คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายที่ก่อสร้างอาคารเรียนโรงเรียนเทศบาล 2 ของโจทก์ไม่เรียบร้อยเป็นเงิน 20,125 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง และบังคับจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันให้รับผิดร่วมด้วยจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธอ้างว่าจำเลยที่ 1 ได้ทำตามแบบแปลนทุกประการ และได้ทำตามหลักวิชาช่างที่ดี แบบแปลนของโจทก์ไม่ดีเอง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ความชำรุดเสียหายของอาคารเกิดจากฝ่ายจำเลยทำไว้ไม่เรียบร้อย พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินให้แก่โจทก์ตามฟ้องจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ฟังว่าค่าเสียหายที่ศาลชั้นต้นกำหนดนั้นสูงกว่าปกติ จึงกำหนดให้ใหม่เป็นเงิน 10,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยตามขอโจทก์และจำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่าศาลอุทธรณ์แก้ไขมากจึงสั่งรับเป็นฎีกาขึ้นมาศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาคดีแล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าซ่อมอาคารโรงเรียนเป็นเงิน 20,125 บาท
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน 20,125 บาทพร้อมกับดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จให้โจทก์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าค่าเสียหายที่ศาลชั้นต้นกำหนดมาสูงเกินกว่าปกติและความชำรุดบกพร่องเกิดจากแบบแปลนของโจทก์ไม่ดีด้วย
ผลคำพิพากษา
พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน10,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์เป็นการแก้ไขเฉพาะจำนวนเงินค่าซ่อมให้น้อยลงจากค่าซ่อมอาคารโรงเรียนที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ ถือว่าเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้าม มิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518พิพากษายกฎีกาโจทก์และจำเลยทั้งสอง