Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1659/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ขอบเขตการทำงานของโจทก์กับ อ. จะมีหน้าที่แตกต่างกันก็ตาม แต่ตามขอบเขตการทำงานของโจทก์ในข้อ 1 ระบุให้โจทก์ต้องดูแลงานส่วนของ อ. ด้วย หลักการทำงานหาก อ. ลาออก โจทก์ในฐานะผู้บังคับบัญชา ต้องเข้าไปดูแลงานของ อ. ก่อน เมื่อตามสัญญาจ้างแรงงานมีลักษณะสำคัญที่จำเลยในฐานะนายจ้างมีสิทธิที่จะใช้อำนาจบังคับบัญชาโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้าง และอำนาจที่นายจ้างใช้นั้นต้องเป็นธรรมและชอบด้วยกฎหมาย การที่จำเลยสั่งให้โจทก์ทำงานแทน อ. ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ลาออกไปเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะหาพนักงานใหม่มาแทนได้ เนื่องจากตำแหน่งงานของ อ. มีความสำคัญที่จะต้องสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาแทน จึงเป็นการใช้อำนาจบังคับบัญชาอันจำเป็นและมีเหตุพอสมควรแก่กรณี คำสั่งดังกล่าวของจำเลยจึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม ซึ่งโจทก์ยินยอมทำงานแทน อ. และคำสั่งนั้นมิได้เพิ่มภาระแก่โจทก์เกินสมควร เมื่อโจทก์ทำงานแทน อ. ชั่วคราว โจทก์ยังคงใช้เวลาทำงานในแต่ละวันเท่าเดิมเหมือนกับที่โจทก์ใช้เวลาทำงานตามตำแหน่งของโจทก์ในแต่ละวัน การกระทำของจำเลยดังกล่าวยังถือไม่ได้ว่าจำเลยผิดสัญญาจ้างแรงงานที่ทำกับโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าเสียหาย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างจำนวน 736,662 บาท และค่าเสียหายจำนวน 1,800,000 บาท รวมเป็นจำนวน 2,536,662 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2550 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2548 จำเลยจ้างโจทก์เข้าทำงานในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ได้รับค่าจ้างอัตราเดือนละ 180,000 บาท ระหว่างทำงานโจทก์มีขอบเขตการทำงานก่อนสิ้นสุดสัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์กับจำเลยตามเอกสารสัญญาจ้าง จำเลยมีแผนผังการทำงานซึ่งมีนายเอกพจน์ เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของโจทก์ทำงานในตำแหน่งผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสาระและความบันเทิงได้รับค่าจ้างเดือนละ 73,500 บาท วันที่ 13 ธันวาคม 2549 นายเอกพจน์ได้ลาออกจากการเป็นพนักงานของจำเลย จำเลยจึงมีคำสั่งให้โจทก์ทำงานแทนในส่วนงานของนายเอกพจน์ ต่อมาวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2550 โจทก์มีจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ส่งถึงนายเดวิท

เรื่องหาคนมาทำงานแทนนายเอกพจน์ แต่จำเลยยังไม่สามารถหาคนมาทำงานแทนได้ ในวันที่ 24 สิงหาคม 2550 โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้างกับจำเลยและเรียกค่าเสียหาย จำเลยมีหนังสือตอบกลับ ระหว่างโจทก์ทำงานจำเลยได้ประเมินผลงานของโจทก์ในช่วงวันที่ 1 กรกฎาคม 2549 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2550 และโจทก์มีบันทึกเวลาเข้าออกงาน และวินิจฉัยว่านายเอกพจน์เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของโจทก์ ขอบเขตการทำงานของโจทก์ต้องดูแลงานของนายเอกพจน์ด้วย หลักการทำงานหากนายเอกพจน์ลาออกโจทก์ต้องเข้าไปทำหน้าที่ดูแลต่อไปก่อน เมื่อสัญญาจ้างแรงงานมีลักษณะสำคัญประการหนึ่งคือ จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างมีสิทธิใช้อำนาจบังคับบัญชาโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างโดยคำสั่งที่เป็นธรรมและไม่ขัดต่อกฎหมาย

การที่จำเลยสั่งให้โจทก์ทำงานแทนนายเอกพจน์เป็นการชั่วคราวดังกล่าวจึงเป็นการใช้อำนาจอันจำเป็นและมีเหตุพอสมควรแก่กรณี คำสั่งจึงชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมแล้ว การที่โจทก์ตกลงย่อมเป็นการเปลี่ยนภาระหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานโดยปริยาย ปรากฏว่าจำเลยได้สรรหาบุคคลมาเพื่อทำงานตำแหน่งของนายเอกพจน์ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยมิได้นิ่งนอนใจในการหาบุคคลเข้าทำงานในตำแหน่งของนายเอกพจน์โจทก์มีระยะเวลาทำงานในแต่ละวันเท่าเดิม มิได้เป็นการก่อภาระเพิ่มเติมแก่โจทก์อันเกินสมควรย่อมไม่อาจถือได้ว่าจำเลยปฏิบัติผิดสัญญาจ้าง อันจะทำให้ต้องชดใช้ค่าเสียหายจากการที่โจทก์บอกเลิกสัญญาไม่ว่าเป็นค่าเสียหายที่คิดจากค่าชดเชยหรือค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม และฟังไม่ได้ว่าจำเลยตกลงจ่ายค่าทำงานที่โจทก์ทำแทนนายเอกพจน์แก่โจทก์

จำเลยย่อมไม่มีหนี้ที่จะจ่ายค่าเสียหายส่วนนี้เช่นกันกับที่โจทก์ใช้สิทธิเลิกสัญญาโดยเรียกค่าเสียหาย ย่อมมิใช่กรณีจำเลยเลิกจ้างโจทก์ ทั้งโจทก์มิได้เรียกค่าเสียหายจากการเลิกจ้าง จึงไม่เป็นสาระสำคัญแก่การพิจารณา ไม่จำต้องวินิจฉัยข้อนี้ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า จำเลยผิดสัญญาจ้างแรงงานที่ทำกับโจทก์หรือไม่ เห็นว่า แม้ขอบเขตการทำงานของโจทก์กับนายเอกพจน์ตามเอกสาร จะมีหน้าที่แตกต่างกันก็ตาม แต่ตามขอบเขตการทำงานของโจทก์ตามเอกสารในข้อ 1 ระบุให้โจทก์ต้องดูแลงานส่วนของนายเอกพจน์ด้วย หลักการทำงานหากนายเอกพจน์ผู้ใต้บังคับบัญชาลาออกโจทก์ในฐานะผู้บังคับบัญชาต้องเข้าไปดูแลงานของนายเอกพจน์ก่อน เมื่อตามสัญญาจ้างแรงงานมีลักษณะสำคัญที่จำเลยในฐานะนายจ้างมีสิทธิที่จะใช้อำนาจบังคับบัญชาโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้าง และอำนาจที่นายจ้างใช้นั้นต้องเป็นธรรมและชอบด้วยกฎหมาย

การที่จำเลยสั่งให้โจทก์ทำงานแทนนายเอกพจน์ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ลาออกไปเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะหาพนักงานใหม่มาแทนได้ เนื่องจากตำแหน่งงานของนายเอกพจน์มีความสำคัญที่จะต้องสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาแทน จึงเป็นการใช้อำนาจบังคับบัญชาอันจำเป็นและมีเหตุพอสมควรแก่กรณี คำสั่งดังกล่าวของจำเลยจึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม ซึ่งโจทก์ยินยอมทำงานแทนนายเอกพจน์และคำสั่งนั้นมิได้เพิ่มภาระแก่โจทก์เกินสมควร เมื่อโจทก์ทำงานแทนนายเอกพจน์ชั่วคราว โจทก์ยังคงใช้เวลาทำงานในแต่ละวันเท่าเดิมเหมือนกับที่โจทก์ใช้เวลาทำงานตามตำแหน่งของโจทก์ในแต่ละวัน การกระทำของจำเลยดังกล่าวยังถือไม่ได้ว่าจำเลยผิดสัญญาจ้างแรงงานที่ทำกับโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าเสียหายใด ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นอีกต่อไปเพราะไม่ทำให้ผลคำพิพากษาเปลี่ยนแปลง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธีระยุทธ ทรัพย์นภาพร · ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · ธีระพงศ์ จิระภาค
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายไพโรจน์ นิติกรไชยรัตน์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ร.666/2552
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ966/2551
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ33/2552
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3680/2567

บ. เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ตำแหน่งช่างเจียระไน โดยมีข้อเสนอนอกเหนือจากงานในตำแหน่งช่างเจียระไน ว่า จำเลยที่ 1 เสนอให้ บ. รับผลิตงานเพิ่มเติม ตามสัญญาการทำงาน ข้อ 2 แต่การรับผลิตงานเพิ่มเติมดังกล่าวจะ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1875/2566

แม้คดีก่อนมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยฟ้องเพิกถอนคำสั่งเลิกจ้าง และเรียกสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมจากโจทก์ได้ดังฟ้องของจำเลยเพียงใดหรือไม่ แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1307/2566

แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่า โจทก์มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502 แต่ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 4 ให้คำนิยามความหมายของคำว่า "หน่วยงานของรัฐ" ว่า กระท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4032/2561

เงินโบนัสไม่มีกฎหมายบังคับว่านายจ้างต้องจ่ายเสมอไป หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการจ่ายเงินโบนัสหรือสิทธิที่ลูกจ้างจะได้รับเงินโบนัส จึงต้องเป็นไปตามข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างนั้น จำเลยมีประกาศ เรื่อง เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4009/2561

แม้การที่โจทก์แสดงความประสงค์ลาออกจากงานต่อจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2557 โดยให้มีผลวันที่ 16 พฤษภาคม 2557 เป็นการแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาจ้างแรงงาน ซึ่งการเลิกสัญญาจ้างแรงงานที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้