Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1661/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ก่อสร้างตลาดผิดจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตและยังก่อสร้างต่อไปโดยไม่ขอต่ออายุใบอนุญาต จำเลยซึ่งเป็นหัวหน้าเขตให้โจทก์ปฏิบัติการให้ถูกต้องโจทก์ก็เพิกเฉย การที่จำเลยใช้เครื่องขยายเสียงพูดกับคนงานของโจทก์บริเวณที่ทำการก่อสร้างว่า "งานบริษัทนี้ (หมายถึงบริษัทโจทก์) พวกคุณไม่ต้องมาทำอีกต่อไปแล้วพวกคุณไม่ต้องมาอยู่คอย เพราะคอยแค่ไหนก็ไม่สามารถจะทำได้ พวกคุณไปทำงานที่อื่นได้แล้ว บริษัทอื่นที่ดีกว่านี้ยังมีอีกมาก บริษัทเลว ๆ อย่างนี้หากพวกคุณขืนอยู่คอยต่อไปพวกคุณก็อดตาย ขณะนี้ผู้จัดการบริษัทนี้ก็ได้หลบหนีไปแล้วและบริษัทนี้ก็ไม่มีใบอนุญาตด้วย" เป็นการกล่าวเพื่อชี้แจงให้คนงานทราบว่าการก่อสร้างผิดแบบแปลนและใบอนุญาตหมดอายุ เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายคนงานอาจมีความผิดด้วย ขอให้คนงานหยุดก่อสร้างและอย่ารอทำงานเพราะกว่าจะแก้ไขให้ถูกต้องก็ต้องใช้เวลาหลายเดือน คำกล่าวเช่นนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตในฐานะที่จำเลยเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ แม้การใช้ถ้อยคำจะไม่สมควรและเกินเลยไปบ้างก็ยังไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท หนังสือรับรองของอธิบดีกรมอัยการที่จำเลยยื่นพร้อมฎีกาเป็นหลักฐานเช่นเดียวกับการที่อธิบดีกรมอัยการลงลายมือชื่อรับรองในฎีกา ถือได้ว่าเป็นการรับรองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 แล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๒๖ เวลากลางวัน จำเลยได้กล่าวข้อความอันเป็นการโฆษณาด้วยเครื่องขยายเสียงหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ต่อหน้าคนงานก่อสร้างและบุคคลอื่นว่า "งานบริษัทนี้ (หมายถึงบริษัทโจทก์) พวกคุณไม่ต้องมาทำอีกต่อไปแล้ว พวกคุณไม่ต้องมาอยู่คอย เพราะคอยแค่ไหนก็ไม่สามารถจะทำได้ พวกคุณไปทำงานที่อื่นได้แล้ว บริษัทอื่นที่ดีกว่านี้ยังมีอีกมาก บริษัทเลว ๆ อย่างนี้ หากพวกคุณขืนอยู่คอยต่อไปพวกคุณก็อดตาย ขณะนี้ผู้จัดการบริษัทนี้ (หมายถึงโจทก์ที่ ๒ ) ก็ได้หลบหนีไปแล้ว และบริษัทนี้ก็ไม่มีใบอนุญาตด้วย" ซึ่งข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริงทำให้โจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นและถูกเกลียดชัง เหตุเกิดที่ตลาดราชวัตร แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทหมหานคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖, ๓๒๘, ๑(๑), ๕๙, ๘๓ ให้จำเลยแก้ข่าวให้โจทก์ทางหนังสือพิมพ์ปิดประกาศแก้ข่าวให้โจทก์ในที่เกิดเหตุด้วย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าฟ้องโจทก์มีมูลจึงมีคำสั่งให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖, ๓๒๘ ลงโทษตามมาตรา ๓๒๘ ซึ่งเป็นบทหนัก ปรับจำเลย ๓,๐๐๐ บาท โจทก์ทั้งสองและจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยประกาศแก้ข่าวให้โจทก์ทางหนังสือพิมพ์และปิดประกาศแก้ไขให้โจทก์ ณ ที่เกิดเหตุเป็นเวลา ๗ วันติดต่อกันด้วย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาโดยอธิบดีกรมอัยการรับรองฎีกาของจำเลย ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ที่โจทก์โต้แย้งมาในคำแก้ฎีกาว่า อธิบดีกรมอัยการมิได้ลงลายมือชื่อรับรองในฎีกา แต่ทำหนังสือรับรองมาต่างหาก ผิดเงื่อนไขที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๒๑ บัญญัติไว้ ไม่ชอบที่จะวินิจฉัยให้นั้น เห็นว่า หนังสือรับรองของอธิบดีกรมอัยการที่จำเลยยื่นพร้อมฎีกา ถือได้ว่าเป็นการรับรองตามความประสงค์ของกฎหมายแล้ว เพราะเป็นหลักฐานเช่นเดียวกับการที่อธิบดีกรมอัยการลงลายมือชื่อรับรองในฎีกา เมื่อฎีกาของจำเลยอธิบดีกรมอัยการได้รับรองให้ฎีกาแล้ว ศาลฎีกาจึงชอบที่จะวินิจฉัยฎีกาของจำเลยได้ ในการวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงตามที่จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันฟังได้ว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดมีโจทก์ที่ ๒ เป็นกรรมการผู้จัดการ โจทก์ที่ ๑ เป็นเจ้าของตลาดราชวัตร ส่วนจำเลยมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร มีหน้าที่รับผิดชอบควบคุมดูแลการก่อสร้างอาคารในเขตดุสิตให้เป็นไปตามกฎหมาย เมื่อประมาณปี ๒๕๒๔ โจทก์ที่ ๑ ทำการก่อสร้างปรับปรุงตลาดราชวัตรใหม่ ครั้นวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๒๖ เวลา ๑๐ นาฬิกาเศษขณะทีโจทก์ที่ ๑ ปรับปรุงก่อสร้างตลาดราชวัตรยังไม่เสร็จ จำเลยกับพวกได้พากันไปที่บริเวณตลาดราชวัตรที่โจทก์ที่ ๑ กำลังทำการปรับปรุงก่อสร้าง แล้วพูดกับคนงานของโจทก์ที่ ๑ นับร้อยคนต่อหน้าพ่อค้าแม่ค้าที่มาฟังว่า ให้คนงานหยุดทำงานการก่อสร้างที่ผ่านมาแล้วต้องทุบทิ้ง

เพราะก่อสร้างผิดแบบใครขืนทำต่อไปก็จะถูกจับกุมคอยอยู่อีกกี่ปีก็ไม่มีทางสร้างได้ ขืนอยู่ต่อไปก็จะอดตาย ทั้งผู้จัดการก็หลบหนีไปแล้ว คดีมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยพูดชี้แจงแก่คนงานโดยผ่านเครื่องขยายเสียง และพูดว่าโจทก์ที่ ๑ เป็นบริษัทเลว ๆ ใช่หรือไม่

พิเคราะห์แล้ว

ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยมิได้กล่าวว่าโจทก์ที่ ๑ เป็นบริษัทเลว ๆ นั้น เห็นว่าโจทก์มีนายเจษฎา พฤทธิวรวงษ์ นางรัศมี ยอดสกุล นายสมศักดิ์ ขันมณี นางรัตนา โกมลสุบิน และนางสุชาดา ปัญญาธรรมเลิศ เป็นพยานเบิกความสอดคล้องต้องกันว่า จำเลยพูดต่อหน้าคนงาน พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในบริเวณที่เกิดเหตุว่า บริษัทเลว ๆ อย่างนี้ ขืนทำงานไปก็มีแต่จะอดตาย ฯลฯ สำหรับนางรัศมี นายสมศักดิ์ นางรัตนา และนางสุชาดามีอาชีพค้าขายมิได้อยู่ใต้บังคับบัญชาของคู่ความฝ่ายใด คำเบิกความพยานเหล่านี้จึงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ฟังได้ว่าจำเลยได้กล่าวว่าโจทก์ที่ ๑ เป็นบริษัทเลว ๆ จริง ส่วนข้อที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่ได้พูดกับคนงานโดยผ่านเครื่องขยายเสียงนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยไปพูดกับคนงานในบริเวณที่ทำการก่อสร้างซึ่งอยู่ในตลาดราชวัตร เห็นได้ว่าสถานที่เช่นนั้นไม่ใช่ที่เงียบสงัด คดีได้ความจากโจทก์จำเลยต่อไปว่า จำเลยไม่ได้พูดกับคนงานเพียงคนเดียวหรือสองคน แต่พูดกับคนงานถึงร้อยคนเศษ จึงเชื่อว่าจำเลยต้องพูดผ่านเครื่องขยายเสียงจึงจะได้ยินกันทั่ว ศาลชั้นล่างฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยคดีในปัญหานี้ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ที่จำเลยฎีกาว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดเพราะจำเลยกล่าวข้อความตามฟ้องโดยสุจริตในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติตามหน้าที่นั้น จำเลยนำสืบฟังได้ว่า โจก์ก่อสร้างตลาดผิดจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตและก่อสร้างต่อไปโดยไม่ขอต่ออายุใบอนุญาต จำเลยให้โจทก์ปฏิบัติการให้ถูกต้องโจทก์ก็เพิกเฉย เจ้าพนักงานท้องถิ่นจึงมีหนังสือหมาย ล.๑๑ ลงวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๒๖ ไปยังโจทก์ที่ ๑ ให้โจทก์ที่ ๑ ระงับการก่อสร้าง แล้วจำเลยให้เจ้าพนักงานตำรวจดำเนินคดีแก่โจทก์ที่ ๑ ต่อมาโจทก์ที่ ๒ หลบหนี พนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับโจทก์ที่ ๒ ไว้ รายละเอียดปรากฏตามรายงานแจ้งผลคดีและหมายจับหมาย ล.๑๓ จำเลยกล่าวถ้อยคำตามฟ้องเพื่อชี้แจงให้คนงานทราบว่า

การก่อสร้างทั้งหมดเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เพราะก่อสร้างผิดแบบแปลนและใบอนุญาตหมดอายุแล้ว ตามกฎหมายนั้นคนงานอาจมีความผิดด้วย ถ้าทางเขตจะแจ้งจับกุมคนงานก็ย่อมทำได้ แต่ทางเขตเห็นใจคนงาน จำเลยขอให้คนงานหยุดก่อสร้าง และอย่าได้รอทำงานเพราะกว่าจะแก้ไขให้ถูกต้องก็ต้องใช้เวลาหลายเดือนคนงานจะอดตาย ให้ไปหางานที่อื่นทำ เช่นนี้ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่จำเลยกล่าวถ้อยคำตามฟ้องทั้งหมดนั้นเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ในฐานะที่จำเลยเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่แม้จำเลยจะได้ใช้ถ้อยคำว่า "โจทก์ที่ ๑ เป็นบริษัทเลว ๆ" ตามที่วินิจฉัยไว้แล้วก็เป็นเพียงการใช้ถ้อยคำที่ไม่สมควรและเกินเลยไปบ้าง จำเลยจึงยังไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๙ (๒) ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · เจริญ นิลเอสงฆ์
ศาลล่าง
ศาลแขวางพระนครเหนือ - นายเฉลิมชัย จารุไพบูลย์
ศาลอุทธรณ์ - นายสุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 406/2567

ข้อความที่จำเลยพิมพ์ลงในเว็บไซต์เฟซบุ๊กเป็นการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการแต่งตั้งโจทก์เป็นปลัดกระทรวง อ. ซึ่งก่อนหน้านั้นโจทก์ถูกตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องการนำรถยนต์ราชการไปใช้ในกิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1861/2561

ป.อ. มาตรา 329 เป็นบทบัญญัติยกเว้นการกระทำที่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท เพื่อมิให้ผู้แสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริตต้องตกเป็นผู้กระทำผิด ทั้งนี้เพื่อให้การวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นเป็นสิ่งที่กระทำได้ใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11118/2558

ในระหว่างที่จำเลยที่ 1 รับจ้างทำงานให้แก่สำนักงาน น. ซึ่งเป็นองค์การมหาชนภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวง ว. นั้น โจทก์ร่วมดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักงาน น. และในช่วงระยะเวลาเดียวกันนั้น จำเลยที่ 1 รั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20106/2556

จำเลยเคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัด โจทก์เคยเป็นประธานทอดกฐิน โจทก์ จำเลย บุคคลที่เกี่ยวข้องกับวัดและกรรมการของวัดขัดแย้งกันเกี่ยวกับเรื่องการเงินของวัดแยกออกเป็นหลายฝ่าย และกล่าวหาอีกฝ่ายยักยอกเงินของวัด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1068/2537

หัวข้อข่าวที่ว่า แอมบาสเดอร์เบี้ยวค่าเฟอร์นิเจอร์เจ้าของร้านฟ้องศาลเรียกหนี้ 1 ล้าน หมายถึงแอมบาสเดอร์ไม่จ่ายค่าเฟอร์นิเจอร์ เพราะไม่ซื่อตรงหรือโกง เจ้าของร้านฟ้องศาลเรียกหนี้ 1 ล้านบาท และหัวข้อข่าวด…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้