Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1706/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การขายทอดตลาดทรัพย์ในคดีล้มละลาย มีลักษณะแตกต่างจากการขายทอดตลาดโดยทั่วไป กล่าวคือ การขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ถือว่าเป็นการกระทำอย่างหนึ่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ซึ่งจะมีการยกเลิก เพิกถอนการขายทอดตลาดดังกล่าวได้ก็แต่โดยการร้องคัดค้านการกระทำหรือคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 146 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายทอดตลาดทรัพย์ของลูกหนี้ให้แก่ผู้ร้อง แม้จะมีผู้อื่นยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนการขายทอดตลาดแต่ศาลชั้นต้นก็มีคำสั่งว่าการขายทอดตลาดชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้องคดีถึงที่สุดจึงรับฟังเป็นยุติว่าการขายทอดตลาดเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงสามารถโอนทรัพย์สินให้ผู้ร้องได้ จะถือว่าการชำระหนี้เป็นพ้นวิสัยและทำให้ผู้ร้องหลุดพ้นจากการชำระหนี้สามารถบอกเลิกสัญญามิได้ ผู้ร้องต้องปฏิบัติตามสัญญาโดยใช้ราคาทรัพย์สินที่ค้างชำระให้ครบ หากไม่ชำระเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจเอาออกขายอีกซ้ำหนึ่ง ถ้าได้เงินเป็นจำนวนสุทธิไม่คุ้มราคาและค่าขายทอดตลาดชั้นเดิม ผู้ร้องต้องรับผิดในส่วนที่ขาดตาม ป.พ.พ. มาตรา 516 ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและขอเงินมัดจำคืน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่เป็นบุคคลล้มละลายเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2533 ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านได้ดำเนินการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 6560 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 ซึ่งผู้ร้องเป็นผู้ซื้อทรัพย์ได้ในราคา 151,000,000 บาท เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2538 และผู้ร้องได้วางเงินมัดจำไว้เป็นจำนวน 7,550,000 บาท แต่ยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ขายให้แก่ผู้ร้อง เพราะมีผู้อื่นยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดดังกล่าว คดีนั้นศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าการขายทอดตลาดชอบด้วยกฎหมายแล้วให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ผู้ร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดฎีกา แล้วต่อมาขอถอนฎีกาศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2545 คดีที่ร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดจึงถึงที่สุดตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 แต่ขณะคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาดังกล่าวผู้ร้องยื่นคำร้องต่อผู้คัดค้านเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2544 อันเป็นเวลาภายหลังวันขายทอดตลาดประมาณ 5 ปีเศษว่า

ผู้ร้องไม่ประสงค์ที่จะซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดดังกล่าวอีกต่อไปเพราะนับเป็นเวลานานแล้วก็ยังไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ร้องได้ เนื่องจากมีการคัดค้านการขายทอดตลาด จึงขอเลิกสัญญาจะซื้อจะขายและให้คู่กรณีกลับคืนสู่ฐานะเดิมโดยให้ผู้คัดค้านคืนเงินมัดจำจำนวน 7,550,000 บาท แก่ผู้ร้อง ผู้คัดค้านมีคำสั่งให้ยกคำร้องเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2544

ผู้ร้องยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งของผู้คัดค้าน ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนคำสั่งผู้คัดค้านและคืนเงินมัดจำจำนวน 7,550,000 บาท แก่ผู้ร้อง ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องเป็นผู้ซื้อทรัพย์ได้จากการขายทอดตลาดจะยกเหตุที่มีผู้ร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดมาเป็นเหตุเลิกสัญญาซื้อขายทอดตลาดทรัพย์ไม่ได้ ทั้งกรมบังคับคดีก็มีนโยบายให้ผู้ซื้อทรัพย์มารับเงินประมูลที่วางไว้คืนได้ เมื่อปรากฏว่ามีการพิจารณาคดีร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาด ซึ่งผู้ร้องได้มาขอรับเงินประมูลที่วางไว้ร้อยละ 25 ของจำนวนเงินที่ประมูลได้คิดเป็นเงิน 37,750,000 บาท คืนไปแล้ว โดยส่วนแรกจำนวน 30,200,000 บาท รับคืนไปวันที่ 29 กันยายน 2538 ส่วนที่เหลือจำนวน 7,550,000 บาทนั้น ผู้ร้องมาขอรับเงินคืนเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2539 โดยธนาคารสหธนาคาร จำกัด (มหาชน) ได้ออกหนังสือค้ำประกันการซื้อทรัพย์จากขายทอดตลาดดังกล่าวในวงเงิน 7,550,000 บาท มอบให้ผู้คัดค้านไว้แล้ว ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอรับเงินมัดจำคืนอีก ขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องขอให้ผู้คัดค้านคืนเงินมัดจำจำนวน 7,550,000 บาท ให้แก่ผู้ร้องได้หรือไม่ ผู้ร้องฎีกาว่า ผู้คัดค้านไม่อาจโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์ที่ขายทอดตลาดได้เนื่องจากมีผู้คัดค้านการขายทอดตลาด ถือได้ว่าการชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยที่จะทำได้ผู้ร้องจึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 219 และมาตรา 388 และขอคืนเงินมัดจำได้ เห็นว่า การขายทอดตลาดทรัพย์ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลายนั้นมีลักษณะแตกต่างจากนิติกรรมอื่น และการขายทอดตลาดโดยทั่วไป กล่าวคือ การขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ถือว่าเป็นการกระทำอย่างหนึ่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ซึ่งจะมีการยกเลิก

เพิกถอน การขายทอดตลาดดังกล่าวได้ก็แต่โดยการร้องคัดค้านการกระทำหรือคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 146 คดีนี้แม้จะมีผู้อื่นยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนการขายทอดตลาด แต่ศาลชั้นต้นก็มีคำสั่งว่าการขายทอดตลาดชอบด้วยกฎหมายให้ยกคำร้องศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ในที่สุดคดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาอนุญาตให้ถอนฎีกา คดีจึงรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ว่าการขายทอดตลาดเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้คัดค้านจึงสามารถโอนทรัพย์สินให้ผู้ร้องได้ จะถือว่าการชำระหนี้เป็นพ้นวิสัยและทำให้ผู้ร้องหลุดพ้นจากการชำระหนี้สามารถบอกเลิกสัญญาได้ตามที่ผู้ร้องฎีกาไม่ ผู้ร้องต้องปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายในการขายทอดตลาดทรัพย์โดยใช้ราคาทรัพย์สินที่ค้างชำระให้ครบ

หากไม่ชำระผู้คัดค้านมีอำนาจเอาทรัพย์สินนั้นออกขายอีกซ้ำหนึ่ง ถ้าได้เงินเป็นจำนวนสุทธิไม่คุ้มราคาและค่าขายทอดตลาดชั้นเดิม ผู้ร้องต้องรับผิดในส่วนที่ขาดตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 516 ผู้ร้องไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและขอเงินมัดจำคืน ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง และศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและศาลฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วัฒนชัย โชติชูตระกูล · สมชาย พงษธา · อุดมศักดิ์ นิติมนตรี
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8875/2553

การจะนำข้อเท็จจริงจากคำพิพากษาส่วนอาญามารับฟังในคดีแพ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46 ข้อเท็จจริงนั้นต้องเป็นประเด็นโดยตรงในคดีอาญาและศาลได้วินิจฉัยไว้โดยชัดแจ้ง และผู้ที่จะถูกข้อเท็จจริงในคดีอาญามาผูกพันต้องเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1760/2548

จำเลยได้ขุดดินของโจทก์ไปขายให้แก่บุคคลอื่น ซึ่งจำเลยไม่มีสิทธิที่จะขุดดินอันเป็นทรัพย์สินของโจทก์ เมื่อจำเลยขุดเอาดินของโจทก์ไป โจทก์ย่อมฟ้องบังคับให้จำเลยนำดินที่ขุดไปนั้นคืนมาหรือขอให้จำเลยใช้ราคาดิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6576/2545

คำฟ้องในส่วนเกี่ยวกับความเสียหายบรรยายว่าจำเลยทั้งสองระเบิดและย่อยหินนอกพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตจำนวนสองครั้ง แต่ละครั้งคิดเป็นพื้นที่เท่าใดและปริมาตรเท่าใด รวมทั้งปริมาตรหินที่จำเลยทั้งสองเอาไปเป็นจำนว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4258/2541

ฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลยซึ่งเป็นหัวหน้าศูนย์ปรับปรุงป่าสงวนแห่งชาติ มีหน้าที่กำหนดแผนงานศูนย์ ควบคุมบังคับบัญชากำกับการมอบหมายงานในการฟื้นฟูป่าสงวนแห่งชาติดังกล่าวได้เบิกเงินงบประมาณของโจทก์ไปดำเนินกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3939/2541

แม้ในคดีอาญาเรื่องก่อนพนักงานอัยการโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานยักยอกและมีคำขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายด้วยก็ตาม แต่เมื่อในคำพิพากษาในคดีอาญาเรื่องนั้นวินิจฉัยว่า คดีมีเหตุอันควรสงสัยว่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้