Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1699/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พระบรมราชโองการของพระมหากษัตริย์สมบูรณาญาสิทธิราชย์มีผลเด็ดขาดตามกฎหมาย เมื่อมิได้มีพระบรมราชโองการของพระองค์ ท่านเองหรืออำนาจเด็ดขาดอื่นใดยกเลิกเพิกถอน พระบรมราชโองการนั้นย่อมยังมีผลอยู่ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 681/2481) พินัยกรรมซึ่งเจ้ามรดกทำไว้เมื่อปี พ.ศ. 2460 และมีพระบรมราชโองการของพระมหากษัตริย์สมบูรณาญาสิทธิราชย์สลักหลังท้ายพินัยกรรมให้เป็นอันใช้ได้เหมือนพินัยกรรมที่ได้ทำถูกต้องตามพระราชกำหนดกฎหมายทุกประการ ห้ามมิให้ผู้พิพากษารับฟ้องพิพากษาความอันเกี่ยวข้องด้วยทรัพย์สมบัติของเจ้ามรดกให้ผิดจากพินัยกรรม ดังนี้ พินัยกรรมนั้นย่อมมีผลตามกฎหมายที่ยังใช้บังคับให้เป็นไปตามข้อกำหนดในพินัยกรรมนั้นอยู่ได้ตลอดมา ศาลจะพิพากษาความอันเกี่ยวข้องด้วยทรัพย์สมบัติของเจ้ามรดกให้ผิดจากพินัยกรรม เป็นการขัดพระบรมราชโองการหาได้ไม่ พินัยกรรมซึ่งได้รับพระราชทานพระบรมราชโองการดังกล่าวแล้วกำหนดให้ที่ดินที่ระบุของเจ้ามรดกคงเป็นสมบัติของเจ้ามรดก อยู่เสมอไปและให้มีผู้ดูแลรักษาที่ดินนั้นไว้เป็นที่อยู่อาศัยแก่วงศ์ญาติผู้หาที่อยู่ไม่ได้แต่ผู้ที่อยู่อาศัยไม่มีกรรมสิทธิ์ หากจำเป็นต้องขายหรือแลกเปลี่ยนที่ดินด้วยความประสงค์แห่งรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ผู้จัดการ(มรดก)เอาเงินนั้นหาซื้อที่อื่นและจัดการให้เป็นไปตามความประสงค์ในพินัยกรรมโดยดีที่สุดที่จะทำได้ ดังนี้ เมื่อผู้จัดการมรดกขายที่ดินดังกล่าวไปก็มีหน้าที่ต้องนำเงินไปซื้อที่ใหม่เพื่อให้วงศ์ญาติของเจ้ามรดกได้อยู่อาศัยตามข้อกำหนดในพินัยกรรม จะนำเงินที่ได้จากการขายที่ดินมาแบ่งให้แก่ทายาทเพื่อไปจัดซื้อที่อยู่ใหม่เอาเองหาได้ไม่เพราะมีผลเท่ากับถือเอาว่าทายาทผู้ได้รับเงินส่วนแบ่งเป็นผู้มีส่วนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าว ซึ่งทำให้ที่ดินที่กำหนดไว้ตามพินัยกรรมให้เป็นที่อยู่อาศัยของวงศ์ญาติต้องสลายตัวไป แม้จะมีเจตนาแบ่งเงินให้ทายาทเพื่อไปจัดซื้อที่อยู่อาศัยใหม่เอาเอง ที่ดินที่ซื้อใหม่ก็เปลี่ยนสภาพมิใช่เป็นที่รวมสำหรับวงศ์ญาติอาศัยอยู่ แต่กลายเป็นกรรมสิทธิ์ของทายาทผู้ซื้อแต่ละคนซึ่งมีอำนาจหวงกันมิให้ทายาทหรือวงศ์ญาติอื่นๆ เข้าไปอยู่อาศัยอันเป็นการขัดต่อข้อกำหนดแห่งพินัยกรรม การที่ผู้จัดการมรดกขายที่ดินที่ระบุในพินัยกรรมไปและต้องเอาเงินที่ขายได้จัดหาซื้อที่อื่นและจัดการให้เป็นไปตามความประสงค์นั้นเป็นการหาที่ดินมาแทนที่ดินที่ขายไปซึ่งผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนดในพินัยกรรมซึ่งยังมีผลใช้บังคับอยู่หาใช่เป็นการก่อตั้งทรัสต์ขึ้นใหม่ในขณะนี้นอกเหนือจากข้อกำหนดในพินัยกรรมไม่ จึงนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1686มาใช้บังคับแก่กรณีนี้ไม่ได้ ข้อความในพินัยกรรมดังกล่าวแล้ว ที่กำหนดให้ที่ดินที่ระบุไว้เป็นอาศัยสถานแก่วงศ์ญาตินั้น เจ้ามรดกมีเจตนาที่จะให้ที่ดินนั้นเป็นที่รวมสำหรับวงศ์ญาติ ผู้ไม่มีที่อยู่อาศัยจะได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยต่อไปซึ่งหมายถึงทั้งวงศ์ญาติที่มีตัวอยู่ในขณะเจ้ามรดกถึงแก่กรรมและที่เกิดมาในเวลาข้างหน้า โดยไม่ประสงค์ให้ใครถือเอาที่ดินนั้นเป็นของตน และเพื่อมิให้ขัดกับหลักกฎหมายในเรื่องกรรมสิทธิ์และมรดกและให้มีผลบังคับได้ เจ้ามรดกจึงได้นำพินัยกรรมขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อขอพระราชทานพระบรมราชโองการเพื่อจะได้มีผลใช้บังคับได้ตลอดไปโจทก์เป็นเหลนของเจ้ามรดกแม้จะเกิดหลังจากเจ้ามรดกถึงแก่กรรมแล้วโจทก์ ก็เป็นวงศ์ญาติคนหนึ่งที่มีส่วนจะได้รับประโยชน์ในการเข้าอยู่อาศัยในที่ดินตามที่กำหนดไว้ในพินัยกรรม โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องผู้จัดการมรดกที่มิได้จัดการมรดกให้เป็นไปตามพินัยกรรมเพื่อรักษาประโยชน์ของโจทก์ในฐานะวงศ์ญาติคนหนึ่งที่อาจได้รับความเสียหายจากการกระทำของผู้จัดการมรดกได้ (วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 11-16/2515)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเหลนเจ้าพระยาเทเวศร์วงษ์วิวัฒน์เจ้ามรดกเมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๔๖๐ เจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมกำหนดให้ที่ดินโฉนดที่ ๔๙๒๒ และ ๔๙๒๓ ให้คงเป็นสมบัติของเจ้ามรดกอยู่ตลอดไป เพื่อให้เป็นอาศัยสถานแก่วงศ์ญาติผู้หาที่อยู่มิได้ หากจำเป็นต้องขาย ขอให้ผู้จัดการมรดกเอาเงินนั้นหาซื้อที่อื่นและจัดการให้เป็นไปตามความประสงค์พินัยกรรมนี้ได้มีพระบรมราชโองการของรัชกาลที่ ๖ ให้ใช้ได้เป็นกฎหมาย ผู้จัดการมรดกได้ขายที่ดินดังกล่าวให้แก่ผู้มีชื่อและนำเงินที่ขายได้แบ่งแก่ทายาท ขัดต่อข้อกำหนดในพินัยกรรมขอให้ห้ามจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกนำเงินที่ได้จากการขายที่ดินไปแบ่งให้แก่ทายาทแต่ให้นำไปซื้อที่ดินอื่น จัดให้วงศ์ญาติของเจ้ามรดกได้อยู่อาศัยต่อไป

จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยขายที่ดินเอาเงินเพื่อให้ทายาทไปซื้อที่ดินอยู่อาศัยตามความประสงค์ของบรรดาทายาทที่ได้ตกลงกัน ขณะนี้ข้อกำหนดในพินัยกรรมระงับสิ้นลงแล้ว ศาลชั้นต้นสอบข้อเท็จจริงตามที่คู่ความรับกัน แล้วสั่งงดสืบพยานและวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นเหลนเจ้าพระยาเทเวศร์วงษ์วิวัฒน์เกิดหลังจากเจ้าพระยาเทเวศร์วงษ์วิวัฒน์ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว ๒๕ ปี โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ตามพินัยกรรมเป็นการเฉพาะตัวโดยตรง เพราะจะทำให้ผู้มีสิทธิได้รับประโยชน์ตามพินัยกรรมนี้โดยไม่มีที่สิ้นสุด โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ห้ามจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกนำเงินที่ได้จากการขายที่ดินโฉนดที่ ๔๙๒๒ และ ๔๙๒๓ ตามพินัยกรรมไปแบ่งให้แก่ทายาท แต่ให้นำไปซื้อที่ดินอื่นใหม่แทนตามข้อกำหนดในพินัยกรรม

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เจ้าพระยาเทเวศร์วงษ์วิวัฒน์ ได้ทำพินัยกรรมลงวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๔๖๐ ตามสำเนาเอกสารหมาย ๑ ท้ายฟ้อง โดยกำหนดไว้ในพินัยกรรมข้อ ๑ ว่าให้ที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๙๒๒ และ ๔๙๒๓ ซึ่งอยู่ตำบลคลองเตย อำเภอพระโขนง จังหวัดพระนคร คงเป็นสมบัติของเจ้าพระยาเทเวศร์วงษ์วิวัฒน์ และกำหนดให้มีผู้ดูแลรักษาที่ดินทั้งสองโฉนดนี้ไว้เป็นที่อยู่อาศัยแก่วงศ์ญาติผู้หาที่อยู่ไม่ได้ แต่ผู้ที่อยู่อาศัยไม่มีกรรมสิทธิ์ที่จะถือว่าที่ดินนั้นเป็นของตนและทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดโดยมิได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองหาได้ไม่ กับได้กำหนดไว้ในข้อ ๒ ว่า ถ้าที่ดินรายนี้จำเป็นต้องขายหรือแลกเปลี่ยนด้วยความประสงค์แห่งรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยประการใด

ๆ ขอให้ผู้จัดการเอาเงินนั้นหาซื้อที่อื่นและจัดการให้เป็นไปตามความประสงค์ในหนังสือฉบับนี้โดยดีที่สุดที่จะทำได้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สลักหลังท้ายหนังสือ (เอกสารหมาย ๑) เป็นอันใช้ได้เหมือนหนังสือพินัยกรรมที่ได้ทำถูกต้องตามพระราชกำหนดกฎหมายทุกประการห้ามมิให้ผู้พิพากษาตุลาการรับฟ้อง พิพากษาความอันเกี่ยวข้องด้วยทรัพย์สมบัติของเจ้าพระยาเทเวศร์วงษ์วิวัฒน์ให้ผิดจากหนังสือพินัยกรรม ฯลฯ เจ้าพระยาเทเวศร์วงษ์วิวัฒน์ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๕ พระยาอาทรธุระศิลป์ซึ่งเป็นบุตรเจ้าพระยาเทเวศร์วงษ์วิวัฒน์ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๙ นายวิเชียร กุญชร ณ อยุธยา เป็นบุตรพระยาอาทรธุระศิลป์เกิด

พ.ศ. ๒๔๔๗ และอยู่อาศัยในที่ดินส่วนหนึ่งของโฉนดเลขที่ ๔๙๒๒ตามฟ้อง ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๗ โจทก์เป็นบุตรนายวิเชียร กุญชร ณ อยุธยาเกิด พ.ศ. ๒๔๘๙ อยู่อาศัยในที่ดินส่วนหนึ่งของโฉนดเลขที่ ๔๙๒๓ ตามฟ้องซึ่งเป็นบ้านของมารดามาก่อน เมื่อถูกรื้อไปจึงมาอยู่บ้านนายวิเชียรกุญชร ณ อยุธยา บิดาตลอดมาจนบัดนี้ จำเลยทั้งสามเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้าพระยาเทเวศร์วงษ์วิวัฒน์ ได้ขายที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๙๒๒ และ ๔๙๒๓ตามฟ้องไปแล้วในราคา ๑๖ ล้านบาท ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่วินิจฉัยว่า เอกสารหมาย ๒ เป็นพระบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งทรงเป็นพระมหากษัตริย์สมบูรณาญาสิทธิราชย์ จึงมีผลเด็ดขาดตามกฎหมาย เมื่อมิได้มีพระบรมราชโองการของพระองค์ท่านเองหรืออำนาจเด็ดขาดอื่นใดยกเลิกเพิกถอนพระบรมราชโองการดังกล่าวจึงยังมีผลอยู่ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๖๘๑/๒๔๘๑ คดีระหว่างนางสาวสงวน

พฤกษาลัยโจทก์ สำนักพระราชวัง กับพวก จำเลย ฉะนั้น พินัยกรรมของเจ้าพระยาเทเวศร์วงษ์วิวัฒน์ (เอกสารหมาย ๑) ซึ่งได้รับพระราชทานพระบรมราชโองการตามเอกสารหมาย ๒ จึงมีผลตามกฎหมายที่ยังใช้บังคับให้เป็นไปตามข้อกำหนดในพินัยกรรมนั้นอยู่ได้ตลอดมาซึ่งศาลจะพิพากษาความอันเกี่ยวข้องด้วยทรัพย์สมบัติของเจ้าพระยาเทเวศร์วงษ์วิวัฒน์ให้ผิดจากพินัยกรรมเป็นการขัดพระบรมราชโองการหาได้ไม่ และด้วยเหตุนี้ พินัยกรรมฉบับนี้จะเข้าลักษณะเป็นการก่อตั้งทรัสต์หรือไม่ จึงไม่จำต้องหยิบยกขึ้นวินิจฉัย คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปเพียงว่า ๑. โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ และ ๒. การที่จำเลยทั้งสามซึ่งเป็นผู้จัดการมรดก นำเงินที่ได้จากการขายที่ดินตามพินัยกรรมแบ่งให้แก่ทายาท เพื่อให้ไปจัดซื้อที่อยู่อาศัยเอง เป็นการชอบที่จะทำได้หรือไม่ ในปัญหาข้อแรกนั้น

ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ข้อความในพินัยกรรม (เอกสารหมาย ๑) ที่กำหนดให้ที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๙๒๒ และ ๔๙๒๓ได้เป็นอาศัยสถานแก่วงศ์ญาตินั้น เจ้าพระยาเทเวศร์วงษ์วิวัฒน์มีเจตนาที่จะให้ที่ดินทั้งสองโฉนดเป็นที่รวมสำหรับวงศ์ญาติผู้ไม่มีที่อยู่อาศัย จะได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยต่อไป ซึ่งหมายถึงทั้งวงศ์ญาติที่มีตัวอยู่ในขณะถึงแก่อสัญกรรมและที่เกิดมาในเวลาข้างหน้า หาได้จำกัดเฉพาะวงศ์ญาติที่มีตัวตนอยู่ในขณะถึงแก่อสัญกรรมเท่านั้นไม่ ดังจะเห็นได้ว่า ถ้าเจ้าพระยาเทเวศร์วงษ์วิวัฒน์เจตนาจะให้มีผลแต่เฉพาะแก่วงศ์ญาติซึ่งมีตัวอยู่ในขณะถึงแก่อสัญกรรมแล้วก็คงจะต้องระบุลงไว้โดยชัดแจ้งว่ามีใครบ้าง เพราะในขณะนั้นย่อมทราบดีว่าวงศ์ญาติคนใดไม่มีที่อยู่ซึ่งควรจะให้ที่ดินเป็นที่อยู่อาศัยหรือกำหนดตัวผู้รับลงไปในพินัยกรรมได้เลย แต่ที่ไม่กำหนดลงไว้เช่นนั้นก็เพราะมีเจตนาให้ที่ดินนั้นเป็นส่วนกลางเพื่อวงศ์ญาติทุกคนผู้หาที่อยู่อาศัยไม่ได้

จะได้ใช้เป็นที่อยู่ต่อไป โดยไม่ประสงค์ให้ใครถือเอาว่าที่ดินนั้นเป็นของตน และเพื่อมิให้ขัดกับหลักกฎหมายในเรื่องกรรมสิทธิ์และมรดก และให้มีผลบังคับได้เจ้าพระยาเทเวศร์วงษ์วิวัฒน์จึงนำพินัยกรรมนี้ขึ้นกราบบังคมทูล เพื่อขอพระราชทานพระบรมราชโองการเพื่อจะได้มีผลใช้บังคับได้ตลอดไปฉะนั้นแม้โจทก์จะเกิดหลังจากเจ้าพระยาเทเวศร์วงษ์วิวัฒน์ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว ๒๔ หรือ ๒๕ ปีก็ตาม เมื่อโจทก์เป็นเหลนเจ้าพระยาเทเวศร์วงษ์วิวัฒน์โจทก์ก็เป็นวงศ์ญาติคนหนึ่งที่มีส่วนจะได้รับประโยชน์ในการเข้าอยู่อาศัยในที่ดินทั้งสองโฉนดตามที่กำหนดไว้ในพินัยกรรม โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องผู้จัดการมรดกที่มิได้จัดการมรดกให้เป็นไปตามพินัยกรรม เพื่อรักษาประโยชน์ของโจทก์ในฐานะวงศ์ญาติคนหนึ่งที่อาจได้รับความเสียหายจากการกระทำของผู้จัดการมรดกดังกล่าวได้

สำหรับปัญหาข้อ ๒ นั้น ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่าตามพินัยกรรมข้อ ๒ กำหนดไว้ว่า ให้ที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๙๒๒ และ ๔๙๒๓เป็นที่อยู่อาศัยของวงศ์ญาติผู้หาที่อยู่ไม่ได้ ไม่ได้ยกให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่ทายาทหรือบุคคลใด ในกรณีที่จำเป็นต้องขายที่ดินนั้นไปก็ได้กำหนดไว้ในข้อ ๒ ว่าให้ผู้จัดการเอาเงินที่ขายได้ไปซื้อที่แห่งอื่น เพื่อให้วงศ์ญาติได้อยู่อาศัยอันเห็นได้ว่า จะต้องมีที่ดินแห่งใหม่มาแทนที่ดินที่ต้องขายอยู่เสมอไปการที่จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกขายที่ดินทั้งสองโฉนดไปแล้วแบ่งเงินให้ทายาทเพื่อไปจัดซื้อที่อยู่ใหม่เองนั้น ย่อมมีผลเท่ากับเป็นการถือเอาว่าทายาทผู้ได้รับเงินส่วนแบ่งคือผู้มีส่วนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินทั้งสองโฉนด จึงได้จัดการแบ่งสรรปันส่วนที่ดินทั้งสองโฉนดนั้นให้แก่ทายาทนั้น โดยวิธีขายที่ดินแล้วเอาเงินแบ่งปันกัน

ทำให้ที่ดินที่กำหนดไว้ตามพินัยกรรมให้เป็นที่อยู่อาศัยของวงศ์ญาติต้องสลายตัวไป แม้เจตนาในการแบ่งเงินจะเป็นไปเพื่อให้ทายาทไปจัดซื้อที่อยู่อาศัยใหม่เอาเองก็ตามที่ดินที่ซื้อใหม่ก็เปลี่ยนสภาพ มิใช่เป็นที่รวมสำหรับวงศ์ญาติอาศัยอยู่ตามข้อกำหนดในพินัยกรรมเสียแล้ว โดยกลายเป็นกรรมสิทธิ์ของทายาทผู้ซื้อแต่ละคน ซึ่งย่อมมีอำนาจหวงกันมิให้ทายาทหรือวงศ์ญาติคนอื่น ๆ ผู้หาที่อยู่มิได้ เข้าไปอยู่อาศัยในที่ดินที่ซื้อมาใหม่ จึงเป็นการขัดต่อข้อกำหนดแห่งพินัยกรรม จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกจะแบ่งเงินที่ขายได้ให้แก่ทายาทไปมิได้คงมีหน้าที่ต้องนำเงินไปซื้อที่ใหม่เพื่อให้วงศ์ญาติของเจ้าพระยาเทเวศร์วงษ์วิวัฒน์ได้อยู่อาศัยตามข้อกำหนดในพินัยกรรมข้อ ๒การซื้อที่ใหม่เป็นการหาที่ดินมาแทนที่ดินที่ขายไป ซึ่งจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนดในพินัยกรรมนั้นซึ่งยังมีผลใช้บังคับอยู่

ดังได้วินิจฉัยมาแล้วข้างต้น หาใช่เป็นการก่อตั้งทรัสต์ขึ้นใหม่ในขณะนี้นอกเหนือจากข้อกำหนดในพินัยกรรมไม่ จึงนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๘๖ มาใช้บังคับแก่กรณีนี้ไม่ได้ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จินตา บุณยอาคม · เฉลิม ทัตภิรมย์ · อุทัย ศุภนิตย์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายคมกริช นุรักษ์
ศาลอุทธรณ์ - นายสนับ คัมภีรยส
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้