบให้โจทก์ เป็นจำนวนที่จำเลยจะต้องส่งมอบตามงวด แต่จำเลยไม่ส่งมอบในงวดนั้น ๆ เลยส่วนงวดใดที่จำเลยส่งมอบ จำเลยก็ส่งมอบเต็มตามจำนวนของงวดนั้น ดังนั้น งวดที่จำเลยไม่ส่งมอบเลย จึงไม่อยู่ในบังคับแห่งมาตรา ๔๖๗และฟังว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา อันจะต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์คิดเป็นเงินไทย ๒๘๒,๔๐๙.๒๖ บาท สำหรับค่าเสียหายเกี่ยวกับคุณภาพนุ่นสองจำนวนที่โจทก์เรียกร้องรวมเป็นเงิน ๑,๖๔๒.๒๙ เหรียญอเมริกันนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าความเสียหายสองจำนวนนี้ ถ้าเป็นความเสียหายอันเกิดจากการที่จำเลยส่งมอบทรัพย์สินที่ขายผิดจากชนิดที่ระบุไว้ในสัญญา ก็เป็นการไม่ปฏิบัติการชำระหนี้ตามสัญญาเลย ไม่ใช่เรื่องเกิดความชำรุดบกพร่องในทรัพย์สินที่ขายเพราะการชำระหนี้ และไม่อยู่ในบังคับแห่งมาตรา ๔๗๔ ต้องบังคับตามบทบัญญัติว่าด้วยการไม่ชำระหนี้โดยทั่วไปแต่ถ้าจำเลยส่งมอบทรัพย์สินที่ขายตรงตามชนิดในสัญญาแล้ว แต่ปรากฏว่าชำรุดบกพร่อง จำเลยย่อมต้องรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องนั้นตามมาตรา ๔๗๒ และอยู่ในบังคับแห่งเรื่องอายุความตามมาตรา ๔๗๔ไม่ปรากฏเลยว่านุ่นทั้งสองจำนวนนี้เป็นนุ่นที่ผิดไปจากชนิดในสัญญาอาจเป็นนุ่นชนิดเดียวกับที่ระบุไว้ในสัญญาแต่ชำรุดบกพร่องก็ได้เมื่อพยานหลักฐานของโจทก์ไม่ชัดแจ้งพอที่จะฟังว่าจำเลยไม่ปฏิบัติการชำระหนี้ตามสัญญานั้น

ๆ เลย ก็ต้องฟังว่าจำเลยปฏิบัติการชำระหนี้แต่ชำรุดบกพร่อง กรณีจึงอยู่ในบังคับแห่งมาตรา ๔๗๔ กล่าวคือในข้อรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง ห้ามมิให้โจทก์ฟ้องคดีเมื่อพ้นเวลาปีหนึ่ง นับแต่เวลาที่ได้พบเห็นความชำรุดบกพร่อง และเห็นว่าฟ้องโจทก์เกี่ยวกับหนี้สองจำนวนนี้ขาดอายุความ

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ ให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน ๒๘๒,๔๐๙.๒๖ บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๖ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โชค จารุจินดา · วงษ์ วีระพงศ์ · บัญญัติ สุขารมณ์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายประพจน์ ถิระวัฒน์
ศาลอุทธรณ์ - นายแสวง ลัดพลี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้