คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำนอง คดีอยู่ระหว่างสืบพยานผู้ร้อง ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๐๓ ศาลจดว่า สืบพยานผู้ร้องได้ ๑ ปากแล้ว ผู้ร้องว่าหมดพยานนอกจากเอกสารซึ่งได้อ้างไว้แล้ว ซึ่งจะได้ส่งนัดหน้า โจทก์จำเลยไม่ค้าน ศาลอนุญาตให้นัดสืบพยานโจทก์ไปวันที่ ๔ ต.ค. ๒๕๐๓ ต่อมาวันที่ ๒๒ ส.ค. ๒๕๐๓
ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องสอดว่า มิได้แถลงว่าหมดพยาน ผู้ร้องสอดจึงขอสืบพยานบุคคลต่อไปอีก ศาลสั่งไม่อนุญาต
คำพิพากษาศาลล่าง
ผู้ร้องสอดอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่าเป็นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ ไม่รับอุทธรณ์
ผู้ร้องสอดอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งว่า ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาตให้ผู้ร้องสอดสืบพยานต่อไปนั้นเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ผู้ร้องสอดจะอุทธรณ์ไม่ได้ ให้ยกเสีย
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ผู้ร้องสอดฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาคำสั่งและส่งมาศาลฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ในกรณีเช่นนี้ คำสั่งของศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓๖
ผู้ร้องสอดฎีกาไม่ได้ ให้ยกเสีย