Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1656/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ปัญหาว่าศาลล่างทั้งสองลงโทษจำคุกจำเลยมาเหมาะสมแก่พฤติการณ์การกระทำความผิดของจำเลยแล้วหรือไม่ แม้จำเลยมิได้อุทธรณ์ฎีกาในปัญหาข้อนี้มา ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.อ. มาตรา 185 ที่บัญญัติให้ศาลลงโทษ จำเลยตามสภาพความผิด ประกอบด้วยมาตรา 215 และ 225

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 91, 300 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43, 157 พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 6, 59

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 300 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (4), 157 พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 6 วรรคหนึ่ง, 59 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตาม ป.อ. มาตรา 91 สำหรับความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัสนั้น เป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 300 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ให้จำคุก 3 เดือน และความผิดฐานใช้รถที่ยังมิได้จดทะเบียน ลงโทษปรับ 2,000 บาท รวมเป็นจำคุก 3 เดือน และปรับ 2,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยนำรถจักรยานยนต์ที่ยังมิได้จดทะเบียนมาใช้แล้วเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กาฬสินธุ์ ข - 9160 ที่นายภูหรือพู บุญโชติ ผู้เสียหายขับ เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสต้องป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาและจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่า 20 วัน ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า จำเลยกระทำความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสหรือไม่ โจทก์มีนายภูหรือพู บุญโชติ ผู้เสียหายเบิกความว่า ขณะที่ผู้เสียหายขับรถจักรยานยนต์จะพ้นสี่แยกก็ถูกรถจักรยานยนต์ที่จำเลยขับมาพุ่งเข้าชนตรงแฮนด์รถด้านขวา

จนรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายล้มลงและ ผู้เสียหายสลบไป กับมีร้อยตำรวจโทกมลรัตน์ พาน้อย พนักงานสอบสวนเบิกความว่ารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายได้รับความเสียหายบริเวณล้อหน้า ส่วนรถจักรยานยนต์ของจำเลยได้รับความเสียหายด้านหน้าข้างซ้าย เห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักมั่นคง ที่จำเลยนำสืบว่า รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายพุ่งเข้าชนรถจักรยานยนต์ของจำเลยบริเวณตะเกียบรถด้านซ้ายนั้นขัดกับสภาพของรถจักรยานยนต์ของจำเลยหลังเกิดเหตุที่ได้รับความเสียหายด้านหน้า และมิได้ล้มลงตรงบริเวณจุดเกิดเหตุ

ที่จำเลยฎีกาว่าบริเวณสี่แยกที่เกิดเหตุมีป้ายจราจรว่าหยุดทั้งสี่ด้านผู้เสียหายขับรถจักรยานยนต์ผ่านสี่แยกโดยไม่หยุดรอก่อนเป็นความประมาทของผู้เสียหายนั้น เห็นว่า ได้ความจากคำเบิกความของร้อยตำรวจโทกมลรัตน์ว่า ถนนทั้ง 2 สาย ตรงที่เกิดเหตุเป็นทางเอกทั้งคู่ ดังนั้น เมื่อผู้เสียหายขับรถจักรยานยนต์ผ่านสี่แยกก่อน จำเลยซึ่งมาถึงที่หลังจึงต้องเป็นฝ่ายหยุดรถให้รถจักรยานยนต์ที่ผู้เสียหายขับมาผ่านไปก่อน การที่ผู้เสียหายขับรถจักรยานยนต์ผ่านสี่แยกโดยไม่หยุดรอก่อนแล้วเกิดเหตุขึ้น จึงหาเป็นการกระทำโดยประมาทไม่ พยานหลักฐานของจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ ศาลฎีกาเชื่อว่าเหตุเกิดจากความประมาทของจำเลย จำเลยจึงมีความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส

ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่รถที่จำเลยขับขี่เป็นเพียงรถจักรยานยนต์ สภาพความผิดที่จำเลยกระทำไม่ร้ายแรงนัก ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยรับโทษจำคุกมาก่อน สมควรให้โอกาสจำเลยประพฤติตนเป็นพลเมืองดีโดยรอการลงโทษจำคุกให้ ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รอการลงโทษจำคุกให้จำเลยนั้นไม่เหมาะสมแก่พฤติการณ์การกระทำความผิดของจำเลย แม้จำเลยมิได้อุทธรณ์ฎีกาในปัญหาข้อนี้มา ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 185 ประกอบด้วย มาตรา 215 และ 225 แต่เพื่อให้จำเลยหลาบจำสมควรลงโทษปรับอีกสถานหนึ่งด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสให้ลงโทษปรับ 3,000 บาท อีกสถานหนึ่ง โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ตาม ป.อ. มาตรา 56 มีกำหนด 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทองหล่อ โฉมงาม · สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · สุรพล เจียมจูไร
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ - นายเนติพันธ์ บุญมา
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายเอกชัย ชินณพงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4292/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังจำเลยแทนโทษจำคุกและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219 ตรี ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 722/2567

แม้คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงแต่เมื่อคดีขึ้นมาสู่ศาลฎีกาแล้ว ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจที่จะพิจารณาด้วยว่าโทษที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ลงแก่จำเลยทั้งสามนั้นเหมาะสมหรือไม่เพียงใด ทั้งนี้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 185…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 532/2567

ในคดีอาญา แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพ แต่มิได้หมายความว่าศาลจะต้องพิพากษาลงโทษจำเลยเสมอไป เพราะไม่ว่าจำเลยจะให้การเช่นใดก็เป็นเรื่องที่ศาลจะต้องพิจารณาให้ได้ความว่าจำเลยได้กระทำความผิดจริงจึงจะพิพากษาลง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5161/2566

เมื่อศาลชั้นต้นพิจารณาคดีที่รื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณาใหม่แล้วพิพากษายกคำพิพากษาเดิมและพิพากษาใหม่เป็นยกฟ้องตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526 มาตรา 13 (1) แล้ว สิทธิในกา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้