Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 166/2490

พ.ศ. 2490 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การใช้สิทธิ์ฟ้องร้องคดีแพ่งหรือคดีอาญานั้น ทำได้ไม่ถือว่าเป็นละเมิด แต่ต้องเป็นการฟ้องโดยมีเรื่องฟ้อง จำเลยฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญาและแพ่ง ศาลตัดสินยกฟ้องโดยไม่ได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงนั้น ยังไม่พอฟังว่า จำเลยใช้สิทธิโดยไม่สุจริตหรือละเมิดต่อโจทก์ ค่าทนายชั้นศาลชั้นต้นติดตามทุนทรัพย์ในฟ้อง, ชั้นอุทธรณ์คิดตามทุนทรัพย์ที่อุทรธรณ์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

เดิมนางเป่าจำเลยเป็นโจทก์ฟ้องนายสิทธิ์, นางตั๋น โจทก์ในคดีนี้หาว่ายักยอกทรัพย์ ศาลพิพากษายกฟ้อง นางเป่าจึงนำคดีเรื่องเดียวกันมาฟ้องเป็นคดีแพ่งเรียกทรัพย์คืน ศาลเดิมก็พิพากษายกฟ้องคดี โจทก์จึงได้ฟ้องนางเป่าเป็นจำเลยในคดีนี้เรียกค่าเสียหาย เนื่องจากนางเป่าได้ฟ้องนายสิทธิ์และนางตั๋นโจทก์เป็นคดีอาญา นางเป่าให้การว่าที่ฟ้องคดีอาญานั้น นางเป่าไม่มีเจตนาแกล้งให้โจทก์เสียหายแต่อย่างใด และโจทก์ก็ไม่เสียหาย นางเป่าได้ใช้สิทธิ์ทางศาลโดยสุจริต ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ท้องเรื่องเป็นการพิพากกันในทางแพ่งโดยแท้ แต่จำเลยกล่าวมูลฟ้องหมุนพอให้เป็นคดีอาญาขึ้นเท่านั้น แม้จะไม่จงใจ ก็เป็นการใช้สิทธิ์โดยไม่สุจริต จึงพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ๒๐๐ บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์,

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาเห็นว่า โดยปรกติการฟ้องร้องคดีเป็นสิทธิ์ของบุคคลที่จะร้องขอความคุ้มครองจากศาล การฟ้องร้องในทางอาญาและแพ่งจะเรียกว่า เป็นการละเมิดหาได้ไม่ เพราะผู้นั้นใช้สิทธิ์ที่กฎหมายให้ไว้ การกระทำนั้นจึงไม่ใช่เป็นการผิดกฎหมาย แต่การที่กฎหมายให้สิทธิ์ฟ้องร้องนั้นต้องหมายความว่าให้ฟ้องได้เมื่อมีเรื่องคดีนี้ไม่ได้ความว่า จำเลยฟ้องโดยไม่มีเรื่อง เพราะตามคำพิพากษาคดีก่อน ๆ ไม่ปรากฎว่าศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยข้อเท็จจริง และการที่ศาลไม่ลงโทษในดคีก่อน ๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าจำเลยจำไม่มีเรื่องฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาคงเห็นด้วยกันศาลอุทธรณ์ที่พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ส่วนที่โจทก์ฎีกาค่าทนายความนั้นปรากฎว่าในศาลชั้นต้น โจทก์เรียกค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน ๔๙๗ บาท ซึ่งอัตราค่าทนายความสำหรับศาลชั้นต้นมีถึง ๑๒๕ บาท เป็นคั่นสูง ในชั้นศาลอุทธรณ์พิพากษาเห็นด้วยค่าสินไหมทดแทน ๒๐๐ บาท

มีอัตราค่าทนายความ ๒๕ บาท เป็นคั่นสูง เมื่อรวม ๒ ศาลแล้ว ศาลอุทธรณ์ให้ค่าทนายความสำหรับศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้นได้ถึง ๑๕๐ บาท ฉะนั้นที่ศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ใช้จำเลยรวม ๒ ศาลเพียง ๗๕ บาท จึงไม่เกิน()ศาลชั้นต้น - หลวงสารนาทประจิตรศาลอุทธรณ์ - พระประศาสน์วินิจฉัย

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3017/2537

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินพิพาทโดยซื้อและรับโอนสิทธิครอบครองมาจาก ช. ต่อมาโจทก์ยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายจำเลยได้ยื่นคำคัดค้านการขอรังวัดออกโฉนดที่ดินของโจทก์โดยอ้างว่า จำเลยซื้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3484/2529

จำเลยซื้อรถยนต์พิพาทมาจากป. แต่ยังไม่ได้โอนทะเบียนเป็นชื่อจำเลยต่อมามีผู้อ้างว่าชื่อธ. นำรถยนต์มาขอแลกเปลี่ยนกับรถยนต์พิพาทจำเลยก็ตกลงแลกเปลี่ยนให้หลังจากนั้นโจทก์ได้รับซื้อรถยนต์พิพาทไว้จากชายคนหนึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 730/2490

จำเลยเชื่อโดยสุจริตใจและมีเหตุผลสมควรว่าโจทก์หมิ่นประมาทจำเลย ซึ่งเป็นเจ้าพนักงาน จึงแจ้งต่อนายอำเภอจนโจทก์ถูกจับกุมฟ้องร้องนั้น แม้ภายหลัง ศาลจะชี้ขาดว่าถ้อยคำของโจทก์ไม่ถึงเป็นหมิ่นประมาทก็ดีหรือปรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2567

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองรถที่โจทก์รับประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งที่ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เมาสุราซึ่งจากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำเลยที่ 1 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 102…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้