Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1709/2503

พ.ศ. 2503 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้เช่าเป็นตำรวจรถไฟ ได้เช่าห้องพิพาทเพื่ออยู่อาศัยในเขตเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช ต่อมาผู้เช่าถูกทางราชการสั่งย้ายให้มารับราชการจังหวัดพระนคร โดยไปพักอยู่ที่กองรักษาการณ์รถไฟ จำเลยเป็นภริยาผู้เช่า ไปเรียนวิชาการช่างที่จังหวัดพระนคร และไปอยู่หอพัก ทั้ง 2 คนไปแต่ตัวมิได้ขนสิ่งของเครื่องใช้สำหรับครอบครัว มิได้อพยพเอาบุตรและแม่ยายของผู้เช่าตามไปด้วย ที่อยู่ของผู้เช่าและจำเลยในจังหวัด พระนครยังมิได้เป็นหลักแหล่ง โดยเฉพาะที่จำเลยไปเรียนการช่างก็เป็นไปชั่วคราวแล้วจะกลับมาประกอบอาชีพทางจังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนฟ้องคดีนี้จำเลยก็ได้กลับมาอยู่ในห้องพิพาทแล้ว แม้พลตำรวจเกษมย้ายขาดจากตำรวจจังหวัดนครศรีธรรมราช ไปประจำกองตำรวจรถไฟ แต่ก็ไม่ปรากฏชัดว่า ต้องไปประจำที่ จังหวัดที่พระนครเป็นเด็ดขาดหรือจะต้องควบคุมขบวนรถไฟไป ๆ มา ๆ ทางไหนบ้าง ในสำมะโนครัวมีชื่อผู้เช่าจำเลยและบุตรอยู่ในห้องพิพาท ผู้เช่ายังคงใช้สิทธิเป็นผู้เช่า โดยให้จำเลยกับบุตรและแม่ยายอยู่ในฐานะบริวาร การเช่ายังไม่ระงับ โจทก์ยังไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งเป็นบริวารของผู้เช่า (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 32/2503 และ ครั้งที่ 35/2503)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 537 ป.วิ.พ. มาตรา 142 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 มาตรา 16

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า พลตำรวจเกษมได้เช่าห้องพิพาทของโจทก์ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราชเพื่ออยู่อาศัย จำเลยเป็นบริวารของพลตำรวจเกษมได้ อยู่อาศัยในห้องพิพาทด้วยต่อมาพลตำรวจเกษมได้ ย้ายไปรับราชการจังหวัดพระนคร แต่จำเลยไม่ ยอมออกจากห้องพิพาท ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวาร จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยเป็นบริวารของพลตำรวจเกษม เช่า ห้องพิพาทเพื่ออยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯ โจทก์ไม่เคยบอกเลิกการเช่าและไม่เคยค้างชำระค่าเช่า

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า พลตำรวจเกษมถูกย้ายไปประจำจังหวัดพระนคร ขาดจากตำแหน่งทางจังหวัดนครศรีธรรมราช หมดความจำเป็นที่จะอยู่อาศัยต่อไปแล้ว จำเลยจะยกข้อต่อสู้ว่าพลตำรวจเกษมได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯ มาใช้ยัน โจทก์หาได้ไม่ ส่วนจำเลยจะอยู่ในฐานะบริวารของพลตำรวจเกษม ไม่ใช่คู่สัญญากับโจทก์ การที่จำเลยอาศัยอยู่ต่อมาก็ไม่ใช่เรื่องที่โจทก์รับรองฐานะว่าจำเลยเป็นผู้เช่าคนใหม่ พิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า พลตำรวจเกษมเช่าห้องพิพาทเป็นที่อยู่อาศัยอยู่ได้โดยมารับราชการในจังหวัดพระนคร แต่พลตำรวจเกษมก็ยังคงเช่าห้องโดยมีจำเลยซึ่งเป็นภริยาพลตำรวจเกษม นางผึ้งแม่จำเลยและนายอยู่ห้องพิพาท ได้ชระค่าเช่าให้โจทก์ตลอดมาจนกระทั่ง โจทก์ฟ้องก็ยังเช่าห้องพิพาทอยู่ การเช่ามิได้เลิก โจทก์จะฟ้องขับไล่จำเลยและอาศัยสิทธิของพลตำรวจเกษมหาได้ไม่ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาว่า พลตำรวจเกษมขาดจากการเช่าห้องของโจทก์แล้ว ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า การที่พลตำรวจเกษมย้ายไปรับจังหวัดพระนคร โดยไปพักอยู่ที่กองรักษาการณ์รถไฟก็ดี การที่จำเลยซึ่งพลตำรวจเกษม ไปเรียนวิชาการช่างที่จังหวัดพระนคร และไปอยู่หอพัก

ทั้ง ๒ คนไปแต่ตัวมิได้ขนสิ่งของเครื่องใช้สำหรับครอบครัว มิได้อพยพเอาบุตรและแม่ยายของผู้เช่าตามไปด้วย ที่อยู่ของผู้เช่าและจำเลยในจังหวัด พระนครยังมิได้เป็นหลักแหล่ง โดยเฉพาะที่จำเลยไปเรียนการช่างก็เป็นไปชั่วคราวแล้วจะกลับมาประกอบอาชีพทางจังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนฟ้องคดีนี้จำเลยก็ได้กลับมาอยู่ในห้องพิพาทแล้ว แม้พลตำรวจเกษมย้ายขาดจากตำรวจจังหวัดนครศรีธรรมราช ไปประจำกองตำรวจรถไฟ แต่ก็ไม่ปรากฏชัดว่า ต้องไปประจำที่ จังหวัดที่พระนครเป็นเด็ดขาดหรือจะต้องควบคุมขบวนรถไฟไป ๆ มา ๆ ทางไหนบ้าง ในสำมะโนครัวมีชื่อผู้เช่าจำเลยและบุตรอยู่ในห้องพิพาท ส่วนการที่นายภิญโญถูกฟ้องและนายผึ้งยอมออก ก็เป็นเรื่องของนางผึ้ง ไม่มีผลผูกพันพลตำรวจเกษมหรือจำเลยแต่อย่างใด ผู้เช่ายังคงใช้สิทธิเป็นผู้เช่า โดยให้จำเลยกับบุตรและแม่ยายอยู่ในฐานะบริวาร การเช่ายังไม่ระงับ โจทก์ยังไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งเป็นบริวารของผู้เช่า โจทก์ยังไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งเป็นบริวารของพลตำรวจ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไชยเจริญ สันติศิริ · พิทักษ์มนูศาสตร์ ·
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - ม.ร.ว. พูน ศรีธวัช
ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุธรรมานุวัตน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 386/2504

เดิมที่ดินและตึกพิพาทเป็นของโจทก์ ให้ผู้ร้องเช่าอยู่อาศัยอันได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯลฯมาก่อนแล้วต่อมาโจทก์โอนขายตึกให้จำเลยโดยไม่ขายที่ดินจำเลยรับซื้อตึกแล้วขอเช่าที่ดินเพียง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2503 (เลขอ้างอิง 48026)

สัญญาที่เจ้าของที่ดินให้ผู้เช่าที่ดินปลูกตึกรายพิพาท แล้วให้ตึกพิพาทตกเป็นของเจ้าของที่ดินแต่ให้ผู้เช่าที่ดินเอาตึกไปให้ผู้อื่นเช่าได้มีกำหนดระยะเวลา 6 ปี สัญญานี้ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2503 (เลขอ้างอิง 85986)

สัญญาที่เจ้าของที่ดินให้ผู้เช่าที่ดินปลูกตึกรายพิพาท แล้วให้ตึกพิพาทตกเป็นของเจ้าของที่ดินแต่ให้ผู้เช่าที่ดินเอาตึกไปให้ผู้อื่นเช่าได้มีกำหนดระยะเวลา 6 ปี สัญญานี้ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12803/2557

เมื่อจำเลยเห็นว่าคดีนี้อยู่ในเขตอำนาจศาลปกครองมิใช่ศาลยุติธรรม ก็ชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นก่อนวันสืบพยาน เพื่อให้ศาลชั้นต้นจัดทำความเห็นส่งไปให้ศาลปกครองพิจารณาตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 827/2557

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอาคารพาณิชย์พิพาท 2 คูหา อันมีค่าเช่าคูหาละ 4,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคสอง ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า พยานหลักฐานจำเลยฟังได้ว่าสั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้