คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่า โจทก์และนางสาวสมบูรณ์ ร่วมกันมีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของเรือนฝากระดานหลังหนึ่ง นางสาวสมบูรณ์ได้ทำสัญญาขายเรือนนี้แก่จำเลย ๆ ชำระเงินแล้ว ก็รื้อเรือนไป โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยหาว่าบังอาจรื้อเรือน ซึ่งโจทก์มีกรรมสิทธิ์ร่วมไป ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การซื้อเรือนไม่ได้จดทะเบียนจึงเป็นโมฆะ จำเลยไม่ได้กรรมสิทธิ์ จึงพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลฎีกา เห็นว่าการซื้อเรือนเพื่อรื้อไปเช่นนี้ไม่จำต้องทำสัญญาจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่ ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 923/2485 และข้อเท็จจริงยังได้ความว่าจำเลยซื้อเรือนด้วยความสุจริต โจทก์รู้เห็นยินยอมด้วยการซื้อขายจึงสมบูรณ์
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้อง