คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้โจทก์หากสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้ ก็ให้ใช้ค่าที่ดินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยโจทก์ร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาและร้องขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินเพื่อมีคำสั่งอายัดที่ดินดังกล่าวไว้ก่อนพิพากษา
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งอายัดที่ดินนั้นและมีหมายห้ามชั่วคราวไปยังเจ้าพนักงานที่ดิน ห้ามจำเลยจ่ายโอนที่ดินผู้ร้องยื่นคำร้องว่าผู้ร้องมีสิทธิได้รับโอนที่ดินพิพาทจากจำเลยตามคำพิพากษาในคดีก่อนซึ่งถึงที่สุดแล้ว ทั้งโจทก์จำเลยในคดีนี้ก็เป็นจำเลยในคดีก่อน โจทก์ไม่มีสิทธิขอให้คุ้มครองชั่วคราวก่อนคำพิพากษา ขอให้เพิกถอนคำสั่งอายัดที่ดินศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องมิได้เป็นคู่ความในคดีนี้ หากเสียหายประการใดชอบที่จะฟ้องเป็นคดีต่างหาก ให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับผู้ร้องในคดีก่อน ให้ผู้ร้องซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลย
จนศาลชั้นต้นได้พิพากษาตามยอมและผู้ร้องได้ชำระราคาแก่จำเลยแล้วนั้นหากเป็นความจริง ผู้ร้องย่อมมีสิทธิตามคำพิพากษาบังคับให้จำเลยจดทะเบียนสิทธิได้ก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300 อันจะบังคับคดีในคดีนี้ให้กระทบกระทั่งสิทธิดังกล่าวของผู้ร้องมิได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 การที่ศาลชั้นต้นออกคำสั่งอายัดที่ดินพิพาทและมีหมายห้ามโอนไปยังเจ้าพนักงานที่ดิน เป็นวิธีการชั่วคราวก่อนคำพิพากษาเพื่อคุ้มครองปกป้องผลประโยชน์ของโจทก์ให้ได้รับผลตามคำพิพากษาโดยสมบูรณ์ ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264ซึ่งมาตรา 259 ได้นำบทบัญญัติว่าด้วยการบังคับคดีมาใช้บังคับแก่วิธีการชั่วคราวโดยอนุโลม
ฉะนั้นหากได้ความจริงคำสั่งอายัดและหมายห้ามโอนก็กระทบกระทั่งสิทธิผู้ร้อง อาจต้องเพิกถอนเสีย จึงควรรับคำร้องของผู้ร้องไว้ดำเนินการพิจารณาต่อไปศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องและศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาพิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้รับคำร้องของผู้ร้องไว้พิจารณาต่อไป